:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
อัลบั้มเพื่อนท่องเที่ยว
ติดต่อเราได้ที่นี่เลยครับ
ดูรายละเอียดและเงื่อนไขการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ
พิพม์แบบฟอร์มการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ

Adventure สุดเหวี่ยง..ผจญภัยสุดมันส์ โปรแกรมท่องเที่ยวภาคเหนือ โปรแกรมเที่ยวทะเลฝั่งอันดามัน และอ่าวไทย / ทะเลภาคตะวันออก โปรแกรมท่องเที่ยวภาค อีสาน กลาง และภาคตะวันออก โปรแกรมเที่ยวต่างประเทศ
 
เครือข่ายเรดาร์ตรวจอากาศ
 
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ข่าวสารการท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทย
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายใน
ประเทศ (สทน.)
สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ
แผนที่ประเทศไทย
กรมป่าไม้
อุทยานแห่งชาติ
บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด
การบินไทย
บางกอกแอร์เวย์
แอร์เอเชีย
นกแอร์
การรถไฟแห่งประเทศไทย
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้าใต้ดิน
บริษัท ขนส่ง จำกัด
Sanook.Com 
IDO Travellers
สีสันทัวร์
Phototech
Walk-Way-Why : วอล์คเวย์วาย
Fame Tour & Service
 
โลโก้เพื่อนท่องเที่ยว
 
การวิเคราะห์เว็บระดับองค์กร Visitors Report

:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว

::: พลับพลึงธาร คลองนาคา จ.ระนอง
ผืนป่าคลองนาคา กิ่งอำเภอสุขสำราญ จ.ระนอง เป็นป่าดงดิบผืนใหญ่ที่ต่อเนื่องกับป่าเขาสก และป่าคลองแสงในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี และป่าศรีพังงา อ.คุระบุรี จ.พังงา จนกลายเป็นผืนป่าที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรภาคใต้ ความลี้ลับของป่าดงดิบผืนนี้มีอยู่มากมาย หนึ่งในนั้น คือ "ความงามของดอกพลับพลึงธาร (Crinum thaianum)" ไม้น้ำหายากซึ่งพบที่เดียวในเมืองไทยที่คลองนาคา

แสงยามเช้าสาดมาพร้อมกับเสียงชะนีในป่าทึบบนเขาที่เบื้องหน้า สายน้ำยังคงไหล ใส งดงาม จนมองเห็นก้นบึ้งในสายน้ำ แสงยังคงส่องสาดสะท้อนในสายน้ำ...ในหลายเดือนมานี้ไม่ค่อยแข็งแรงทางด้านสุขภาพ ดังนั้นการเดินทางจึงต้องอาศัยอากาศบริสุทธิ์ และเลือกที่จะอยู่ป่าอยู่เขาเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นงานในช่วงที่ผ่านมา แทบจะบอกว่าเป็นวิถีชีวิตแบบป่าๆ ก็คงไม่แปลกอะไร แถมยังได้บันทึกภาพพร้อมบทความแบบป่าๆ มาฝากท่านผู้อ่านในคอลัมน์ไปพร้อมๆ กับชีวิตแบบสุข-ทุกข์ผสมกันไป หลังจากมีโจทย์ว่าต้องอยู่กับธรรมชาติ จึงวางโปรแกรมว่า...จะทำงานกับสิ่งที่หายากในป่าของประเทศในช่วงแต่ละเดือน

วันนี้..ช่วงนี้ก็เลยเดินทางลงมาทางภาคใต้ของประเทศ เพื่อมาชมดอกไม้ที่หาได้ยากอีกชนิดในลำธารน้ำ แต่ที่แน่ๆ กองทัพเดินด้วยท้อง งั้น!! ก็นี่เลย ข้าวมันไก่ ซาลาเป่า ขนมจีบที่ทับหลีรสอร่อยที่สุดในโลก อิ่มท้องเดินให้ย่อยที่คอคอดกระในบรรยากาศแสงยามเช้า และที่เห็นอีกอาชีพที่สร้างรายได้ คือ ขนเรือข้ามช่องแคบแล้วไหลต่อไปที่คลองนาคา


พอลงรถเปิดประตู...เสียงขานรับแห่งพงไพรขับร้องกล่อมบรรเลงในยามเช้า เสียงร้องของชะนีในป่าทึบบนเขาดังสนั่นป่า เสียงสายน้ำที่มีฝนหนักตกลงมาในยามค่ำคืน ไหลหลั่นลงมากระแทกกับหิน วันนี้เป็นอีกวันที่อากาศเปิด ฟ้าเป็นฟ้า แต่จะเป็นสีฟ้าได้นานเท่าใดกันนะวันนี้ พอจัดแจงเปลี่ยนชุดเตรียมเปียกน้ำ พร้อมอุปการณ์กล้องลงน้ำเรียบร้อย เราจึงรีบลงล่องแก่ง แกว่งไกว ค้ำถ่อไปตามสายน้ำ ชมต้นพืชชนิดหนึ่งซึ่งอยากจะบอกว่าหาชมได้ยากที่คลองนาคา

::: คลองนาคา เป็นแหล่งพื้นที่ที่พบต้นพลับพลึงธารมากที่สุด ต้นพืชน้ำชนิดนี้ครอบคลุมพื้นที่ตลอดทางน้ำประมาณ 6 กิโลเมตร เราลงแพไม้ไผ่ที่จัดเตรียมไว้พร้อมฝีถ่อ (ฝีพาย) ที่จุด ชมรมเพลินไพรศรีนาคา ต.นาคา อ.สุขสำราญ จ.ระนอง เราลงแพล่องไปบนสายน้ำ สายน้ำใสสะอาด ไหลลดหลั่นลงมาจากทิวเขาสูง เหนือทิวเขาหากมองขึ้นไปเรายังคงพบเห็นสายหมอกไหลเอื่อยๆ ตามทิวต้นไม้ใหญ่บนภูเขาแดง (ตามที่ชาวบ้านเรียกว่าเขาแดง) น้ำที่ลำคลองนาคานั้นสะอาดมากๆ น้ำใสจนมองเห็น หิน ดิน ปลา พันธุ์พืชในสายน้ำ การล่องแพที่ลำน้ำสายนี้ เราจะได้ยลโฉมของทิวเขา สายน้ำ ต้นไม้ตามสองฟากฝั่ง สำหรับวันนี้เมื่อมื้อเที่ยงมาเยี่ยมเยือน พวกเราได้ลิ้มชิมรสอาหารในรูปแบบอาหารชาวบ้านพื้นถิ่น ท่ามกลางพงไพรในป่าเขาแวดล้อมด้วยโขดหินในสายน้ำ วันนี้สนุกกับการล่องแพมาครึ่งวันแล้ว เราแวะพักทานอาหารมื้อกลางวันกันแถวใกล้ๆ ดอกพลับพลึง บางคนยังนั่งทานข้าวห่อใบค้อในแพ บางคนทานบนฝั่งน้ำ สำหรับหน้าตาอาหารวันนี้ อยากจะบอกว่าเป็นอาหารสุขภาพ น้ำพริกปลาทู ผักเหลียง ผักกูดเป็นต้น หลังมื้อเที่ยงเสร็จสิ้น..เราลงแพล่องไปต่ออีกซักระยะก็จะพบกับต้นพืชที่สำคัญ อยากจะบอกว่ามีที่เดียวในไทย และมีเฉพาะทางแถบนี้เท่านั้น ที่เรียกว่า..ต้นพลับพลึงธาร

:: พลับพลึงธาร มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "พลับพลึงน้ำ หรือช้องนางคลี่ หรือหอมน้ำ" จัดเป็นพืชอวบน้ำหรือพืชน้ำอยู่ในวงศ์ Amaryllidaceae ที่เป็นตระกูลพลับพลึง และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Crinum thaianum เพราะพบในประเทศไทยแห่งเดียวในโลก โดยธรรมชาติหัวมักโผล่เหนือดินประมาณ 2 ใน 3 เพื่อป้องกันการเน่า มีความสูงตั้งแต่ 60-200 ซม หรืออาจจะมากกว่าขึ้นกับระดับน้ำ ชูก้านขึ้นเหนือน้ำอยู่เสมอ มีใบสีเขียวอ่อนๆ ถึงสีเขียวแก่ ใบไหวไหลลู่ ไปตามกระแสน้ำ ดอกบานมีสีขาว เกษรสีเหลือง หากยังดอกตูมก็งดงามปานยังกับพนมมือไหว้ ทนต่อความเป็นกรดเป็นด่างประมาณ 5.5-9 และชอบอุณหภูมิที่ 18-28 องศาเซลเซียส สามารถนำมาปลูกเป็นพืชน้ำประดับได้ นักท่องเที่ยวบนแพหลายลำเมื่อได้พบเห็นต่างทยอยกันลงไปบันทึกภาพคู่กับพืชน้ำชนิดนี้ สีหน้าหลายคนดีใจที่เดินทางไกลมาชม แล้วได้พบเห็นต้นพลับพลึงธารซึ่งเป็นพืชเฉพาะถิ่น พบเห็นได้ที่จังหวัดระนองกับจังหวัดพังงา จึงอาจจะกล่าวได้ว่าพลับพลึงธาร สามารถพบเห็นได้ที่ประเทศไทยแห่งเดียวในโลก และยังเป็นพืชที่จะขึ้นอยู่ในน้ำสะอาดเท่านั้น จึงแทบอยากจะบอกได้ว่าพืชชนิดนี้เป็นพืชที่ใช้ชี้วัดคุณภาพของแหล่งน้ำ สามารถพบเห็นได้ ตั้งแต่ครองบางปรุ อ.กะเปอร์ จ.ระนอง ลงมาทางทิศใต้ จนกระทั้งถึงครองบางเผาหมู อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา รวมเส้นทางแหล่งที่พืชขึ้นตามลำธารน้ำโดยประมาณ 77 ตารางกิโลเมตร จาการสำรวจ พบต้นพลับพลึงธาร กระจายอยู่ในพื้นที่ 11 ครอง ส่วนใหญ่พบบริเวณ พื้นที่ราบตามครองที่มีน้ำไหล น้ำสะอาด แต่หากจะมาท่องเที่ยว ดูต้นดอกพลับพลึงนั้น หนึ่งปีมีครั้งเดียวในช่วงเดือน ตุลาคม ถึง ธันวาคม ของทุกปี สำหรับปีนี้จากการล่องแพไปตามลำคลอง คณะเราพบเห็นดอกพลับพลึงน้อยมาก ขึ้นอยู่ห่างๆ กัน แต่สำหรับของที่หาชมได้ยากหนึ่งเดียวในโลกใบนี้ จึงอยากจะบอกว่าคุ้มกับการเดินทางมาเยี่ยมชม...กับต้นพืชที่หาชมได้ที่เดียวที่คลองนาคา...

ข้อมูลจำเพราะ
- ระยะเวลาในการเปิดท่องเที่ยว ล่องแพแลพลับพลึงธาร คือ เดือนตุลาคม-ธันวาคมของทุกปี โดยการล่องแพที่คลองนาคา มีทั้งแพไม้ไผ่และแพยางให้เลือก นักท่องเที่ยวอย่างน้อย 4 คน/ลำ ใช้เวลาในการล่องแพระยะเวลาโดยประมาณ 2 ชั่วโมง สามารถรับนักท่องเที่ยวสูงสุด 80 คน/วัน สามารถติดต่อได้ที่ ชมรมล่องไพรศรีนาคา (คุณ ชำนิ อุ่นขาว 086-1209700 ประธานชมรมฯ)
•
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาเช้าก่อน 09.00 น.
•
ฤดูกาลที่ดีที่สุด : เดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน
•
จุดชมวิวที่ดีที่สุด : จุดชมพลับพลึงธารคลองนาคา
- จังหวัดระนอง ติดทะเลอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 568 กม.มีพื้นที่ 2,061,278 ไร่ มีส่วนแคบของแผ่นดินที่คอคอดกระ ระยะเพียง 50 กม. พื้นดินของจังหวัดมีลักษณะรูปร่างเรียวยาวและแคบ โดยมีส่วนที่ยาวที่สุด ยาวประมาณ 196 กม. กว้าง 44 กม. ส่วนที่แคบที่สุดอยู่อำเภอกระบุรี มีความกว้างเพียง 9 กม.
- คลองนาคา ห่างจากระนอง 90 กม. จากถนนใหญ่เข้าไป ประมาณ 3-5 กม
.

เอื้อเฟื้อการเดินทาง
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
สำนักงาน จังหวัดชุมพร ๑๑๑/๑๑-๑๒ ถนนทวีสินค้า ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร โทร ๐ ๗๗๕๐ ๑๘๓๑-๒ , ๐ ๗๗๕๐ ๒๗๗๕-๖

เรื่อง : คนเดินทาง และ นายเอก ท่าตะเภา
ภาพ : วีระศักดิ์ภักดี


ข้อมูลการสำรวจสภาพพลับพลึงธารและคลองนาคา จ.ระนอง
วันที่ 23 มีนาคม 2551 ทางทีม IUCN ได้ร่วมกับชมรมเพลินไพรตำบลนาคา ออกสำรวจสภาพคลองนาคาและสถานะของต้นพลับพลึงธาร เพื่อที่จะตรวจสอบให้ชัดเจนอีกทีหนึ่ง หลังจากที่มีการจัดประชุมเวทีวางแผนงานด้านสิ่งแวดล้อมจังหวัดระนองผ่านไป ซึ่งการประชุมครั้งนั้น ผู้นำมีการนำเสนอว่าสภาพคลองนาคาได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก เนื่องจากการขุดลอกคลองและการขุดตักหินไปใช้ประโยชน์ ทำให้ทางน้ำเปลี่ยนแปลงและเกิดตลิ่งพังอย่างหนัก ทำให้มีผลกระทบต่อพลับพลึงธาร เป็นต้นว่า น้ำไหลแรงทำให้ต้นหลุดลอยไปกับน้ำ เกิดการทับถม ของหินและตะกอนทรายที่บริเวณต้นพลับพลึงธาร ดังนั้นจึงต้องมีการสำรวจเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาแนวทางแก้ไขต่อไป

วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาและประเมินสภาพคลองนาคาว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างและรวมทั้ง ศึกษาถึงสาเหตุและผลกระทบต่างๆ ต่อระบบนิเวศลำคลองที่มีต้นพลับพลึงธาร และผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชน
2. เพื่อจัดทำแผนที่ของคลองนาคาโดยเฉพาะบริเวณที่มีต้นพลับพลึงธาร บริเวณที่ได้รับผลกระทบ เช่นบริเวณตลิ่งพัง บริเวณทับถมของตะกอนดินและหิน และบริเวณที่สายน้ำเปลี่ยนแปลงไป
3. เพื่อร่วมกันหาแนวทางในการที่จะป้องกันผลกระทบต่างๆ โดยเฉพาะตลิ่งพังและหาแนวทางในการอนุรักษ์พลับพลึงธาร ในอนาคต

วิธีการศึกษาและประเมิน
โดยการเดินสำรวจร่วมกับกลุ่มอนุรักษ์ของท้อง ถิ่น คือชมรมเพลินไพรตำบลนาคาและกลุ่มเยาวชนอนุรักษ์พลับพลึงธารรวมทั้งชาวบ้าน ที่มีความรู้และผู้สนใจ ขณะเดียวกันก็จะทำการสอบถามข้อมูลชุมชนในรายละเอียดต่างๆ ที่เกิด ขึ้นรวมทั้งมีการจับพิกัดพื้นที่บริเวณที่ได้รับผลกระทบ ตำแหน่งพลับพลึงธารที่ขึ้นอยู่ และรวมทั้งทำการศึกษาชนิดพันธุ์พืชต่างๆที่พบทั้งสองฝั่งคลอง

ผลการศึกษาและสำรวจ
1. พลับพลึงธารในอดีตมีขึ้นอย่างหนาแน่นเกือบตลอดลำคลอง แต่ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมากจะพบว่ามีพลับพลึงธารขึ้นอยู่กระจัด กระจายทั่วไป และจะมีหนาแน่นมากที่บริเวณวังยาวที่มีความยาวประมาณ 300 เมตร และบริเวณดังกล่าวเป็นที่ราบเรียบ ระดับคลองเป็นแนวตรงและไม่ต่างระดับ ทำให้น้ำไหลไม่แรงและไม่มีการทับถมของตะกอนดินและก้อนหิน บริเวณนี้จะเป็นวังน้ำที่กว้างใหญ่
ดังนั้นจึงทำให้พลับพลึงธารขึ้น อย่างหนาแน่นในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนพื้นที่อื่นๆ ที่ขึ้นกระจัดกระจายเพราะมีการเปลี่ยนแปลงสายน้ำและทำให้มีการทับถมของก้อน หินและตะกอนดินในบริเวณต้นพลับพลึงธาร จึงทำให้พลับพลึงธารในบริเวณดังกล่าวตายไป ส่วนที่เหลือได้ถูกน้ำพัดพาไป เนื่องจากกระแสน้ำมีความแรงมากในหน้า ฝนและมีการไหลแรงเนื่องจากบางแห่งมีการขุดลอกคลองและมีการขุดตักหินไปทำถนน หนทาง เป็นต้น
2. สองฝั่งคลองนาคามีการพังทะลายเป็นช่วงๆ โดยเฉพาะตรงบริเวณที่มีการขุดลอก การพังทะลายนี้เกิดขึ้นอย่างรุนแรงมาก มีผลทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนทางเดิน บริเวณสวนและที่ดินทำกินถูกกัดเซาะอย่างหนัก มีต้นปาล์มและกอไผ่ร่วงหล่นลงมาที่คลองเป็นจำนวนมาก สวนบางแห่งต้องสูญเสียที่ดินริมคลองปีละ 3-5 เมตร และมีแนวโน้มว่าจะพังทะลายหนักขึ้นเรื่อยๆ
3. การเปลี่ยนทิศทางของคลองและการไหลของน้ำ บริเวณที่มีการขุดลอกและขุดตักหินจะเป็นสาเหตุหลักให้กระแสน้ำไหลเชี่ยวแรง ดังนั้นจึงทำให้น้ำกัดเซาะชายฝั่งข้างหน้าอย่างมาก และมีการหอบตะกอนดินและหินไปขวางในพื้นที่คลองที่น้ำพัดไป จนทำให้มีกองตะกอนดินและหินเป็นจำนวนมากขวางทางน้ำไหล ดังนั้นการไหลของน้ำจึงเปลี่ยนทิศทางการไหลใหม่และมีการกัดเซาะชายฝั่งไป เรื่อยๆ
4. บริเวณทั้งสองฝั่งคลองที่ยังคงเป็นธรรมชาติและไม่มีการตัดไม้และทำลายพันธุ์ ไม้สองฝั่งคลอง ต้นไม้หลากหลายชนิดเหล่านี้จะทำหน้าที่ในการดูแลและป้องกันชายฝั่งได้อย่าง มีประสิทธิภาพและพลับพลึงธารบริเวณดังกล่าวมีการเจริญเติบโตดีและมีประชากร ที่หนาแน่น พันธุ์ไม้สองฝั่งคลองที่พบ เช่นตะเคียน ตะแบก ไผ่ ส้านใหญ่ ก่อหมู มะเดื่อ ข่าป่า หวาย ไคร่น้ำ เต่าร้าง อ้อ เถาวัลย์ กล้วยป่า และหญ้าเป็นต้น
5. พลับพลึงธารหรือหอมน้ำเป็นพืชเฉพาะถิ่นและมีการพบเห็นเฉพาะที่คลองนาคาใน ประเทศไทยเท่านั้นสำนักนโยบายและแผนได้จัดให้พืชชนิดนี้อยู่ในภาวะอันตราย ที่มีความเสี่ยงต่อการลดจำนวนลง เพราะพืชชนิดนี้มีการเก็บหาเพื่อขายเป็นพืชน้ำประดับและเป็นที่ต้องการของ ตลาดมาก นอกจากนั้นยังมีการนำหัวพลับพลึงธารไปใช้ในการทำครีมบำรุงผิว ในบางพื้นที่มีการเก็บหาจนหมดไปแล้ว ขณะเดียวกันก็ยังไม่มีการบรรจุพลับพลึงธารให้อยู่ในบัญชีแดงของ IUCN (IUCN Red List) และในอนุสัญญาCITES (THE CONVENTION ON INTERNATIONAL TRADE IN ENDANGER SPECIES OF WILD FAUNA AND FLORA) อนุสัญญาว่าด้วยการค้า ระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่กำลังจะสูญพันธุ์ ก็ยังไม่มีการยกระดับพืชชนิดนี้ให้อยู่ในบัญชีของอนุสัญญา CITES และ พรบ พันธุ์พืช 2518 แต่อย่างใด

ข้อเสนอแนะ
1. ทางกลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้พยายามในการที่จะหาหนทางในการอนุรักษ์พลับพลึงธารในรูปแบบต่างๆ เช่นการทำแปลงอนุบาล การทำกิจกรรมปลูกพลับพลึงธารร่วมกับนักท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมล่องแพเพื่อการอนุรักษ์พลับพลึงธารร่วมกับทางจังหวัดและ อบต รวมทั้งการพยายามออกกฎเกณฑ์ต่างๆ เช่น การไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงมาล่องแพ การไม่อนุญาตให้มีการว่ายน้ำในบริเวณที่มีพลับพลึงธาร การไม่อนุญาตให้เก็บหาตอไม้ตามลำคลอง และการห้ามเก็บหัวพลับพลึงไปจากลำคลอง เป็นต้น มาตรการเหล่านี้นับว่าเป็นการริเริ่มที่ดี ถ้าจะทำการอนุรักษ์ให้ได้ผลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งทางจังหวัดและ อบตน่าจะมีการหามาตรการในการออกกฎเกณฑ์ และกฏระเบียบที่เป็นทางการมาใช้ในการป้องกันคลองนาคาและการอนุรักษ์พลับพลึง ธาร
2. น่าจะมีการศึกษาและวิจัยในเชิงลึกเกี่ยวกับพลับพลึงธารหรือหอมน้ำ ถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ และผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะทำการคุ้มครองได้ทัน เช่น การหาแนวทางอนุรักษ์ การผลักดันให้อยู่ภายใต้พรบ พันธุ์พืช อนุสัญญา CITES และ IUCN Red List ก่อนที่จะสูญพันธุ์ไปจากท้องถิ่น
3. ทาง อบต นาคา มีนโยบายในการที่จะปลูกต้นไม้สองฝั่งคลองนาคาเพื่อความสวยงามและเพื่อการ ป้องกันชายฝั่งคลอง จึงขอนำเสนอว่า น่าจะมีการประยุกต์ใช้สภาพธรรมชาติของสองฝั่งคลอง เช่น การใช้ไม้พื้นเมืองที่หลากหลายที่พบตามสองฝั่งคลองและเลียนแบบธรรมชาติในการ ปลูกและฟื้นฟู
4. น่าจะมีการหามาตรการร่วมกันในเวทีการประชุมปรึกษาหารือ ระหว่าง อบต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเจ้าของที่ดิน และชุมชน ในการที่จะหาแนวทางในการแก้ปัญหาตลิ่งคลองพังทะลาย และการอนุรักษ์พลับพลึงธารร่วมกัน โดยเฉพาะการขุดตักดินและหินตามลำคลองเพื่อการก่อสร้าง การขุดลอกคลองการตกแต่งคลอง การทำฝายน้ำล้น และการฟื้นฟูสองฝั่งคลอง เป็นต้น





ในนามของเพื่อนท่องเที่ยว ขอขอบคุณ คนเดินทาง และนายเอก ท่าตะเภา เป็นอย่างยิ่งครับ ที่ได้เขียนเรื่องราวดีๆ และ คุณ วีระศักดิ์ ภักดี ที่เอื้อเฟื้อภาพประกอบสวยๆ มาให้เพื่อนสมาชิกได้สัมผัสอีกหนึ่งมุมมอง และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้อีกครั้ง ที่อนุญาตให้...เพื่อนท่องเที่ยว นำบทความผลงานนี้ มาเผยแพร่ให้แก่สมาชิกไ้ด้เปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ไปพร้อมๆ กันครับ



ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
เพื่อนท่องเที่ยว : Friend Travel

คุณวรินทร์พร นีลดานุวงศ์ (คุณเล็ก)

สำนักงานเลขที่ 171/12 หมู่บ้าน คาซ่าซิตี้ ซอยสุขุมวิท 103 อุดมสุข 51 บางจาก พระโขนง กรุงเทพ ฯ 10260
Call Center : 089-403-6920, 089-500-3363 Fax : 02-398-0115
Website : www.friendtravelthai.com
Email : friendtravel2003@hotmail.
com


อ่านเรื่องสั้นทั้งหมดได้ที่นี่ครับ....   คิดถึงเพื่อน...คิดถึงทะเล...คิดถึง "ชุมพร" โลกทะเลชุมพร 2557   จ.ชุมพร
คิดถึงเพื่อน...คิดถึงทะเล...คิดถึง "ชุมพร"
อ่านต่อ...
เกาะนางยวน..เย้ายวลใจ สุด..สุด..  จ.ชุมพร เกาะนางยวน   จ.ชุมพร
สัมผัสความสุขสงบอันล้ำลึก ของวีถีธรรมชาติ
ที่สวยงาม ของโลกใต้ท้องทะเล
อ่านต่อ...
  ชุมพร...ขอไปอีก ไม่มีเบื่อ... ชุมพร...ขอไปอีก ไม่มีเบื่อ...   จ.ชุมพร
ยังมีอะไรอีกเยอะเลย ที่หลายๆ คนไม่ทราบว่า ชุมพรมีของดีของแปลก อ่านต่อ...
เกาะเต่า..เกาะมหัศจรรย์แห่งท้องทะเลอ่าวไทย ตอนที่# 1 เกาะเต่า   จ.ชุมพร
เกาะมหัศจรรย์.. แ่ห่งท้องทะเลอ่าวไทย
อ่านต่อ...
  โลกทะเลชุมพร...สีสันแห่งท้องทะเลอ่าวไทย โลกทะเลชุมพร 2556   จ.ชุมพร
สีสันแห่งท้องทะเลอ่าวไทย อ่านต่อ...
เส้นทางประวัติศาสตร์ เสด็จประพาสต้นจังหวัดระนอง เส้นทางประวัติศาสตร์ เสด็จประพาสต้นจังหวัดระนอง  
จ.ระนอง
แหล่ง มรดกทางวัฒนธรรม อ่านต่อ...
  เปิดประตูสู่..จังหวัดชุมพร  กับ นุ บางบ่อ เปิดประตูสู่..จังหวัดชุมพร  
จ.ชุมพร

กับ นุ บางบ่อ   อ่านต่อ...
ระนองยามสาย..กับอ่าวตาแดงบนเกาะช้าง จ.ระนอง ระนองยามสาย..กับอ่าวตาแดงบนเกาะช้าง  
จ.ระนอง
ณ ดินแดนแห่งนี้ยังคงซึ่งธรรมชาติ
ไว้ได้ดีจริงๆ อ่านต่อ...
  มุ่งหน้าสู่เกาะเต่า เคล้าคลอเสียงคลื่นเกาะนางยวน มุ่งหน้าสู่เกาะเต่า เคล้าคลอเสียงคลื่นเกาะนางยวน  จ.ชุมพร
อ่านต่อ...
ล่องแพ..แล พลับพลึงธาร  ณ คลองนาคา จ.ระนอง ล่องแพ แล พลับพลึงธาร  จ.ระนอง
ความงามของดอกพลับพลึงธาร ไม้น้ำหายากซึ่งพบที่เดียวในเมืองไทย อ่านต่อ...
 
โลกทะเลชุมพร
โลกทะเลชุมพร 2553   จ.ชุมพร
ปล่อยอารมณ์..ปล่อยภาระทั้งหมด มีเพียงเรากับทะเลและเพื่อนๆ อ่านต่อ...
เหยี่ยว อพยพกับสายลมใต้ปีก
จ.ชุมพร
อ่านต่อ...
  สวนลุงนิล เจ้าของสวนเกษตร "คอนโด 9 ชั้น" สวนลุงนิล เจ้าของสวนเกษตร "คอนโด 9 ชั้น"
อ่านต่อ...