:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
อัลบั้มเพื่อนท่องเที่ยว
ติดต่อเราได้ที่นี่เลยครับ
ดูรายละเอียดและเงื่อนไขการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ
พิพม์แบบฟอร์มการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ

Adventure สุดเหวี่ยง..ผจญภัยสุดมันส์ โปรแกรมท่องเที่ยวภาคเหนือ โปรแกรมเที่ยวทะเลฝั่งอันดามัน และอ่าวไทย / ทะเลภาคตะวันออก โปรแกรมท่องเที่ยวภาค อีสาน กลาง และภาคตะวันออก โปรแกรมเที่ยวต่างประเทศ
 
เครือข่ายเรดาร์ตรวจอากาศ
 
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ข่าวสารการท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทย
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายใน
ประเทศ (สทน.)
สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ
ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัด 
แผนที่ประเทศไทย
กรมป่าไม้
อุทยานแห่งชาติ
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด
การบินไทย
บางกอกแอร์เวย์
แอร์เอเชีย
นกแอร์
ภูเก็ตแอร์
One-2-Go
การรถไฟแห่งประเทศไทย
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้าใต้ดิน
บริษัท ขนส่ง จำกัด
Sanook.Com 
IDO Travellers
สีสันทัวร์
Phototech
Walk-Way-Why : วอล์คเวย์วาย
Fame Tour & Service
นิตรสาร "สารคดี"
นิตรสาร "อสท"
PIXPROS สังคมแห่งการถ่ายภาพ
สนามเดินป่า  
โลโก้ไทยแลนด์
font.com
Wordmark.it
 

:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
Amazing I-San In Frame
ตอน : เที่ยวสามภู ดูถิ่นไดโนเสาร์


ถนนสายมิตรภาพอันเก่าแก่...ที่ก่อกำเนินขึ้นในช่วงสงคราม ฝรั่งสร้างไว้ไม่ใช่ใครอื่นไกล อเมริกา...ไง ในช่วงยุคนั้นผู้คน รุ่นลุง รุ่นพ่อ ออกไปทำงานช่วยต่างชาติสร้างถนน ก็พอได้ค่าแรงมาจุนเืจือครอบครัว ส่วนผู้นำครอบครัวบางคน กับวัยรุ่นยุคนั้น บางคนก็สมัครเป็นทหาร รับจ้างไปรบยังต่างแดน (ค่าแรงจ่ายเป็นดอร์ล่า) จนแยกถนนบางเส้นของประเทศ ที่คนไทยรับจ้างไปรบ คนพื้นถิ่น (เวียดกง) ของเวียดนามกลาง เรียกว่า แยกถนนทหารไทย (แยกไทยแลนด์) ยุคนั้นหลายแสนคนต้องตาย เสียงลูกปืนคำราม กับชาวต่างชาตินักล่าอาณานิคม ทำให้ต้องเดือดร้อนกันทั่วโลก จากผลพวงของสงครามที่ยาวนาน จนปัจจุบัน ถ้าผมจำไม่ผิด ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเพิ่งเปิดประเทศได้ประมาณไม่ถึงสิบปี...

ถึงแม้ถนนจะเป็นตัวเชื่อมการทำลายล้างและสร้างสัมพันธไมตรี แต่ตอนนี้...ถนนมิตรภาพเป็นถนนที่สร้างมิตรภาพจริงๆ ตามชื่อถนน สองฝั่งที่ถนนตัดผ่านในวันนี้ สร้างความเจริญ มั่งคั่ง มาสู่ผู้คน สร้างรายได้เป็นมวลรวมมหาศาล นำผลผลิตมาสู่ผู้บริโภค แต่ถนนในวันนี้ จะใช้เชื่อมโยงนำพาขบวนรถ คาราวานท่องเที่ยวช่วยชาติ ไปชมสิ่ง มหัศจรรย์แดนอีสานในมุมมอง ของคณะสื่อมวลชนที่ไปกับ "โครงการ..เที่ยวสามภูดูถิ่นไดโนเสาร์" ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้ เราออกจากกรุงเทพฯ แต่เช้า เดินทางไปตามถนนสายมิตรภาพอันยาวไกล ไปเบิ่งอีสาน ให้ม่วนซื่น โฮแซว ส่วนจะไปที่ใด แห่งใดก็ตามมาเลยครับ

เขื่อนลำตะคอง

จังหวัดนครราชสีมา :
เริ่มเข้าสู่เส้นทางเรียนรู้ สร้างสัมผัส บนผืนแผ่นดินมหัศจรรย์ของเมืองไทย

จุดแรก: เขื่อนลำตะคอง
เราแวะทักทายความสวยงามของ สายน้ำ ขุนเขา สายลม ตรงจุดนี้เหมาะสำหรับ จอดรถพักผ่อนหย่อนอารมณ์ คลายความเมื่อยล้าจากการขับรถ หรือ จะหาอาหารมาทานพร้อมกับชมวิว ทิวน้ำในเขื่อน ก็เป็นการดียิ่ง

จุดสอง: มหาวิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังส เป็นมหาศรัทธาอลังกาลงานสร้าง ที่ริเริ่มโดยสรพงษ์ ชาตรี ที่ตั้งใจว่าจะสร้างองค์หลวงปู่ให้ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย รวมถึงถ้ามาที่แห่งนี้ก็อยากจะให้ผู้ที่ได้มา เยี่ยมเยือนนั้นมีแต่ความสุข (วนอุทยานแห่งความสุข) มาถึงที่แห่งนี้อย่าเร่งร้อน มากราบมนัสกาลสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพร ชำระจิตใจ ชำระความเป็น อัตตา ในตัวตนออก มาร่วมสร้าง มาสละทรัพย์สินตามกำลังตน มาส้างบุญเพื่อตนเองแล้วเผื่อแผ่ถึงเพื่อนร่วมโลก แถมในบริเวณพื้นที่รอบๆ องค์หลวงปู่ ยังมีจุดสวยงามมายมาย กว้างขวาง ให้ได้พักผ่อนหย่อนใจ

มหาวิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังส

จุดสาม: อุทยานประวัติศาตร์พิมาย หรือบุคคลทั่วไปมักเรียกว่า "ปราสาทหินพิมาย" แหล่งอารยธรรมโบราณ สร้างขึ้นเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 16-17 และมีการก่อสร้างเพิ่มเติมในราวพุทธศตวรรษที่ 18
อุทยานประวัติศาตร์พิมาย

อุทยานประวัติศาตร์พิมาย
อุทยานประวัติศาตร์พิมาย


ในบริเวณอุทยานมีหลายจุดที่น่าสนใจ เช่น พลับพลา สะพานนาคราช ซุ้มประตู กำแพงแก้ว ชาลาทางเดิน บรรณาลัย สระน้ำ ระเบียงคต ปราสาทประธาน หอพราหมณ์ ปรางค์หินแดง ปรางค์พรหมทัต กุฎิฤาษี เมรุพรหมทัต ท่านางสระผม ซึ่งทั้งหมด เป็นการประกอบขึ้น และูบูรณะร่วมกันระหว่างกรมศิลปกรกับรัฐบาลฝรั่งเศส ด้วยเทคนิค นัสติโลซีส (ANASTYLOSIS) คือ การนำชิ้นส่วนต่างๆ ของตัวปราสาทมาประกอบเข้าด้วยกัน ตามหลักวิชาการ และนำกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมให้เหมือนเดิมมากที่สุด


อุทยานประวัติศาตร์พิมาย
อุทยานประวัติศาตร์พิมาย



จังหวัดขอนแก่น : เริ่มต้นแห่งความมหัศจรรย์ บนพื้นถิ่นแหล่งไดโนเสาร์ ที่เป็นส่วนพิพิธภัณฑ์และหลุมขุดจริง

เริ่มต้นแห่งการเรียนรู้สืบค้น ตามหาร่องรอยไดโนเสาร์ ที่ อำเภอภูเวียง จุดนี้เป็นแหล่ง ขุดค้นพบไดโนเสาร์กินเนื้อ และกินพืชแห่งแรกของประเทศไทย บนพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล เกือบ 100 ไร่ ภายในพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จัดแสดงการกำเนิดโลก กำเนิดสิ่งมีชีวิตแรกๆ บนโลก ไปจนถึงวิวัฒนาการเข้าสู่ยุคไดโนเสาร์ และเนื้อหาการค้นพบไดโนเสาร์พันธุ์ " ภูเวียงกอซอรัสสิรินธรเน
"









จังหวัดกาฬสินธุ์ : เป็นอีกผืนแผ่นดินที่มีชื่อเสียงด้านผ้าไหม แพรวา และต้นกำเนินโปงลางอันเลื่องลือ แถมพ่วงด้วยซากไดโนเสาร์ อายุราว 140 ล้านปี

จุดแรก เป็นอีกแหล่งเรียนรู้ที่ผู้เขียนชอบเป็นพิเศษ เพราะจุดนี้เราจะได้สัมผัสรอยเท้าจริงๆ ของไดโนเสาร์ ซึ่งประทับรอยไว้บนลานหินในลำห้วยเหง้าดู่เชิงเขาภูแฝก บริเวณเทือกเขาภูพาน เป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ใน ยุคคลีเตเซียส ตอนต้น เราไปเยือนไปวัดรอยเท้า (ลื่นล้มทับรอยเท้าไดโนเสาร์) ไดโนเสาร์สายพันธุ์กินเนื้อขนาดใหญ่ อายุประมาณ 140 ล้านปี จุดนี้เราสามารถมองเห็นรอยเท้าได้อย่าง ใกล้ชิด ชัดเจนที่สุดบนแผ่นหิน ที่มีรอยเท้าอยู่ในทางน้ำไหล ที่ "วนอุทยานภูแฝก" อ.นาคู เป็นภูเขาไม่สูงมากนัก เหนือระดับน้ำทะเลปานกลางโดยประมาณ 200 - 475 เมตร สภาพป่าส่วนใหญ่ เป็นป่าเต็งรัง ผสมป่าเบญจพรรณ มีพรรณไม้ เช่น ไม้มะค่าโมง เต็ง รัง ประดู่ เป็นต้น ส่วนทางเดินนั้นค่อนข้างจะรื่นเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน จึงต้องระมัดระวังการ ก้าวเดินมิเช่นนั้น ท่านจะได้ลงไปนอนวัดรอยเท้าไดโนเสาร์เหมือนผมอย่างแน่นอน







จุดสอง
"พิพิธภัณฑ์สิรินธร" ( sirindhorn museum ) เข้าชมสถานที่แห่งนี้ที่เดียว ก็ถูกเจ้าไดโนเสาร์ในยุคต่างๆ ที่นำมาจัดนิทัศการ จนหมดเวลาไปทั้งวัน สถานที่แห่งนี้ มีซากกระดูกไดโนเสาร์ อยู่ที่ ภูกุ้มข้าว ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ถูกขุดค้นพบเมื่อปี พ.ศ.2537 โดยพระครูวิจิตรสหัสคุณ (พระญาณวิสาลเถรรองเจ้าคณะจังหวัดในปัจจุบัน) เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน โดยพบท่อนกระดูกโผล่จากพื้นดินในบริเวณที่เป็นหลุมขุดค้นในปัจจุบัน
ต่อมาคณะสำรวจจากฝ่ายโบราณชีววิทยา กองธรณีวิทยา ส่วนวิจัยซากดึกดำบรรพ์ ได้มาขุดสำรวจเพิ่มเติมจนถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2538 พบกระดูกไดโนเสาร์กินพืชมากกว่าหกตัว มีจำนวนกระดูกมากกว่า หกร้อยสามสิบชิ้น ภายในเวลาเพียงสามเดือนที่ขุดค้น ซึ่งซากกระดูกไดโนเสาร์ส่วนใหญ่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก ฝ่ายโบราณชีววิทยาจึงจัดตั้งโครงการพัฒนามาเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ขึ้นในปี พ.ศ.2538
ต่อมาในปี พ.ศ.2544 ถึง พ.ศ.2548 กรมทรัพยากรธรณี ได้สร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ เพื่อเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการถาวร เพื่อบริการเผยแพร่ความรู้ให้กับประชาชน และเป็นสถานที่ศึกษาค้นคว้าของนักวิชาการทั่วโลกที่จะมาแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน

ต่อมาภายหลัง...
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ทรงพระราชทานพระราชาอนุญาตให้ใช้ชื่อพิพิธภันฑ์ไดโนเสาร์นี้ใหม่ว่า พิพิธภันฑ์สิรินธร เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2549


ปัจจุบันได้ขุดพบกระดูกเพิ่มเติมอีกมากกว่าเจ็ดร้อยชิ้น ส่วนใหญ่มักจะเป็นกระดูกส่วนขา สะโพก ซีโครง คอ หาง และมักเป็นของไดโนเสาร์กินพืช ไม่น้อยกว่าเจ็ดตัว
นอกจากนี้ยังพบฟันของไดโนเสาร์ชนิดกินพืชกับกินเนื้ออีกสองชนิด จากลักษณะของกระดูกพบว่าเป็นไดโนเสาร์กินพืชสกุลภูเวียง (Phunwiangosaurus sirindhomae) หนึ่งชนิดและเป็นไดโนเสาร์ชนิดใหม่อีกหนึ่งชนิด (คาดว่าอาจเป็นไดโนเสาร์สกุลใหม่ของโลก)

ในส่วนของอาคารแสดงเท่าที่เดินดูมาทั้งวัน ในการจัดแสดงแบ่งออกได้เป็นแปดโซน คือ โซนจักวาลและโลก, โซมเมื่อมีสิ่งมีชีวิตแรกปรากฏ, โซนมหาพาลีโอโซอิก, โซนมหายุคมีโซโซอิค , โซนวีถีชีวิตของไดโนเสาร์ ,โซนคืนชีวิตให้ไดโนเสาร์ , โซนมหายุคซีโนโซอิก และ โซนเรื่องของมนุษย์ ทุกโซนเท่าที่พูดถึงทั้งหมด มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากทุกโซน




จุดสาม แหล่งขุดค้น "ภูกุ้มข้าว"   เป็นแหล่งขุดค้น พบฟอสซิลไดโนเสาร์แหล่งใหญ่ โดยพบโครงกระดูกไดโนเสาร์สายพันธุ์กินพืชจำนวน 700 ชิ้น กระดูกส่วนใหญ่เป็นชนิดซอโรพอดส์ อายุประมาณ 130 ล้านปี สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นชิ้นส่วนไดโนเสาร์ประมาณเจ็ดตัว พบชิ้นส่วนต่างๆ เกือบครบทุกส่วน ซึ่งในจำนวนนั้นชิ้นส่วนยังเรียงรายต่อกันเป็นโครงเกือบสมบูรณ์ทั้งตัว



จากอารยะธรรมเก่าแก่...ไปจนถึงซากไดโนเสาร์ที่มีอายุประมาณ 130-140 ล้านปี ทำให้คนเดินทางตัวเล็กๆ อย่างผมพอจะสรุปได้ว่า เที่ยวปราสาท ชมสามภู ดูถิ่นไดโนเสาร์ นั้น สำหรับผมอาจจะแยกได้ถึงสี่ภู ภูแรกเป็นภูแห่งปราสาท ภูที่สองเป็นภูเวียง ภูที่สามเป็นภูกุ้มข้าว ภูที่สี่ภูแฝก หรือจะเรียกรวมว่า..ภูไดโนเสาร์ก็คงไม่แปลก แต่สิ่งหนึ่งที่ได้รับรู้ก็คือ การเดินทางมาในครั้งนี้ เราได้เดินทางสู่แหล่งเรียนรู้ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ค้นหาการเกิดโลกและจักวาล ทฤษฏีการกำเนินของสิ่งมีชีวิต เรียนรู้อย่างเพลิดเพลิน และสนุกสนานในสถานที่จริงนอกห้องเรียน ที่เป็นแหล่งขุดพบโครงกระดูก และรอยเท้าไดโนเสาร์ ซึ่งอาจจะมีคำถามตามมา ถึงการคงอยู่ของร่องรอยดังกล่าว จวบจนถึงปัจจุบันว่าเป็นไปได้อย่างไร







เส้นทาง..ถนนแห่งการเรียนรู้ที่ผ่านมาทั้งวันนี้...
ทุกท่านสามารถเดินทางมาร่วมค้นหาคำตอบที่ชัดเจนได้ด้วยตนเอง
ในสัจธรรมของความเป็นอยู่ของสรรพสิ่งบนโลก รวมถึงสัตว์โลกล้านปี ที่มีขนาดใหญ่โตอย่างไดโนเสาร์ ที่ในที่สุดก็ยังต้องมีอันสูญพันธุ์จากโลกนี้ไป และในที่สุดนายเอกเขนก ก็ได้รู้ว่า..โลกมีความปรวนแปร และ มนุษย์เป็นตัวแปรสำคัญ ในการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม โลกมีสิ่งเก่าจากไป..สิ่งใหม่มาทดแทน โลกของเราวันนี้จึงเหมือนแหล่งเรียนรู้อยู่คู่กับเราเสมอ..มา...


















เรื่อง / ภาพ : นำตะวัน ภักดีี

เอื้อเฟื้อการเดินทางโดย
บริษัท มีเดีย เน็ตเวิร์ค จำกัด
156 ซ.เอกมัย ถ.ศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250
TEL : 0-2721-4417 , FAX :0-2721-5516


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
เพื่อนท่องเที่ยว : Friend Travel

คุณวรินทร์พร นีลดานุวงศ์ (คุณเล็ก)

สำนักงานเลขที่ 171/12 หมู่บ้าน คาซ่าซิตี้ ซอยสุขุมวิท 103 อุดมสุข 51 บางจาก พระโขนง กรุงเทพ ฯ 10260
Call Center : 089-403-6920, 089-500-3363 Fax : 02-398-0115
Website : www.friendtravelthai.com
Email : friendtravel2003@hotmail.
com


รวมพลคนรักไดโนเสาร์ จ.นครราชสีมา รวมพลคนรักไดโนเสาร์ จ.นครราชสีมา  
ร่วมพาเด็กๆ ผจญภัย ตะลุย เรียนรู้ดินแดนแห่งไดโนเสาร์
อ่านต่อ...
 
เที่ยวสามภู ดูถิ่นไดโนเสาร์ จ.นครราชสีมา
เที่ยวสามภู ดูถิ่นไดโนเสาร์  จ.นครราชสีมา
ไปเบิ่งอีสาน ให้ม่วนซื่น โฮแซว กับคาราวานท่องเที่ยวช่วยชาต อ่านต่อ...

 


ในนามของเพื่อนท่องเที่ยว ขอขอบคุณ คุณนำตะวัน ภักดีี  เป็นอย่างยิ่งครับ ที่ได้เขียนเรื่องราวดีๆ ให้เพื่อนสมาชิกได้สัมผัสอีกหนึ่งมุมมองและขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้อีกครั้ง ที่อนุญาตให้...เพื่อนท่องเที่ยว นำบทความผลงานนี้มาเผยแพร่ให้แก่สมาชิกไ้ด้เปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ไปพร้อมๆ กันครับ