:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
อัลบั้มเพื่อนท่องเที่ยว
ติดต่อเราได้ที่นี่เลยครับ
ดูรายละเอียดและเงื่อนไขการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ
พิพม์แบบฟอร์มการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ

Adventure สุดเหวี่ยง..ผจญภัยสุดมันส์ โปรแกรมท่องเที่ยวภาคเหนือ โปรแกรมเที่ยวทะเลฝั่งอันดามัน และอ่าวไทย / ทะเลภาคตะวันออก โปรแกรมท่องเที่ยวภาค อีสาน กลาง และภาคตะวันออก โปรแกรมเที่ยวต่างประเทศ
 
เครือข่ายเรดาร์ตรวจอากาศ
 
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ข่าวสารการท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทย
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายใน
ประเทศ (สทน.)
สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ
แผนที่ประเทศไทย
กรมป่าไม้
อุทยานแห่งชาติ
บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด
การบินไทย
บางกอกแอร์เวย์
แอร์เอเชีย
นกแอร์
การรถไฟแห่งประเทศไทย
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้าใต้ดิน
บริษัท ขนส่ง จำกัด
Sanook.Com 
IDO Travellers
สีสันทัวร์
Phototech
Walk-Way-Why : วอล์คเวย์วาย
Fame Tour & Service
 
โลโก้เพื่อนท่องเที่ยว
 
การวิเคราะห์เว็บระดับองค์กร Visitors Report

:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว


:: อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
คือ อ้อมกอดแห่งพงไพร ซึ่งเป็นบ้านของเหล่าสรรพสัตว์ป่า จนอยากจะบอกว่า..เป็นบ้านหลังสุดท้าย หรือ ผืนป่าแนวกันชนแห่งเทือกเขาตะนาวศรีผืนสุดท้ายก็คงไม่แปลก เพราะป่ามีต้นไม้ใหญ่เหลือน้อยมาก ต่างจากแต่เดิม เมื่อย้อนไปยี่สิบปีที่ผมเคยเข้ามา ที่ป่าแถบกุยบุรีในอดีต ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ มีป่าไม้หนาแน่น แต่เมื่อมีประชากรมนุษย์มากขึ้น มีพื้นที่ทำกินน้อยลง ป่าบางผืนหรือป่าส่วนใหญ่ของประเทศ จึงถูกบุกรุก หรือจัดให้เช่า ผืนป่าในปัจจุบันจึงเหลือน้อยลงไปทุกวัน จนทำเกิดปัญหาความขัดแย้ง ระหว่างประชาชนกับภาครัฐ คนกับช้างป่า จนเป็นสาเหตุให้ช้างถูกทำร้ายและถูกฆ่าตายสืบเรื่อยมา

ต่อมาในปี ๒๕๔๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินการอนุรักษ์ฟื้นฟู สภาพป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรี เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาระหว่างคนกับช้างตามแนวทางบันได 4 ขั้น โดยให้ใช้รูปแบบในการฟื้นฟู เช่นเดียวกับการดำเนินงานโครงการศูนย์ศึกษาพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เพชรบุรี และโครงการฟื้นฟูดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริเขาชะงุ้ม จ.ราชบุรี ทางด้านที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ได้พระราชทานพระราชดำริว่า "ยังมีสัตว์ป่า..ให้ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก" ซึ่งเป็นทฤษฎีใหม่ที่ควรนำมาปรับใช้ คือ ปล่อยให้ขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือไม่ก็ปลูกสับปะรดที่ไม่จำเป็นต้องมีคุณภาพดีเป็นอาหารให้ช้าง เพื่อให้คนและช้างอยู่ร่วมกันได้ ต่อมาในวันที่ ๕ กรกฏาคม ๒๕๔๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส "...ช้างควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องทำให้ป่านั้นมีอาหารช้างให้เพียงพอ" การปฏิบัติ คือ ให้ไปสร้างอาหารในป่าเป็นแปลงเล็กๆ และกระจาย กรณีช้างออกมาที่ชายป่า ต้องให้ความปลอดภัยกับช้างป่า...


ตั้งแต่นั้นมา...ทุกภาคส่วนได้น้อมนำกระแสพระราชดำรัส
สร้างแหล่งอาหารและน้ำให้ช้างและสัตว์ป่า ตลอดจนการรวมกลุ่มเพื่ออนุรักษ์ช้าง จวบจนปัจจุบันหากใครมาเยือนอุทยานแห่งนี้ ก็จะเห็นป้ายพระราชดำรัส ติดตั้งไว้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เป็นสิ่งเตือนให้ชาวประชาทุกหมู่เหล่าและเรา รู้รัก อนุรักษ์ คงอยู่ร่วมกัน ระหว่างคนกับป่าและสัตว์ป่าได้อย่างลงตัวปัจจุบันสถานการณ์ระหว่างคนกับป่าและสัตว์ป่าแถบนี้ดีขึ้น จนกลายเป็นพื้นที่ตัวอย่างของประเทศ ที่มีการจัดการระหว่างคนกับช้างและสัตว์ป่าได้ผลดีในระดับสูง ทุกวันนี้ ในพื้นที่จึงมีสัตว์ป่ามากมาย มาอาศัยบ้านหลังนี้ เป็นแหล่งพักพิง หาอาหาร เช่น ช้าง กระทิง วัวแดง สมเสร็จ เสื้อโคร่ง เสื้อดำ เสื้อดาว เก้ง กวาง นก ไก่ป่า หมี เป็นต้น แต่เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤติการขาดแคลนอาหารของสัตว์ในอนาคต วันนี้หลายหน่วยงานรวมทั้ง สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) ได้เดินทางมาปลูกป่า และเสวนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในพื้นที่ป่าแถบนี้ นายเอกเขนกจึงมีโอกาสร่วมกับคณะทำงานเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งมีกิจกรรมหลัก คือ สร้างแปลงอาหารให้ช้างและสัตว์ป่า ขยายแปลงปลูกป่าให้กระจายเพิ่มมากขึ้น จากที่ทำการอุทยาน เรามุ่งสู่จุดผ่อนปรนที่สามารถนำนักท่องเที่ยวเข้าไปชมสัตว์ป่าได้...ที่จุด...




:: หน่วยพิทักษ์อุทยานจุดป่ายาง

จากที่ทำการอุทยาน เราขับรถมาตามถนนลาดยาง ผ่านหมู่บ้าน พร้อมกับมองป้ายเล็กๆ ที่มีรูปช้าง ป้ายจะบอกจุดการเข้าพื้นที่ที่จะไปชมช้าง พอมาถึงพื้นที่ทดลองทางการเกษตร และผ่านไร่สับปะรดอีกไม่ไกลเราก็จะเข้าด่าน จุดนี้ จะเป็นพื้นที่ตรวจบัตร หรือนัดหมายเจ้าหน้าที่นำทาง พอผ่านด่านเข้ามา ขับรถไปตามถนนที่ไม่ได้ลาดยาง ถ้าสังเกตสองข้างทาง ที่เป็นป่าหญ้าคา เราจะพบว่า ป่า เป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ที่มีต้น สน ยูคา กระถิ่น สลับกับป่าปลูกใหม่ ที่มีลำต้นเพิ่งจะเริ่มโตเท่าลำแขน หรือใหญ่หน่อยก็ต้นขา ในระหว่างทางที่เข้ามา เราจะพบโป่งเทียม ทางน้ำไหล แหล่งน้ำซับ หรือถ้าโชคดี ก็อาจจะเห็นช้างเดินตัดถนนในพื้นที่ชายป่า


พอมาถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานป่ายาง ที่เราติดต่อขอบ้านไว้สำหรับเป็นแหล่งที่พักหลับนอนในคืนนี้ หลังจากกลับจาก ทำงานในภาคสนามที่เป็นพื้นที่ซุ่มบันทึกภาพสัตว์ป่า เช่น ช้าง กระทิง และบรรยากาศยามเช้ากับเย็น ซึ่งครั้งนี้การมาทำงานในพื้นที่ ก็ไม่ผิดหวังครับ สำหรับช้างได้รูปช้างมาฝากแฟนๆ คอลัมน์ ส่วนกระทิงนั้นเห็นไกลมาก ได้ภาพมาแบบเลือนลางในป่าที่ทำโป่งไว้ใกล้ๆ กับต้นยูคา (เข้ากันมากครับ กระทิงกับต้นยูคา) ส่วนนกเงือกที่บินข้ามหัวเป็นฝูงนั้น กว่าจะขยับกล้องทัน นกก็บินเข้าหมอกขาว ไปจับที่ต้นไทรของอีกฟากเขา ต้องใช้กล้องตาเดียว (กล้องสโคป) ส่องจึงจะเห็นตัว
ส่วนจะเห็นเสือหรือสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ ที่หายาก ต้องใช้กล้องดักบันทึกภาพตามด่านแบบที่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่ทำการวิจัยชนิดสัตว์นั้นๆ ใช้ ส่วนจะเป็นจุดไหนแบบไหนนั้น..เรียกกันตามพื้นที่ที่ทำการวิจัยสัตว์ป่าครับ สำหรับคณะเราเวลาน้อย รูปสัตว์ป่าหายากจึงได้รับความเอื้อเฟื้อจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรี สำหรับวันนี้...แสงเหนือทิวเขายามค่ำสาดมาที่เส้นขอบฟ้าหลังแนวทิวเขา วันนี้กว่าจะออกจากป่าก็ค่ำแล้ว ขออนุญาตนอนฟังเสียงป่าอีกซักหนึ่งคืน เมื่อเช้าวันใหม่มาถึง ค่อยว่ากันไหมครับ...



:: ยามเช้ากับโขลงช้างและทิวหมอกแถวบ้านพัก

ลมฝนยังไม่จางหายจากทิวเทือกเขาตะนาวศรีในที่ไกลตา ผืนดินบางแห่งยังคงชุ่มฝนเพราะน้ำขังหรือหมอกหนา ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา เราท่านคงได้รับรายงานข่าวว่า ในหลายพื้นที่ของประเทศ เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมหนัก ในเมื่อพื้นที่ป่ามีน้อยก็เป็นธรรมดาของธรรมชาติ เมื่อน้ำมามากเท่าไหร่ ก็จะหลาก ไหลลงจากภูเขาสูงลงสู่พื้นราบอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีป่าหรือต้นไม้ช่วยชะลอความแรงของสายน้ำ แต่ยามฝนสั่งลา..ก่อนเขาสู่ฤดูหนาวเช่นนี้ ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานจุดป่ายางในยามเช้า...หมอกหนายังคงลอยอยู่เหนือทิวเขาป่าฝนและกอหญ้า




ก่อนฟ้าจะเปิดเห็นทิวเมฆเป็นลอนและฟ้าคราม แสงแดดอ่อนๆ พอสาดส่องแสงได้ไม่นาน นกเงือก จากทิวเขาก็บินข้ามแนวชายป่าออกมาส่งเสียงร้องดังลั่นป่า ส่วนช้างบางตัวก็กำลัง ระล้า ระลัง ว่าจะข้ามด่านจากป่าอีกฟาก ไปยังอีกฟากของป่าที่มีแหล่งน้ำดีหรือไม่ จากวันที่นั่งเฝ้าบันทึกภาพโขลงช้าง และจากค่ำคืนที่ผ่านมาที่ได้นอนฟังเสียงช้างร้อง ฮือๆๆ ยังกับเสียงลมในช่วงท้อง จึงรู้ว่าเออๆๆ ช้างนี้ร้องได้หลายเสียง หลายแบบ เหมือนกันแฮะ ส่วนรูปสัตว์ป่าและวิว ที่บันทึกภาพมาฝากกันนั้น ถือว่าเป็นของขวัญจากป่า เป็นผลพลอยได้ หลังจากมาทำกิจกรรม สร้างแหล่งอาหารและปลูกป่าให้ช้างและสัตว์ป่า...
"เรามีบ้าน...สัตว์ป่าก็ต้องมีบ้าน" และนี้อาจจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ สำหรับชมสัตว์ป่าหายาก หรืออาจจะเป็นบ้านหลังสุดท้ายของสัตว์ป่าที่กุยบุรี ...กุยบุรีไพรพนาของสัตว์ป่า...



ข้อมูลจำเพราะ

บริจาคช่วยเหลือสร้างแปลงอาหารให้ช้าง ติดต่อ สำนักงานอุทยานแห่งชาติกุยบุรี โทร.๐๘-๙๖๗๖-๐๒๓๑ หรือ ๐๓๒-๖๔๖-๒๙๒ ตั้งอยู่ตำบลหาดขาม มีความหลากหลายทางระบบนิเวศและชีวภาพสูง ห่างจากกรุงเทพฯโดยประมาณ ๒๙๕ กม. โดยยึดเส้นทางหลักมาตามถนนเพชรเกษม ก่อนถึงอำเภอกุยบุรี ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๒๑๗ แยกยางชุม เป็นถนนลาดยางเข้าสู่จุดดูช้างและสัตว์ป่าระยะทางประมาณ ๓๐ กม. กุยบุรี เป็นเมืองโบราณที่มีรองรอยทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ปรากฏหลักฐานจาก ท่าข้ามในสมัยสงคราม สะพานรถไฟวังยาว ท่าน้ำญี่ปุ่น เป็นต้น
การเตรียมตัวก่อนเข้าชมสัตว์ป่า ควรสวมใส่เสื้อสีเรียบไม่ฉุดฉาด ไม่ส่งเสียงดัง กล้องส่องทางไกล กางเกงขายาวและเสื้อแขนยาว (กันหญ้าบาด) หมวกหรือร่ม (กันแดดแรง) สามารชมสัตว์ป่าได้ในช่วงประมาณ 16.00-18.00 น. ทุกวัน ควรปฏิบัติตามกฎระเบียบของอุทยานอย่างเคร่งครัด หากอยากบันทึกภาพสัตว์ป่า ฤดูร้อนตามแหล่งน้ำพบแน่นอน ส่วนช่วงฝนก็ต้องตอนที่หญ้าระบัดใบสีเขียวอ่อน



เอื้อเฟื้อการเดินทาง
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.)
เพื่อนท่องเที่ยว Friend Travel
คุณวรินทร์พร นีลดานุวงศ์ (คุณเล็ก)
สำนักงานเลขที่ 171/12 หมู่บ้าน คาซ่าซิตี้ ซอยสุขุมวิท 103 อุดมสุข 51 บางจาก พระโขนง กรุงเทพ ฯ 10260
Call Center : 089-403-6920, 089-500-3363 Fax : 02-398-0115
Website : www.friendtravelthai.com
Email : friendtravel2003@hotmail.com

เรื่อง : นายเอกเขนก
ภาพ : อุทยานแห่งชาติกุยบุรี , วีระศักดิ์ ภักดี , สันต์ ไทรงาี


อ่านเรื่องสั้นทั้งหมดได้ที่นี่ครับ...
อาบลมห่มทรายเติมรัก ณ ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์
อาบลมห่มทรายเติมรัก ณ ปราณบุรี  จ.ประจวบคีรีขันธ์ ความทรงจำกับ ทะเล หาดทราย สายลม กับใครหลายคน หรือใครบางคน อ่านต่อ...
  4 ป่า 5 เขา 9 ทะเล เสน่ห์ประจวบคีรีขันธ์ 4 ป่า 5 เขา 9 ทะเล เสน่ห์ประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จะมีสักกี่จังหวัด ที่สามารถพูดได้ว่า จังหวัดนั้นๆ มี สี่ป่า... ห้าเขา... เก้าทะเล... อ่านต่อ...
กุยบุรี ไพรพนาของสัตว์ป่า จ.ประจวบคีรีขันธ์  ผืนป่าแนวกันชนแห่งเทือกเขาตะนาวศรีผืนสุดท้าย อ่านต่อ... กุยบุรี ไพรพนาของสัตว์ป่า จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผืนป่าแนวกันชนแห่งเทือกเขาตะนาวศรีผืนสุดท้าย อ่านต่อ...      




ในนามของเพื่อนท่องเที่ยว ขอขอบคุณนายเอกเขนก เป็นอย่างยิ่งครับ ที่ได้เขียนเรื่องราวดีๆ และ ทางอุทยานแห่งชาติกุยบุรี , คุณวีระศักดิ์ ภักดี และคุณสันต์ ไทรงาีที่เอื้อเฟื้อภาพประกอบสวยๆ มาให้เพื่อนสมาชิกได้สัมผัสอีกหนึ่งมุมมอง และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้อีกครั้ง ที่อนุญาตให้...เพื่อนท่องเที่ยว นำบทความผลงานนี้ มาเผยแพร่ให้แก่สมาชิกไ้ด้เปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ไปพร้อมๆ กันครับ



ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
เพื่อนท่องเที่ยว : Friend Travel

คุณวรินทร์พร นีลดานุวงศ์ (คุณเล็ก)

สำนักงานเลขที่ 171/12 หมู่บ้าน คาซ่าซิตี้ ซอยสุขุมวิท 103 อุดมสุข 51 บางจาก พระโขนง กรุงเทพ ฯ 10260
Call Center : 089-403-6920, 089-500-3363 Fax : 02-398-0115
Website : www.friendtravelthai.com
Email : friendtravel2003@hotmail.
com