:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
อัลบั้มเพื่อนท่องเที่ยว
ติดต่อเราได้ที่นี่เลยครับ
ดูรายละเอียดและเงื่อนไขการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ
พิพม์แบบฟอร์มการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ

Adventure สุดเหวี่ยง..ผจญภัยสุดมันส์ โปรแกรมท่องเที่ยวภาคเหนือ โปรแกรมเที่ยวทะเลฝั่งอันดามัน และอ่าวไทย / ทะเลภาคตะวันออก โปรแกรมท่องเที่ยวภาค อีสาน กลาง และภาคตะวันออก โปรแกรมเที่ยวต่างประเทศ
 
เครือข่ายเรดาร์ตรวจอากาศ
 
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ข่าวสารการท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทย
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายใน
ประเทศ (สทน.)
สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ
แผนที่ประเทศไทย
กรมป่าไม้
อุทยานแห่งชาติ
บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด
การบินไทย
บางกอกแอร์เวย์
แอร์เอเชีย
นกแอร์
การรถไฟแห่งประเทศไทย
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้าใต้ดิน
บริษัท ขนส่ง จำกัด
Sanook.Com 
IDO Travellers
สีสันทัวร์
Phototech
Walk-Way-Why : วอล์คเวย์วาย
Fame Tour & Service
 
โลโก้เพื่อนท่องเที่ยว
 
การวิเคราะห์เว็บระดับองค์กร Visitors Report

คนนอกคอก : ช่างภาพ , นักเขียนประจำเวปไซด์ www. Friendtravelthai.com (เพื่อนท่องเที่ยว)



โอ๊ย..เวียนหัวจังอ่ะ!!!...
อาการของคนที่เริ่มเมารถ... หลังมีหน้าที่ที่จะต้องเดินทางสู่ อ.อุ้มผาง จ.ตาก โดยใช้เส้นทางถนนลอยฟ้า หรือทางหลวงหมายเลข 1090 แม่สอด-อุ้มผาง จัดว่าเป็นเส้นทางปราบเซียนสายหนึ่งก็ว่าได้ ด้วยสภาพถนนที่แคบ คดเคี้ยว และบางช่วงก็ค่อนข้างชัน แต่สิ่งที่ช่วยให้เราลืมนึกไปว่าเวียนหัวได้บ้าง ก็คงเป็นทิวทัศน์ที่สวยงาม ท่ามกลางสายหมอกที่หนาบ้าง จางบางเป็นระยะ

ส่วนหน้าที่ของเราในวันนี้นั้น...ก็คงเป็นงานที่ได้รับเชิญจาก บริษัทเพื่อนท่องเที่ยว ที่จะพาเราไปสัมผัสกับความมันส์กลางสายน้ำ เมื่อได้เวลาเข้าสู่ฤดูล่องแก่ง และแน่นอนว่า เป้าหมายของการมาของเราในวันนี้คือ "การล่องแก่ง" ที่ลำน้ำอุ้มผาง

จากการทำการบ้านก่อนลงพื้นที่จริงของเรา ก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น และอยากที่จะไปให้ถึงที่หมายเร็ว ๆ เพราะหลาย ๆ สื่อบอกให้เรารู้ว่า แก่งของลำน้ำอุ้มผางนั้น มีระดับความยากอยู่ที่ระดับ 3 – 5 ซึ่งเป็นระดับที่ต้องใช้นายท้ายที่มีความชำนาญ ไม่งั้นท่าทางจะติดแก่ง หรือไม่ก็ได้ลงไปเล่นน้ำเย็น ๆ เป็นแน่

เราเดินทางถึงอุ้มผางในตอนเช้า อากาศที่นี่สดชื่น ได้ลงรถไปเก็บภาพบรรยากาศเมื่อใด ก็ไม่ลืมที่จะสูดอากาศบริสุทธิ์ พร้อมออกซิเจนที่หาไม่ได้ในกรุงเทพฯ เข้าไปให้เต็มปอด

เยือนถิ่นชาวบ้าน..ค้างคืนแบบโฮมสเตย์
ส่วนคืนนี้เราจะต้องอพยพย้ายถิ่นฐานไปนอนโฮมสเตย์ที่หมู่บ้านกระเหรี่ยงอุ้มผางคี หมู่บ้านสุดท้ายทางทิศตะวันออก ของ อ.อุ้มผาง จ.ตาก โดยการนั่งรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ลัดเลาะไปตามเขา ใช้เวลาประมาณ 1 ช.ม. ก็ถึงหมู่บ้านอุ้มผางคี ไม่รอช้า หลังจากที่เก็บสัมภาระเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว เราก็ออกตระเวนเก็บภาพหมู่บ้าน รวมไปถึงการซึมซับชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายและแสนพอเพียงของชาวบ้านที่หมู่บ้านแห่งนี้

“ไปอาบน้ำที่ลำธารกันเถอะ” เพื่อนคนหนึ่งของเราชวน

“ไปดิ ไปดิ” เสียงสนับสนุนจากทุกคนในกลุ่ม ที่ไม่รีรอ ลงมือเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดว่ายน้ำทูพีช อ๊ะ!! อย่าเพิ่งตกใจ ทูพีชที่ว่าก็เป็นเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นนั่นเอง

“อึ๋ย..เย็นนนนนนน...ฮือ..ฮือ..ตะคริวกินเท้าอ่ะ” เสียงร้องที่รอดออกมาจากฟันทีกัดกันดังกรอด ๆ เนื่องจากน้ำในลำธารของหมู่บ้านที่ไหลแรง แถมเย็นเยือกจนทำให้เราเป็นตะคริว หลังจากนวดสักพักก็ลงเล่นต่อได้อย่างสบาย

ส่วนสายน้ำที่ไหลผ่านหมู่บ้านอุ้มผางคีนี้ เป็นต้นน้ำของลำน้ำอุ้มผาง ก่อนที่จะไปรวมกับลำห้วยอื่นๆ เป็นลำน้ำแม่กลองที่ตัว อ.อุ้มผาง
สดชื้น..สดชื่น หลังจากได้อาบน้ำเย็น ๆ มันก็ทำให้ร่างกายเราสดชื่นขึ้นมาทันทีทันใด ต่อจากนี้ก็คงเป็นเวลาของอาหารเย็นฝีมือแม่ครัวหัวป่าก์ ที่อร่อยเหาะเป็นพิเศษ

ด้วยมุ้งสีชมพูหวานแหววที่ถูกกางเรียงรายบนศาลาพักผ่อนเต็มลานกว้าง หลังจากทานอาหารเสร็จ ดูนาฬิกาเพิ่งจะหกโมงต้องเข้านอนแล้วหรือ คนกรุงอย่างเราจะให้นอนแต่หัวค่ำ มันก็อาจจะทำให้ผิดแปลกจากสภาพที่เคยชินว่าต้องนอนหลัง 4 ทุ่มขึ้นไป ทำให้เพื่อน ๆ ของเราส่วนใหญ่หรือแทบจะทุกคนที่นอนส่ายไปส่ายมา อยากจะหาอะไรทำเต็มแก่ นอนมองไปรอบ ๆ เห็นเพียงแสงเทียนเป็นจุด ๆ ท่ามกลางความมืดสนิท และสายลมที่พัดมาเบา ๆ สุดท้ายก็ต้องลุกขึ้นมาเฮฮา ปาร์ตี้ กันสักหน่อย พอให้กรามค้าง ถึงแยกย้ายกันเข้านอน

เดินเท้า..ล่องแก่ง
เช้าที่สดใสมาเยือน ได้เวลาทำธุระส่วนตัว พร้อมกับเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดว่ายน้ำทูพีชอีกครั้ง รวมถึงการใส่เสื้อชูชีพคนละหนึ่งตัว เพราะเช้าวันนี้เราต้องเดินป่า เพื่อไปล่องแก่งที่ลำน้ำอุ้มผาง จุดหมายสำคัญของการเดินทางในครั้งนี้

ตอนแรกก็สงสัยว่าแค่เดินป่าธรรมดา ทำไมจะต้องใส่เสื้อชูชีพด้วย เพราะช่วงแรก ๆ ที่ใส่มันทำให้เรารู้สึกอึดอัด ทำอะไรไม่ค่อยสะดวก แต่เมื่อเดินเข้าป่าไปแล้ว เราจึงรู้คำตอบว่า ทำไม?

การเดินป่าเพื่อจะขึ้นไปยังต้นน้ำของลำน้ำอุ้มผางนั้น เราจะใช้เวลาเดินประมาณ 4 ชั่วโมง ซึ่งถ้าถามว่าระยะทางประมาณเท่าไหร่ คนพื้นที่เองก็บอกเราว่ายังไม่เคยได้วัดระยะสักครั้ง แต่ก็พอกะเป็นเวลาได้ประมาณ 4 ชั่วโมงอย่างที่บอก ก่อนออกเดินทางก็ไม่ลืมที่จะถ่ายรูปหมู่ไว้เป็นที่ระลึก พร้อมกับลูกทัวร์ และเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ อีกกว่า 30 ชีวิต ด้วยเส้นทางที่ต้องเดินลัดทุ่งข้าวโพด ไร่นาของชาวบ้าน ข้ามเขา รวมไปถึงลำน้ำ 4 ชั่วโมงที่ว่าทำให้เราหอบไม่ใช่เล่น

“เดินข้ามไปทีละคนนะครับ...”   เสียงเจ้าหน้าที่ตะโกนบอกทุกคนที่ไปรวมตัวกันอยู่บนสะพานไม้ไผ่ที่ใช้ข้ามลำน้ำ

“แป๊ะ..แป๊ะ..ตู้ม...กรี๊ด.ด.ด...”   เสียงลูกทัวร์ของเราสามคนที่อยู่กลางสะพานไม้ไผ่ที่หัก ทำให้ล่วงลงสู่น้ำที่ไหลเชี่ยว

“ว้าย...”   เสียงเราเองที่หล่นตุ๊บลงทับพี่ร่วมเดินทางของเราอีกคนที่ตกลงไปก่อนหน้านี้ บริเวณน้ำตื้นแค่ข้อ ทำให้รีบทรงตัวยืนตรงได้อีกครั้ง

ส่วน 3 คนที่ลอยไปกับน้ำนั้น ก็ได้น้ำใจจากทุก ๆ คนที่รีบบึ่งไปช่วยพากลับมาเข้ากลุ่มได้อย่างปลอดภัย ( ต้องขอบคุณเจ้าเสื้อชูชีพด้วย เพราะมันทำให้เพื่อนร่วมทริปของเราไม่จมน้ำไปเสียก่อน และนี่เองทำให้เรารู้ว่าทำไมต้องใส่ชูชีพ..) ต่างคนต่างก็ก้มหน้าสำรวจตัวเอง มีแผลกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั้งที่เราตกลงมาจากด้านบน ผิดกับคนที่ค้างเติ่งอยู่ด้านบน ดูจากภายนอกแล้ว ไม่น่าจะเจ็บมาก แต่เอาเข้าจริงน่าจะเป็นคนที่เจ็บที่สุด แต่ด้วยความตั้งใจ ทำให้ระยะทางที่เหลืออีกกว่า 3 ชั่วโมง นั้นไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด

“อย่าไปทางซ้ายครับ เดินทางขวาครับ” เสียงเจ้าหน้าที่ตะโกนบอกผู้กล้าคนหนึ่งที่กำลังเดินข้ามสะพานไม้ไผ่เป็นสะพานที่สอง

“พี่ให้เราไปก่อนมั้ย” เราถามเพราะประเมินจากน้ำหนักตัวพี่เค้าแล้ว กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบเมื่อซักครู่ซ้ำอีกรอบ

“แป๊ะ..แป๊ะ..ตู้ม...โครม” และแล้วก็เป็นอย่างที่ใจคิด หลังจากที่พี่เค้าไม่ยอมให้เราเดินข้ามไปก่อน ด้วยความหวังดีว่า จะไปก่อนเพื่อจะคอยช่วยคนข้างหลัง และเป็นพี่เค้าซะเองที่ต้องใช้ตัวช่วย

ส่วนอีกประมาณ 7 ชีวิตที่เหลือตกค้างอยู่ฝั่งนี้ ก็ได้แต่ตัดพ้อว่ามันเป็นกรรมอะไรของฉันหรือเปล่าน้า ที่ไม่ได้ข้ามสะพานไม้ไผ่เลยซักสะพานเดียว ต้องเปลี่ยนเป็นการเดินหาช่วงลำน้ำที่น้ำค่อนข้างนิ่ง ลอยตัวเกาะเชือกที่ขึงพาดระหว่างสองฝั่งไป

เดินป่า ลอยตัวข้ามลำน้ำ เหตุการณ์ที่เราต้องเจอซ้ำ ๆ ระหว่างการเดินทางสู่ต้นน้ำ แต่ก็สนุกแถมได้เพื่อนร่วมทางผู้มีน้ำใจมากมาย รวมทั้งพี่สเตฟานชื่อเท่ ๆ ที่ขัดกับหน้าตาเอามาก ๆ (ที่จริงพี่เค้าชื่อลูกหยีอ่ะ) ที่คอยช่วยให้เราเกาะหลังข้ามลำน้ำในช่วงที่กระแสน้ำค่อนข้างแรง จนสามารถผ่านไปได้ กว่า 4 ชั่วโมง ที่เราหอบท้องว่าง ๆ ที่ไม่ได้สัมผัสแม่แต่น้ำสักหยด มาถึงกลางลำน้ำอุ้มผาง จุดเริ่มต้นของการล่องแก่งของเราในครั้งนี้จนได้ เฮ่อ...เล่นเอาเหนื่อยเลย


หลังจากที่รับประทานอาหารกลางวันท่ามกลางธรรมชาติกันเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ก็แจกอุปกรณ์ยังชีพให้กับนักท่องเที่ยว ก็ไม่มากมาย แค่หมวกกันน๊อค อุปกรณ์ที่สำคัญมาก หากเราต้องตกน้ำ เพราะจะช่วยป้องกันศีรษะไม่ให้ไปกระทบกับหินได้

จากนั้นก็ประจำที่ ส่วนก๊วนของเราก็ขอลงเรือยางเป็นลำแรก เพราะต้องออกไปหามุมดี ๆ ซุ่มถ่ายรูป โดยได้พี่คิด และพี่ต้น พี่ชายที่มากด้วยอารมณ์ขัน มาช่วยเป็นนายท้ายให้กับเรา


การล่องแก่งครั้งนี้ เราจะต้องเผชิญกับแก่งน้อยใหญ่ถึง 77 แก่ง
ระดับความยากง่ายก็แตกต่างกันไป ส่วนแก่งที่เราต้องผ่านเป็นแก่งแรกนั้น คือ “แก่งหลง” มีลักษณะเป็นแก่งน้ำตกเล็ก ๆ นายท้ายไม่เก่งมีสิทธิ์ล่มแน่นอน รวมไปถึง “แก่งมะนาว” และแก่งเกิดใหม่ที่ชื่อว่า “แก่งน้าก๊อต” แก่งที่สมาชิกของเราไปทำสะพานไม้ไผ่หักไว้ จนอดคิดไม่ได้ว่า ใครที่มาเที่ยวต่อจากเราคงจะแอบบ่นถึงพวกเราแน่นอน

แม้จะดีใจอยู่ลึก ๆ ว่านายท้ายที่เก่งมาคุมเรือของเราแล้ว แต่ก็ยังไม่วายพาเข้าดงไม้อยู่เรื่อย ๆ กินต้นไม้จนอิ่ม บางครั้งก็แอบสงสัยไม่ได้ว่า เอ!ตั้งใจแกล้งเราหรือเปล่าเนี่ยะ แต่ในความสนุก เราก็ได้ความรู้จากสภาพแวดล้อมของที่นีมากมาย ว่าต้นไม้ที่อยู่สองข้างลำน้ำนั้น มีประโยชน์กับชาวบ้านอย่างไรบ้างผ่านนายท้ายของเราทั้งสองคน

กว่า 3 ชั่วโมง กับการผจญภัยผ่านแก่งน้อยใหญ่ มีทั้งตื่นเต้นบ้าง และหวาดเสียวบ้าง เพราะเกิดไปจ๊ะกับงูที่ห้อยตัวอยู่บนต้นไม้เหนือหัว ทำให้ต้องรีบหลบลงกลางเรือ หรือต้องตกใจว่านายท้ายหายไปไหน (แอบไปห้อยตัวอยู่ท้ายเรือโดยไม่บอกนี่เอง) ก็ทำให้เราสนุกกับการล่องแก่งครั้งนี้มาก จนมาสุดการเดินทางที่หมู่บ้านกระเหรี่ยงแปโดทะ

หลังจากรับน้ำ ทานพอให้หายเหนื่อยแล้ว วันนี้เราคงต้องลาผืนป่าแห่งนี้จริง ๆ ซะแล้ว แต่ก็ลากันด้วยรอยยิ้ม มิตรภาพ และความมันส์ที่บอกเล่าได้ไม่เต็มร้อย หากไม่มาสัมผัสด้วยตัวเอง...

:: รูปประกอบ ::          
 

ออนไลน์เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2550
Photo by aryuka & god
Thank : ทีมงานเพื่อนท่องเที่ยว


อ่านเรื่องสั้นทั้งหทดได้ที่นี่....
อุ้มผางคี : เที่ยวป่าหน้าฝน...แหล่งต้นน้ำแห่งอุ้มผางคี พงไพรแห่งทุ่งใหญ่นเรศวร  อ.อุ้มผาง จ.ตาก อุ้มผางคี : เที่ยวป่าหน้าฝน... จ.ตาก แหล่งต้นน้ำแห่งอุ้มผางคี พงไพรแห่งทุ่งใหญ่นเรศวร
อ่านต่อ...
  เปรโต๊ะลอซู..ดินแดน..น้ำตกบนฟ้า เปรโต๊ะลอซู   จ.ตาก
ดินแดน..น้ำตกบนฟ้า
อ่านต่อ...
อุ้มผางคีู : ต้นธารแห่งสายน้ำ ถึง ทุ่งใหญ่นเรศวร จ.ตาก อุ้มผางคี : ต้นธารแห่งสายน้ำถึงทุ่งใหญ่นเรศวร จ.ตาก สำเนียง...แห่งป่า... บินข้ามเทือกเขามาเป็นฝูง อ่านต่อ...   น้ำตกเปรโต๊ะลอซู บนเทือกเขาดอยสามหมื่น  อ.อุ้มผาง จ.ตาก น้ำตกเปรโต๊ะลอซู บนเทือกเขาดอยสามหมื่น   จ.ตาก แหล่งกำเนิดแห่งสายน้ำแม่จัน ต้นธารบนเทือกเขาสูง อ่านต่อ...
อุ้มผางและอุ้มผางคี จ.ตาก อุ้มผางคี จ.ตาก บนผืนแผ่นดินลอยฟ้า..ที่แทรกตัวไปตามเทือกแห่งภูขุนเขาในป่าใหญ่ อ่านต่อ...   จังหวัดตาก เมืองนี้เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ เมืองสี่มหาราช เมืองที่ไม่ควรผ่านเลย... จังหวัดตาก   เมืองนี้เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ เมืองสี่มหาราช เมืองที่ไม่ควรผ่านเลย... อ่านต่อ...
" อุ้มผางคี " ความมันส์กลางสายน้ำ อุ้มผางคี : ความมันส์กลางสายน้ำ จ.ตาก
เมื่อต้องผ่านเส้นทางสายปราบเซียน อ่านต่อ...
  ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป ๑๐๐๐ ดวง จ.ตาก หนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่ค่ำคืน..สายปิงจะงดงามที่สุด ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป ๑๐๐๐ ดวง   จ.ตาก หนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่ค่ำคืน..สายปิงจะงดงามที่สุด อ่านต่อ...
เด็กดอยพาเที่ยว " น้ำตกทีลอซู " เด็กดอยพาเที่ยว " น้ำตกทีลอซู "   จ.ตาก
น้ำตกที่ติดอันดับ 1 ใน 6 ของโลก และเป็น 1ในเอเชีย อ่านต่อ...
     


  เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการล่องแก่ง
         การแบ่งระดับความยากง่ายของสายน้ำที่เราจะไปล่องแก่ง สามารถแบ่งได้เป็น 6 ระดับ เริ่มจากระดับง่ายๆ คือระดับที่ 1 ไป ถึงระดับ 6 ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ยากที่สุด
ระดับ 1
จัดได้ว่าเป็นระดับที่ง่ายมาก คนทั่วไปสามารถพายได้บนสายน้ำไหลเอื่อย เรียกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มล่องแก่งเป็นครั้งแรก
ระดับ 2
สายน้ำที่ไหลแรงขึ้นมาอีกระดับ ในระดับนี้ผู้พายจะต้องมีทักษะในการพายอยู่พอสมควร
ระดับ 3
สายน้ำแรงระดับปานกลาง มีแก่งให้ผู้พายได้ตื่นเต้นเป็นระยะๆ ในการพายจะต้องฝึกฝนเทคนิคการพาย และเรียนรู้ถึงลักษณะของสายน้ำ
ระดับ 4
เป็นระดับที่ยากต้องใช้เทคนิคการพาย และต้องใช้ความระมัดระวังในการล่องแก่ง
ระดับ 5
อยู่ในระดับที่ยากมาก สายน้ำไหลเชี่ยว จะต้องใช้เทคนิคและประสบการณ์ในการพายสูง นอกจากนี้ยังต้องเพิ่มความระมัดระวังในการล่องแก่งเป็นพิเศษ
ระดับ 6
จัดอยู่ในระดับที่อันตรายไม่เหมาะสำกรับการล่องแก่ง เพราะแก่งมีลักษณะเป็นน้ำตก

ไปล่องแก่งต้องเตรียมอะไรบ้าง
• หากจะไปล่องแก่ง นอกจากจิตใจ ร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงและอุปกรณ์ที่ใช้ในการล่องแก่งแล้ว สิ่งที่ควรตระเตรียมเพิ่มเติม ได้แก่
• เสื้อผ้าที่สวมใส่แล้วกระชับ มีความคล่องตัว เนื้อเบาและแห้งง่าย เช่น กางเกงขาสั้นและเสื้อยืด
• รองเท้าสำหรับสวมใส่ในขณะล่องแก่ง ควรเลือกรองเท้าที่มีน้ำหนักเบา ไม่อุ้มน้ำ มีสายรัดส้นเท้า เพื่อไม่ให้หลุดหายไปกับสายน้ำ
• นอกจากนี้ยังมีข้าวของประเภทอื่นๆอีก เช่น ถุงกันน้ำสำหรับใส่สัมภาระที่ไม่อยากให้เปียกน้ำ อาหาร เต็นท์ และเครื่องนอน สำหรับการล่องแก่งที่จะต้องใช้ระยะเวลานาน หรือในระยะไกล
• สุดท้ายที่ขาดไม่ได้ ก็คือยา และเครื่องมือปฐมพยาบาลเบื้องต้น สิ่งเหล่านี้ควรพกเอาไว้ไม่เสียหลาย


วิธีการช่วยเหลือตนเองเมื่อตกน้ำ

• หากพลัดตกลงไปในน้ำ ควรจดจำวิธีการช่วยเหลือตนเองเพื่อนำไปปฏิบัติตาม ดังนี้
• พยายามว่ายน้ำเข้าหาเรือหรือเข้าฝั่งให้เร็วที่สุด เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับอันตรายจากกระแสน้ำและแก่งหิน
• พยายามลอยตัวให้อยู่เหนือน้ำในท่านอนหงาย ยกขาสองข้างขึ้นในระดับผิวน้ำ เพื่อให้เสื้อชูชีพช่วยพยุงตัวให้ลอย
• ในขณะที่กำลังถูกน้ำพัดไปเรื่อยๆให้เหยียดขาไปตามด้านที่กระแสน้ำไหล เพื่อเป็นการป้องกันตัวเอง จากการกระแทกกับหินและค่อยๆเตะขาในน้ำ เพื่อช่วยชะลอความเร็วของกระแสน้ำที่พัด
• อย่างอเข่าหรือคว่ำหน้าเพราะจะทำให้ร่างกายไปกระแทกกับสิ่งทิ่อยู่ใต้น้ำได้
• หากไม่มีโอกาสว่ายน้ำเข้าฝั่งก็ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำตอนต้น พยายามตั้งสติและหาที่ยึดเกาะเพื่อรอเรือ หรือทีมช่วยเหลือมารับ
• หากตกในกระแสน้ำเชี่ยว ไม่ควรรีบเกาะเรือยางเพราะกระแสน้ำจะพัดพาเรือไปด้วยความเร็ว อาจได้รับอันตรายจาดโขดหินหรือกิ่งไม้

             


.


เพื่อนท่องเที่ยว ขอขอบคุณ..
"คุณหนึ่ง และคุณก๊อต"
ด้วยนะครับที่ส่งเรื่องเล่าดีๆ มาให้เพื่อนสมาชิกได้อ่านกันครับ