:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
อัลบั้มเพื่อนท่องเที่ยว
ติดต่อเราได้ที่นี่เลยครับ
ดูรายละเอียดและเงื่อนไขการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ
พิพม์แบบฟอร์มการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ

Adventure สุดเหวี่ยง..ผจญภัยสุดมันส์ โปรแกรมท่องเที่ยวภาคเหนือ โปรแกรมเที่ยวทะเลฝั่งอันดามัน และอ่าวไทย / ทะเลภาคตะวันออก โปรแกรมท่องเที่ยวภาค อีสาน กลาง และภาคตะวันออก โปรแกรมเที่ยวต่างประเทศ
 
เครือข่ายเรดาร์ตรวจอากาศ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ข่าวสารการท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทย
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายใน
ประเทศ (สทน.)
สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ
ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัด 
แผนที่ประเทศไทย
กรมป่าไม้
อุทยานแห่งชาติ
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด
การบินไทย
บางกอกแอร์เวย์
แอร์เอเชีย
นกแอร์
ภูเก็ตแอร์
One-2-Go
การรถไฟแห่งประเทศไทย
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้าใต้ดิน
บริษัท ขนส่ง จำกัด
Sanook.Com 
IDO Travellers
สีสันทัวร์
Phototech
Walk-Way-Why : วอล์คเวย์วาย
Fame Tour & Service
นิตรสาร "สารคดี"
นิตรสาร "อสท"
PIXPROS สังคมแห่งการถ่ายภาพ
สนามเดินป่า  
font.com
Wordmark.it
 
โลโก้เพื่อนท่องเที่ยว
 
 
การวิเคราะห์เว็บระดับองค์กร Visitors Report
 

:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว

:: เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล / SATUN : ตอนที่ 2
"เกาะหินงาม เกาะยาง เกาะราวี ร่องน้ำจาบัง หินซ้อน
"
เช้าวันใหม่บนเกาะหลีเป๊ะจังหวัดสตูล มีแสงอาทิตย์สาดมาที่เส้นขอบฟ้าอยู่น้อยนิด เราเริ่มวันด้วยแสงสลัวๆ ในยามเช้า แล้วก็นึกภาวนาในใจ ฝนอย่าตกมาเลยนะ แต่พอทานอาหารเช้าเสร็จสรรพ เตรียมตัวจะไปลงเรือในยามสายอีกนิด เริ่มเห็นแดดออกมา ใจก็ชื้นขึ้นมาทันที   คณะเราออกเดินทางขึ้นเรือมาพร้อมกับอากาศที่สดชื่น แต่พอสายๆ แสงแดดก็ร้อนแรงแผดเผา จนนั่งอยู่บนเรือไม่ไหว ต้องกระโจนลงสู่ใต้ผิวน้ำในท้องทะเลอันดามัน...อีกครั้ง



:: ดำน้ำใต้ท้องทะเลที่สตูล หลังจากรับอาหารเช้ากันแล้ว เรานัดพบทุกคนที่หาดทรายท่าเรือตรงด้านหน้าที่พักชายหาด ซึ่งชาวพื้นถิ่นเรียกว่า “หาดบันดาหยา หรือ บารัดดายา” ซึ่งมีผู้รู้ ผู้บรรยายในท้องถิ่น โดย นายยุทธนา หมาดสกุล (ผู้รักถิ่นกำเนิด) บอกว่า...ภาษาหรือคำเรียกนี้ มาจาก “ภาษามลายู” แปลว่า "ทะเลด้านทิศใต้” ความหมายในว่า..จะบ่งบอกถึงภูมิปัญญาของคนท้องถิ่น ในพื้นถิ่นกำเนิด ว่า ทะเลฝั่งนี้นั้นอยู่ด้านทิศใต้ พอรู้ว่าทะเลทิศไหน ก็จะรู้ทิศทางของแสง คลื่น กระแสลม น้ำขึ้น น้ำลง ดังนั้นอยากฝากครับ ฝากกันจริงๆ ว่า อย่าไปเรียกเป็นหาด...โน่น นี้ นั้น ตามที่คนต่างถิ่นเรียกกัน...นะครับ

:: หาดบันดาหยา เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล เป็นชายหาดที่งดงาม ทอดยาวไปสุดขอบเขตแผ่นดินสุดทางเกาะถึงเขตน้ำ เป็นหาดทรายที่เรียกได้ว่า มีทรายละเอียดมากๆ  หากกอบหรือเอามือโอบอุ่มขึ้นมาชมดู จะรู้ทันทีว่า ทรายนั้นละเอียด ยังกับแป้งฝุ่น ส่วนน้ำทะเลนั้นก็ใส้..ใส ใสจนมองเห็นพื้นดินฝูงปลาใต้น้ำ ดังนั้นถึงแม้ว่าจะไม่ไปเล่นน้ำทะเลในเกาะอื่นๆ ชายหาดแห่งนี้ก็ยังมี ผู้คนลงเล่นน้ำกันหนาตา  แต่เตือนนิดนึงครับ อย่าออกไปไกลแนวทรายสีขาว เพราะถ้าเลยแนวทรายไปลงในแนวหินหอยเม่นจะเยอะมากๆ



และเมื่อยื่นรอคน...คนมาพร้อม...เรือพร้อม...อุปกรณ์ดำน้ำพร้อม...
วันนี้เราเตรียมตัววางแผนงานไว้ล่วงหน้าแล้วว่า จะเป็นการ ดำน้ำใต้ท้องทะเลในเกาะต่างๆ ในท้องทะเลอันดามัน จังหวัดสตูล ในหลายจุด ในเมื่อทุกคนพร้อม ใจพร้อม ชุดพร้อม อุปกรณ์พร้อม ก็ไปดำน้ำกันเลย... เมื่อเรือวิ่งผ่านผิวคลื่นมาไม่นาน การดำน้ำในจุดแรกวันนี้ยังไม่เริ่ม เพราะเราจะขึ้นเกาะ ไปชมหินกันก่อน ซึ่งเรียกว่า...

:: เกาะหินงาม เกาะหินงาม หากมองมาจากเรือขณะจะจอดเที่ยบเข้าฝั่งที่เกาะ เราคงนึกว่า หาดทรายเกาะแห่งนี้นั้นสีดำ แต่เมือเรือวิ่งเข้าไปใกล้ๆ ใกล้จนชิด เราจะถึงกับบางอ้อ เพราะสีดำที่ว่า เป็นหินกลมกลึง กลมเกลี้ยง นวลเนียน ลื่น แวววาว ฟรุ้งฟริ้ง ฟรุ้งฟริ้ง เกาะหินงามแห่งนี้ เป็นเกาะขนาดไม่ใหญ่   เป็นเกาะขนาดเล็ก อยู่ด้านทิศใต้ของเกาะอาดัง ทั้งเกาะเต็มไปด้วยหินสีดำ ยามโดนคลื่นซัดทำให้ ก้อนหินเปียกน้ำ หินจะมันวาวยิ่งขึ้น  ส่วนกลางเกาะเป็นป่าไม้สีเขียวอันอุดมสมบูรณ์ เกาะหินงามนี้จะโดดเด่นกว่าเกาะใดๆ ในสตูล เพราะหินชนิดที่อยู่บนเกาะนี้ มีไม่กี่ที่ในประเทศไทย ซึ่งถ้าจำไม่ผิด เรียกว่า หินควอตซ์ มีที่จังหวัดกาญจนบุรี แต่หากถามว่ามาที่นี้ได้อย่างไร คงต้องถามนักธรนีวิทยา ส่วนผมนักวิชาเกิน  หากบังเอิญอวดรู้หรือเขียนชื่อหินผิด ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้า



ส่วนเกาะแห่งนี้ จากเรื่องของหิน ยังมีตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า หินทุกก้อนมีคำสาปของเจ้าพ่อตะรุเตา หากใครนำติดตัวไปจะต้องนำมาคืน  ซึ่งก็มีแล้วที่ส่งไปรษณีย์กลับมาคืน คำสาปของเจ้าพ่อตะรุเตานั้นติดไว้เตือนใจ เตือนจิตสำนึก ให้เห็นเด่นชัดว่า “ผู้ใดบังอาจเก็บหินจากเกาะหินงามไป ผู้นั้นจะพบแต่ความหายนะ นานาประการ จะกลับไม่ถึงบ้าน จะประสบอุบัติเหตุ จะหลุดพ้นจากหน้าที่การงาน จะพบภัยพิบัติไม่มีที่สิ้นสุด” ซึ่งเดิมที่ข้อคำสาปนี้มีเฉพาะภาษาไทย แต่ปัจจุบันมีบอกเตือนกันถึง 3 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ และจีน แต่หากไปชมแล้วยังมีความเชื่อเก่าๆ ว่าต้องเรียงก้อนหิน หากท่านใดเรียงบอกตรงๆ ว่า จะมีอันเป็นไปทันตาเห็นแน่นอน นั้นคือ เมื่อเรียงหินแล้วหินล้ม หินหล่นมากระแทกกัน หินจะแตก ซึ่งก็เป็นการทำลายหินตามความเชื่อส่วนบุคคล ในปัจจุบัน ใครเรียงหิน ทำให้หินเสียหาย มีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จับ ปรับ ทันตาเห็นนะครับ ห้ามเด็จขาดเรื่องเรียงหิน ช่วยๆ กันอณุรักษ์  รักษาไว้ซึ่งธรรมชาติอันงดงาม ส่วนการเกิดของหิน ยังมีผู้เล่าสืบต่อกันมาโดยสันนิฐานว่า...เกิดจากกระแสน้ำที่ขึ้นลงอยู่บริเวณรอบเกาะ   บีบตัวเข้ามาทางช่องแคบระหว่างเกาะอาดัง เกาะราวี เกาะหลีเป๊ะ และหมู่เกาะก่อให้เกิดกระแสน้ำที่เชี่ยวจัด โดยเฉพาะในหน้ามรสุม   ส่งผลให้ผาหินของเกาะหินงามถูกคลื่นลม น้ำกัดเซาะ จนค่อยๆ พังลงมาแล้วถูกกระแสน้ำแรงกระแทกหินให้แตกเป็นก้อนเล็กๆ  จากนั้นถูกแรงของน้ำกัดเซาะ พัดให้หินเสียดสีกัน จนเหลี่ยมคมหาย กลายเป็นหินกลมสวยงามทั่วบริเวณชายหาด   ซึ่งต้องใช้เวลายาวนานเป็นพันๆๆๆๆๆ ปี บ้างก็สันนิษฐานว่า หินที่นี่เป็นหินที่มีทับถมอยู่ใต้ท้องทะเลมายาวนาน ความกลมมนเงางามของมันนั้น เกิดจากแรงกัดกร่อนจากคลื่นนับล้านๆ ปี จนเกิดเป็นหาดหินงามดังเช่นทุกวันน้ี ออกจากเรื่องหินๆ เรามุ่งหน้าไปดำน้ำกันซึ่งที่เกาะหินงามนั้นทำให้เริ่มซึมซับกับน้ำมาบ้าง คือ ยังไม่เปียกเต็มตัว แต่ต่อนี้ไปเปียกทั้งตัวแน่นอน

:: เกาะหินงามกับร่องน้ำหินงาม (หลังเกาะหินงาม) ถ้าสังเกตุให้ดี เราจะมองเห็นเรือหลายลำจอดเรียงเป็นแถว เพื่อคอยกันนักท่องเที่ยวหลุดไปจากร่องน้ำที่ไหลแรง เรือเล็กที่มารับนักดำน้ำไปปล่อยตรงจุดชมความสวยงามใต้น้ำ แล้วให้น้ำพัดพาไหลไปตามร่องน้ำ เรือจะจอดรับตรงจุดที่ห่างออกไป เราจะดำอยู่แถวหลังเกาะประมาณ 1 ชม. ตรงจุดนี้ที่ชอบสุดสำหรับนักดำน้ำทั่วไปก็คือ มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับฝูงปลาในแนวปะการัง หรือบางคนดำไป ดำมา เบื่อๆ ในน้ำ หากว่ายไปที่เกาะ ก็จะได้ชมเกาะที่มีหินบนหาดทั้งหมด ลักษณะเป็นหินควอตซ์ทั้งหมด มีลวดลายแปลกตาทุกก้อน นับเป็นเรื่องแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก เพราะในประเทศไทยยังไม่มีทีใดเป็นหาดหินเหมือนกับเกาะหินงาม ออกจากร่องน้ำนี้ไปดำน้ำอีกเกาะ...


:: เกาะยาง หรือเกาะกาต๊ะ

เมื่อเรือมาจอดเทียบท่ากับทุ่นลอยน้ำที่เกาะยาง เกาะเล็กๆ แห่งนี้ อยู่ไม่ไกลจากเกาะอาดัง น้ำทะเลใกล้หน้าหาดจะใส มาถึงเกาะนี้ เราจะแยกการดำน้ำที่เกาะยางเป็นสองด้าน ซึ่งด้านหน้าของเกาะ จะมีปะการังแข็งอยู่มาก เช่น ปะการังเขากวาง ปะการังผักกาด ปะการังสมอง ซึ่งสัตว์น้ำทะเลชนิดนี้กว่าจะเติบโตในแต่ละเซนนั้นยากมาก ดังนั้นการเห็นปะการังหลากหลายชนิด บริเวณเกาะ จึงเป็นสิ่งล้ำค่ายิ่ง   ซึ่งการเติบโตของปะการังนั้นหาชมได้ยากยิ่งในชีวิตประจำวัน ส่วนในแนวปะการังนั้นก็ยังมีปลาหลายหลายสายพันธุ์ให้ชื่นชม

ส่วนอีกด้านของเกาะที่เรียกว่า...ด้านหลังเกาะ หลายคนตื่นเต้นไปกับสัตว์ทะเล ที่หาชมได้ยาก เช่น ดาวขนนกบนปะการังสมอง หอยมือเสือ และฝูงปลามากมาย ความตื่นเต้นเร้าใจ ในการดำน้ำวันนี้ ยังไม่หมด แต่มองเวลาแล้วใกล้เที่ยง เราจะไปพักผ่อนหย่อนอารมณ์กันที่เกาะใกล้ๆ   ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ มีร้านสวัสดิการ ห้องน้ำ ในอุทยานฯ ไว้รองรับ

:: เกาะราวี เป็นเกาะที่มีแนวปะการังน้ำลึก ที่ไม่ค่อยมีใครได้ไปชมความงดงามบ่อยมากนัก ด้านหลังเกาะเป็นแนวน้ำลึกมาก อยู่ห่างจากเกาะอาดัง เพียง 1  กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 29 ตารางกิโลเมตร ส่วนด้านหน้ามีหาดทราย มีหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติตะรุเตา 6 ตั้งอยู่ เป็นจุดแคมปิ้งที่เงียบสงบ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกน้อย เป็นจุดเหมาะสำหรับ พักทานอาหารกลางวัน เดินเล่นริมหาดทรายขาวๆ สวยๆ เล่นน้ำใสๆ ใกล้ๆ ชายหาด  ฉะนั้นเกาะนี้ จึงมีเรือจอดเต็มด้านหน้าหาดในช่วงวันหยุด ออกจากเกาะราวีเราไปต่อกันที่การดำน้ำลึก ที่ร่องน้ำ



:: เกาะจาบัง หรือ ร่องน้ำจาบัง คำว่า “จาบัง” เป็นภาษา “มลายู” ที่เทียบเคียงได้ใจความกับภาษาไทยว่า... "เส้นทางน้ำ” เป็นเกาะขนาดเล็ก อยู่ห่างจากเกาะอาดัง ราว 20 นาที บริเวณก้อนหินใต้น้ำรอบเกาะจาบัง เป็นแหล่งปะการังอ่อน ดอกไม้ทะเล และฝูงปลาที่มีสีสันสวยงาม ระดับน้ำลึกราว 15-30 ฟุต ทำให้เหมาะแก่การดำน้ำตื้น ผิวน้ำ น้ำลึก รอบๆ กองหิน เมื่อเรือวิ่งมาถึงจุดนี้ เรือจอดผูกโยงกับทุนเรียบร้อย ทุกคนก็ค่อยๆ  ทะยอยกันลงจากเรือไหลลงสู่น้ำ วันนี้น้ำแรงเรือจอดมากเป็นพิเศษ ซึ่งบริเวณนี้ในปัจจุบัน มีทุ่นลอย ขึงเชือกไว้ให้รู้ว่า มีแนวปะการังอยู่ตรงนี้  ที่สำคัญทุกคนต้องเกาะเชือก เพื่อดำไปให้ถึงจุดชมความสวยงามใต้น้ำ ที่ผมลงน้ำเกาะเชือกไปยังไม่ถึง ก็มีเสียงผู้ไปก่อนบอกว่า คนเยอะ น้ำขุ่น ปลาตีนทั้งนั้น ขึ้นดีกว่า ซึ่งขณะนั้น ในใจผมก็กำลังนึกยินดีที่ประเทศไทย มีแหล่งดำน้ำที่สวยงาม แถมอุดมสมบูรณ์ไปด้วยปะการังเขากวาง ปะการังจาน ปะการังสมอง ดอกไม้ทะเลสีสวย หนอนภู่ฉัตรเกาะกลุ่มอยู่บนปะการัง รวมถึงดาวขนนกที่หากินในท้องทะเลแถบนี้ นอกจากนี้ยังมีฝูงปลาหลากชนิด รวมตัวกันอยู่ในแนวปะการังหลากหลายสีสัน แต่พอดำน้ำลงเป็นคนสุดท้าย พอผมดำไปถึงแนวปะการังเจ็ดสี แค่นั้นแหละ ก็ขอว่ายกลับขึ้นผิวน้ำ แล้วบนพรึมพรำๆ โอ้แม่เจ้า น้ำขุ่นชมัด แถมร่องน้ำไหลแรงอีกต่างหาก วันนี้คงไม่ใช่วันของเราซะแล้ว  ไปชมจุดอื่นดีกว่า คิดในใจแบบที่กล่าวมา แต่ว่าอีกใจยังไม่ยอมรับสภาพ เพราะยังไม่ได้ได้ภาพ ปะการังเจ็ดสี ซึ่งเป็นปะการังที่สร้างชื่อให้ จังหวัดสตูล หากมองไม่เห็นไม่ได้ภาพ คงมาไม่ถึง ร่องน้ำแห่งนี้ จึงตัดสินใจ ขอดำอีกซักหลายยก จนไปถึงปะการังจนได้ เล่นเอาเหนื่อยอยู่เหมือนกันกับร่องน้ำจาบัง เอิ๊กๆๆๆๆๆๆ สรุป ขึ้นเรือคนสุดท้าย ตามเสียงเรียกมาว่า ขึ้นเรือได้แล้วทุกคนคอย  คุ้มกับการให้คนอื่นคอย ได้ภาพที่ไม่พอใจเท่าใดของปะการังเจ็ดสีมาฝากทุกคนบนเรือ คุ้มกับการรอคอย จากร่องน้ำ เราวิ่งเรือกันอีกอึดใจ จะไปถึงหินที่ซ้อนกัน จะหล่น มิหล่น อยู่แบบนั้นมาชั่วนาตาปี

:: หินซ้อน เป็นจุดสุดเขตชายแดนไทย จากจุดที่เรือจอด ด้านซ้ายเป็นเกาะลังกาวี ด้านขวาเป็นประเทศสิงค์โปร หรือถ้ามองไกลออกไปเป็นช่วงที่เรียกว่า   ช่องแคบ มะละกา ตรงนี้มีความสวยงามของหินก้อนใหญ่ๆ ที่วางซ้อนกันบนผืนน้ำทะเลสีคราม สำหรับวันนี้พามาดูหิน ทะเล ฟ้าคราม ถ้าวันหน้ามาอย่าพลาดครับ แถวๆ นี้ใต้น้ำก็งดงามไม่เบา แต่ด้วยเวลาจำกัด ไว้วันหน้าแล้วกันครับ วันนี้พากันกลับสู่ฝั่ง เพราะมีอาหารทะเล  การแสดงโชว์ ไว้ต้อนรับ ช่วงเย็นย่ำค่ำ่คืน งานเลี้ยงรอบหัวค่ำ แล้วก็หลับนอนกันไปจนยามสายแห่งวัน

ปล่อยตัวตามสบายบนเกาะหลีเป๊ะ
เช้าอีกวันเราปล่อยอิสระแล้วแต่ว่าใคร จะไปเดินเล่นในจุดใด ซึ่งก็มีให้เลือก โดยการบริการผ่านรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนั่งได้หลายคน 
“จะไปหมู่บ้านประมง ที่มีชาวอุรักลาโว้ย ในภาษามลายูุ ถ้าแปลไทยได้ใจความว่า คนทะเล” หรือจะไปอีกฝั่งของเกาะก็ตามใจ แต่เรานัดกันว่า 11.30 น. ทานอาหารเที่ยง เรือจะออกจากเกาะหลีเป๊ะ 12.30 น. ขึ้นฝั่งปากบารา เร่งทำเวลา เข้าหาดใหญ่   ยังพอมีเวลาเหลือเพราะเราเดินทางด้วยเครื่อง จึงแวะช็อบกันกระจายที่ ตลาดกิมหยง และทานของดี ที่มีไก่เบตงกันที่ร้านขึ้นชื่อ  ร้านต้าเหยิน ซึ่งก็สั่งมาหลากหลายอย่างเพื่อชิม ออกจากร้าน มุ่งหน้าสู่สนามบินหาดใหญ่ เที่ยวสุดท้าย บินลัดเลาะชายฝั่งอ่าวไทย ประมาณ หนึ่งชั่วโมงกว่าๆ  ก็เป็นอันว่าถึงดอนเมือง บ้านใคร บ้านมัน มันส์ เอิ๊กๆๆๆๆๆ...



หลายเดือนแห่งปี ผ่านไปไว้เหมือนโกหก
... เพราะว่าในปีนี้ ล่วงมาเข้าเดือนที่สามแล้ว พอเปิดปีมา 2558 แทบจะเป็นสามเดือนแรกของการเดินทางลงใต้ ตลอดต้นปีที่ผ่านมา เรียกว่าเดินทางลงใต้ไปทั้งฝั่งอ่าวไทย จนถึงอันดามัน ปัจจุบันโลกในท้องทะเล ใต้ทะเล เปลี่ยนไปจากเก่าก่อนอย่างมากมาย เอาแค่ ปี 52 มาถึง ปี 53 อากาศร้อนแผดเผาผิดปกติ ปี 52 ยังตกหมึกได้แถบหาดทรายรี จ.ชุมพร พอปี 53 น้ำทะเลร้อนมาก ปลาหมึกหดหาย มีแต่แมงกะพรุนลอยเต็มผิวน้ำ ประการังทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามันที่เคยงอกงาม ตอนนี้ก็อ่อนแอ จนฟอกขาว ผู้อยู่ใกล้ธรรมชาติ มองเห็นมานานแล้วว่า ธรรมชาติได้เตือนเราแล้ว เราต้องเตือนมนุษย์ด้วยกันเองว่า สิ่งแวดล้อมรอบตัวเราเปลี่ยนไปแล้ว
มนุษย์เป็นวงจรที่ทำร้าย  ทำลายธรรมชาติที่รุนแรง เราล้างผลาญทรัพยากรของโลกมากขึ้น เราบริโภคสลับซับซ้อนมากขึ้น  ถ้าหากไม่แก้ไขพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรของมนุษย์ สิ่งแวดล้อมรอบกายและโลกก็ย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา... เมื่อธรรมชาติ..ทวงถามความเป็นธรรมในธรรมชาติกลับคืน   ประชากรโลกก็คงลดน้อยถอยลงเป็นเงาตามตัว พราะภัยธรรมชาตินั้น รุนแรงยิ่งนัก... เพราะโลกนี้เป็นเช่นนี้เอง...

:::: การเดินทาง จากสนามบินดอนเมือง สู่สนามบินหาดใหญ่ ::::
 
:::: โป๊ะสำหรับจุดถ่ายเทนักท่องเที่ยวเพื่อเปลี่ยนลงเรือเล็กเข้าเกาะหลีเป๊ะ ::::
 
:::: โรงแรมที่พัก...สิตา บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา ::::
 
:::: บรรยากาศบริเวณหน้าชายหาดที่พัก ::::
 
:::: บรรยากาศปาร์ตี้ช่วงกลางคืน ::::



 
:::: การแสดงโชว์จากทีมงานเพื่อนท่องเที่ยว ::::
 
:::: ส่วนหนึ่งของทีมงานเพื่อนท่องเที่ยว ::::
:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
เรื่อง : นายเอกเขนก
ภาพ : วีระศักดิ์ ภักดี

( ออนไลน์ : 8 เมษายน 2558 )


เอื้อเฟื้อการเดินทาง
•
เพื่อนท่องเที่ยว : Friend Travel
คุณวรินทร์พร นีลดานุวงศ์ (คุณเล็ก)
สำนักงานเลขที่ 171/12 หมู่บ้าน คาซ่าซิตี้ ซอยสุขุมวิท 103 อุดมสุข 51 บางจาก พระโขนง กรุงเทพ ฯ 10260
Tel : 02- 398-2238-40 , 089-500-3363 , 083-189-9622 , 089-403-6920
Fax : 02-398-0115

Website : www.friendtravelthai.com
Email : friendtravel2003@hotmail.com

และสามารถชมเรื่องสั้นได้ที่.....
www.friendtravelthai.com

อ่านเรื่องสั้นทั้งหมดได้ที่นี่ครับ...
"สตูล" เมื่องน่าอยู่ ประตูสู่ตะรุเตา ตอนที่ 1 # ปากบารา ตะรุเตา เกาะไข่ หลีเป๊ะ… สตูล..เมืองน่าอยู่ ประตูสู่ตะรุเตา ตอนที่ 1 จ.สตูล ปากบารา ตะรุเตา เกาะไข่ หลีเป๊ะ… อ่านต่อ...   "สตูล" เมื่องน่าอยู่ ประตูสู่ตะรุเตา ตอนที่ 2 # เกาะหินงาม เกาะยาง เกาะราวี ร่องน้ำจาบัง หินซ้อน สตูล..เมืองน่าอยู่ ประตูสู่ตะรุเตา ตอนที่ 2 จ.สตูล เกาะหินงาม เกาะยาง เกาะราวี ร่องน้ำจาบัง หินซ้อน อ่านต่อ...

 


ในนามของเพื่อนท่องเที่ยวขอขอบคุณ นายเอกเขนก ที่ได้เขียนเรื่องราวดีๆ และ คุณวีระศักดิ์ ภักดี ที่เอื้อเฟื้อภาพประกอบสวยๆ มาให้เพื่อนสมาชิกได้สัมผัสอีกหนึ่งมุมมอง และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้อีกครั้ง ที่อนุญาตให้...เพื่อนท่องเที่ยว นำบทความผลงานนี้ มาเผยแพร่ให้แก่สมาชิกไ้ด้เปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ไปพร้อมๆ กันครับ

 
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
เพื่อนท่องเที่ยว : Friend Travel

คุณวรินทร์พร นีลดานุวงศ์ (คุณเล็ก)
สำนักงานเลขที่ 171/12 หมู่บ้าน คาซ่าซิตี้ ซอยสุขุมวิท 103 อุดมสุข 51 บางจาก พระโขนง กรุงเทพ ฯ 10260
Tel : 02- 398-2238-40 , 089-500-3363 , 083-189-9622 , 089-403-6920
Fax : 02-398-0115
Website : www.friendtravelthai.com
Email : friendtravel2003@hotmail.com