:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
อัลบั้มเพื่อนท่องเที่ยว
ติดต่อเราได้ที่นี่เลยครับ
ดูรายละเอียดและเงื่อนไขการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ
พิพม์แบบฟอร์มการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ

Adventure สุดเหวี่ยง..ผจญภัยสุดมันส์ โปรแกรมท่องเที่ยวภาคเหนือ โปรแกรมเที่ยวทะเลฝั่งอันดามัน และอ่าวไทย / ทะเลภาคตะวันออก โปรแกรมท่องเที่ยวภาค อีสาน กลาง และภาคตะวันออก โปรแกรมเที่ยวต่างประเทศ
 
เครือข่ายเรดาร์ตรวจอากาศ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ข่าวสารการท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทย
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายใน
ประเทศ (สทน.)
สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ
ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัด 
แผนที่ประเทศไทย
กรมป่าไม้
อุทยานแห่งชาติ
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด
การบินไทย
บางกอกแอร์เวย์
แอร์เอเชีย
นกแอร์
ภูเก็ตแอร์
One-2-Go
การรถไฟแห่งประเทศไทย
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้าใต้ดิน
บริษัท ขนส่ง จำกัด
Sanook.Com 
IDO Travellers
สีสันทัวร์
Phototech
Walk-Way-Why : วอล์คเวย์วาย
Fame Tour & Service
นิตรสาร "สารคดี"
นิตรสาร "อสท"
PIXPROS สังคมแห่งการถ่ายภาพ
สนามเดินป่า  
font.com
Wordmark.it
 
โลโก้เพื่อนท่องเที่ยว
 
 
การวิเคราะห์เว็บระดับองค์กร Visitors Report
 

:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
ปราจีนบุรี - สระแก้ว : เส้นทาง เที่ยว 12 เดือน สุขใจ ใหชี
เริ่มชีวิตในวันฟ้าใส...ในโครงการนำร่อง "เที่ยว 12 เดือน สุขใจ ให้พลังชีวิต" โดยความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ และ Happyness Group เริ่มพิธีปล่อยคาราวานท่องเที่ยว 5 ภูมิภาค 7 เส้นทาง ณ สยามนิรมิตร กรุงเทพมหานคร สำหรับทริปนี้ เป็นงานโครงการที่ใช้ชื่อออกแนวชื่อยาว ก็เพื่อจะบอกกล่าวว่า ให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวได้ทั้งปี โครงการ "เที่ยว 12 เดือน สุขใจ ใหชีต" จึงเป็นเป็นโครงการนำร่อง ที่ทางภาครัฐ เอกชน ร่วมแรงร่วมใจส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยว ในจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดสระแก้ว


เส้นทางท่องเที่ยว...ที่เราจะไปนั้น เราจะได้เห็นในเรื่อง ศิลปะ วัฒนธรรม อารยะธรรมขอมและพุทธศาสนา แต่ในพื้นที่ก็ใช่จะมีอยู่แค่นั้น ถึงแม้จะเป็นเส้นทางใหม่ แต่หากมีเวลาหลายวัน ก็สามารถจัดเส้นทางท่องเที่ยวในแหล่งธรรมชาติได้ เช่น อช.เขาใหญ , อช.ปางสีดา , อช.ตาพระยา (ละลุ) , บึงพระปลงชมนกอ้ายงั่วก็งดงาม เป็นต้น แต่สำหรับวันนี้ที่พูดถึงสายน้ำ เป็นเพราะว่าเราจะไปวัด วัดที่สำคัญในจังหวัดปราจีนบุรี



:: วัดบางกระเบา ทุกครั้งที่มาวัดบางกระเบา สิ่งที่เห็นอยู่เป็นประจำ คือ มีผู้คนหลั่งไหล แวะเวียนมา มากบ้าง น้อยบ้าง ในแต่ละวัน ในการมากราบขอพร ที่มณฑปประดิษฐานรูปหล่อขนาดเท่าองค์จริงหลวงพ่อจาด และอีกสิ่งที่เห็นเป็นประจำด้วยตา ก็คือ การแวะเวียนมาของสาธุชนทั้งหลาย ในการมาขอพึ่งใบบุญจากเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ที่เป็นศิษย์สายตรงหลวงพ่อจาด ก็คือ พระราชภัทรธาดา (กิตฺติสทฺโท) นามเดิมว่า ประเทือง ซึ่งต้องบอกอีกครั้งว่า วัดบางกระเบา หัวกระไดไม่เคยแห้งจริงๆ อีกครั้งก็คงไม่แปลก...



ก็ด้วยในช่วงโค้งหนึ่งแห่งสายน้ำ...ที่บนฝั่งแห่งสายน้ำด้านทิศเหนือหากนับจากวัด วัดบางกระเบา ตั้งอยู่ที่ริมฝั่งน้ำ ซึ่งวัดแห่งนี้เอง หลวงพ่อจาด ท่านใช้เป็นที่พำนัก พักอาศัย หลวงพ่อจาด ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก เป็นพระสงฆ์องค์หนึ่งที่ชาวบ้าน นักนิยมพระเครื่อง มักจะพูดกันจนติดปากว่
“หลวงพ่อ จาด จง คง อี๋” ซึ่งหลวงพ่อจาด ท่านเป็นหนึ่งใน “เกจิดังในพิธีมหาพุทธาภิเศก เครื่อง ราง ของขลังแห่งยุคสงครามอินโดจีน เมื่อวันศุกร์ ๑๖ ธันวาคม ๒๔๘๑ ปีขาน” ส่วนพระสงฆ์อีก ๓ รูป ที่มีชื่อเสียงควบคู่มากับหลวงพ่อจาด ได้แก่ พระอธิการจง พุทธสโร (หลวงพ่อจง) วัดหน้าต่างนอก จังหวัดอยุธยา , พระอุปัชฌาย์คง ธัมมโชโต วัดบางกระพ้อม จังหวัดสมุทรสงคราม , พระครูวรเวทมุณี (หลวงพ่ออี๋) วัดสัตหีบ จังหวัดชลบุรี



ซึ่งต่อมาในภายหลังหลวงพ่อแต่ละรูปในยุค
“พิธีมหาพุทธาภิเศก ณ วัดราชบพิธฯ กรุงเทพฯ” นั้น แต่ละรูปที่มีเหรียญแจกออกมา ก็เป็นที่ทราบกันทั้งวงการพระเครื่องว่า หากไม่มีเงินถุงเงินถัง หรือบุญน้อย ก็อย่าหวังว่าจะได้ครอบครองเหรียญของท่าน ซึ่งสาเหตุที่เหรียญแพงติดเพดานดาวไม่มีวันตก เป็นศัพท์ที่ทางวงการพระเครื่องแจ้งมาว่า ความต้องการสูง มีประสบการณ์สูง ผลิตมาน้อย หรือเป็นเพราะว่า เรื่องเล่าความศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละองค์ท่านนั้น ยังคงอยู่ควบคู่มาจวบจนถึงปัจจุบัน ส่วนความสำคัญของวัดบางกระเบานั้น ในปัจจุบันก็ยังคงไม่ธรรมดา เพราะเป็นวัด ที่ท่าน ”เจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรี” พำนัก ซึ่ง “พระราชภัทรธาดา” หรือชาวบ้านทั่วไปเรียกนามเดิมท่านว่า “หลวงพ่อประเทือง”


:: หลวงพ่อประเทือง
เป็นบุคคลสำคัญยิ่งผู้หนึ่งของจังหวัดปราจีนบุรี ท่านเป็นผู้ที่ได้อุทิศตนบำเพ็ญประโยชน์สร้างความเจริญให้แก่ท้องถิ่นบ้านเกิด ด้วยอัธยาศัยที่เปรี่ยมด้วยเมตตาธรรมต่อผู้ไปเยือนทุกๆ ท่าน ทำให้ท่านสามารถสร้างศรัธาเลื่อมใสแก่ผู้เกี่ยวข้องสามารถรวบรวมกำลังในการพัฒนาวัด อีกทั้งเผยแพร่พระพุทธศาสนา ให้เป็นที่ประจักษ์แก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป ท่านจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัดปราจียบุรี เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๔๖ ส่วนปูชนียสถาน ปูชนียวัตถุ และถาวรวัตถุของวัด ก็เห็นสง่างามตามคันรองของวัดริมน้ำบางประกงที่มี พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ อาคารเรียนพระปริยัติธรรม เรือเก๋งพระราชทานสมัยรัชกาลที่ ๕ และมณฑปหลวงพ่อจาด เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อ เจ้าอาวาส ๓ องค์ คือ พระครูสิทธิสารคุณ (หลวงพ่อจาด) พระครูพิพัฒนสารธรรม (หลวงพ่อมะโน) พระครูสารสิทธิคุณ (หลวงพ่อฟุ้ง) และปัจจุบัน”ที่กำลังสร้างและยังไม่แล้วเสร็จ คือ พระมหาเจดีย์” เริ่มสร้างปี พ.ศ. ๒๕๕๒ โดย พระราชภัทรธาดา โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับพระราชทานจาก “สมเด็จพรสังฆราช” และสร้างพระมหาเจดีย์ เพื่อสำหรับเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของชาวพุทธ รวมถึงเพื่อเป็นการเผยแผ่ ตำนานความศักดิ์สิทธิ์ ของหลวงพ่อจาด เกจิอาจารย์แห่งภาคตะวันออก และดำรงค์ไว้ด้วยศรัธาแห่งพุทธศาสนา โดยสานต่อจากความต้องการของหลวงพ่อจาด ที่ให้ศาสนาอยู่คู่กับคนทุกชนชั้นในประเทศไทย ซึ่งการมาของผู้เขียนในครั้งนี้ ก็คงเป็นอีกวาระหนึ่ง แห่งผู้จิตศรัธา วาสนา บารมี ในวัฎฎะนี้ ที่ผู้เขียนเองขอร่วมบุญ โดยการขอเป็นประธานผ้าป่าสามัคคีกับเพื่อนๆ หมู่คณะ เพื่อสมทบทุนสร้างพระมหาเจดีย์ อณุโมทณา สาธุๆๆ ขอพรบารมีแห่ง พุทธ ธรรม สงฆ์ หลวงพ่อจาด อดีตเจ้าอาวาสทั้งหลาย และเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันหลวงพ่อประเทือง แห่งวัดบางกระเบา บุญที่ได้ ร่วมสร้างขอแผ่ไพศาล ไปถึง สามไตรโลกธาตุ ใครไม่รู้ไม่ทราบไม่เห็นบอกต่อๆกั นไปเทิอญ อนุโมทณาสาธุกาลกัน เทิอญ...สาธุ สาธุ สาธุ... คุยงานบุญกันเสร็จขอเล่าต่อไปถึงอีกสถานที่

:: สวนผลไม้ ลุงมนัส ฮวดจึง เที่ยวละไมสุขใจ อากาศสดชื่น “สวนผลไม้” อิ่มอร่อย ทุเรียนปราจีน เงาะ มังคุด ลองกอง



:: โรงเรียนกาสรกสิวิทย์
จากการท่องเที่ยวในรูปแบบ บุญ บุญ บุญ บุญกันจนจุใจ บุญกันจนอิ่มด้วยผลไม้ ที่หลากหลายของจังหวัดปราจีน เราไปต่อกันด้วยอาหารสมอง โดยจุดนี้ จะเน้นในการเยี่ยมชม วิถีของเกษตรกร ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชกระแสรับสั่ง ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ที่ให้มูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนแห่งนี้ขึ้น เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับประชาชน ในเรื่องการอนุรักษ์ วิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบพื้นบ้าน ที่เรียบง่ายพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เดินกันจนเพลิน เพลินกับความรู้ ด้วยวันนี้กว่าจะออกตัวจาก สยามนฤมิตร แถวๆ แยกห้วยขวาง เป็นอันว่า สำหรับวันนี้ ได้บุญได้ความรู้มาสองจุด เป็นอันว่าหมดวัน เราจึงกลับที่พักโรงแรมชั้นดีในพื้นที่ สำหรับวันใหม่ เราจะไป จังหวัดสระแก้ว ไปชมอารยะธรรมขอม

:: ปราสาทสต๊กก๊อกธม จังหวัดสระแก้ว ปราสาทหินแห่งนี้ ได้รับการบูรณะมาอย่างต่อเนื่อง จนในปัจจุบันเริ่มให้มีการพัฒนาเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ปราสาทสต๊กก๊อกธม เป็นปราสาทหินในรูปแบบศิลปะวัฒนะธรรมอารยะธรรมขอม ที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก และมีความสัญทางด้านการศึกษา เพราะพบหลักศิลาจารึก หลักซึ่งกล่าวถึงราชวงศ์ขอม ช่วยให้การลำดับราชวงษ์ขอมมีหลักฐานอ้างอิงได้อย่างชัดเจน ออกจากปราสาท หาอาหารเที่ยงรองเท้าให้เสร็จสรรพ เราจะไป ต่อกันที่

:: ตลาดโรงเกลือ หรือจะเรียก “ตลาดชายแดนบ้านคลองลึก” ก็ไม่แปลก สถานที่แห่งนี้ มีเครื่องอุปโภค บริโภคอย่างมากมาย ด้วยเป็นด่านการค้าใกล้ชายแดน ภาพที่เห็นจึงมีการขนลากข้ามแดนกันอยู่ตลอดในช่วงเวลาราชการ ที่เห็นเด่นชัด ที่พี่ไทยชอบ เช่น เสื้อผ้าเก่า รองเท่าเก่า กระเป๋าเก่า แว่นตา นาฬิกา เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้า-เน้นครับ แบรนด์แนม (ปลอม) หากจะบอกว่าชาวไทยชอบสินค้ามือสอง เพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาก็คงมองว่าเราแปลก เพราะของที่ซื้อขายขนไปฝั่งกัมพูชา นิยมของ ใหม่ ราคากันเองครับ ช๊อปกันพอหอมปากหอมคอ เป็นอันว่าหมดวัน พอถึงเวลากลับมารถทัวร์ หิ้วกันมาคนละไม้ละมือละครับงานนี้ งานเที่ยว 12 เดือน สุขใจ ให้พลังชีวิตได้จริงๆ



ข้อมูลจำเพาะแผนที่เดินทางๅป "วัดบางกระเบา"
• วัดบางกระเบา อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี
ตั้งอยู่บนถนนสายบ้านสร้าง-บางแตน ห่างจากที่ว่าการอำเภอบ้านสร้างประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นวัดของพระเกจิอาจารย์ชื่อเสียงโด่งดังคือ หลวงพ่อจาด ประชาชนนิยมมากราบไหว้สักการะ ชมเก๋งเรือสมัยรัชกาลที่ 5 (เรือพระที่นั่งรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสวัดบางกระเบา มณฑลปราจีน)
นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดบางกระเบา ยังมีค้างคาวแม่ไก่จำนวนนับพันตัวอาศัยอยู่ตามต้นไม้อีกด้วย

• วัดบางกระเบา เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีอาณาเขตทิศเหนือจดแม่น้ำบางประกง ทิศใต้จดที่นา ได้รับพระราชทานวิสุงคามวาสี เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๑ ปราจีนบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกของประเทศ มีพื้นที่ติดต่อกับ จังหวัด นครนายก นครราชสีมา ฉะเชิงเทราและสระแก้ว

• แม่ทองแถม กระยาสารท กาละแม เลิศรส ของดีบ้านสร้าง ของฝากจากปราจีนบุรี
กระยาสารท นี้เป็นของกินโบราณ ของที่ต้องรับประทานไปด้วยกันนั้นคือ กล้วยไข่ เสน่ห์ของอาหารไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวก็ตาม คือ ความเป็นธรรมชาติจากวัตถุดิบ วันสารทไทย ตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 เป็นเทศกาลทำบุญเดือน 10 ของไทย ซึ่งเป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ กระยาสารท ถือว่าเป็นขนมแห่งขนบธรรมเนียมประเพณีไทยเลยก็ว่าได้ ซึ่งสมัยก่อนเมื่อย่างเข้าเดือนสิบ ชาวไร่ ชาวนาเริ่มหยุดทำงาน เพื่อหันไปคั่วข้าวตอกข้าวเม่า ถั่วลิสง เตรียมทำกระยาสารท เพื่อนำไปทำบุญ ใส่บาตร อุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรษ ปัจจุบันเป็นของฝาก อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี
ที่อยู่ : 15/1 หมู่ 2 อ. บ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี โทร 037-402181, 081-4493306
เส้นทาง : บ้านสร้าง – ปราจีนบุรี ประมาณ 4 ก.ม. จากตัวเมืองบ้านสร้าง ร้านแม่ทองแถมอยู่บริเวณโค้งถนน ด้านขวามือ

• ร้านอาหารครัววศินทรัพย์

• ร้านอาหารครัววศินทรัพย์
ที่อยู่ : 63 หมู่ 3 ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี โทร. 037-402-137/081-7204149 (คุณโต้ง)
เส้นทาง : ปราจีน - บ้านสร้าง - บางกระเบา หรือเดินทางเส้นทาง มีนบุรี -ฉะเชิงเทรา - บางน้ำเปรี้ยว - บ้านสร้าง เลยวัดบางกระเบามา 3 ก.ม.
จะถึงร้านอาหาร
เมนูแนะนำ : กุ้งแม่น้ำเผา, ทอดมันปลา, แกงป่าลูกชิ้นปลากราย, ซี่โครงหมูอบ , ผักหวานผัดน้ำมันหอย, ปูหลน-ผักสด , ปลาทับทิมนึ่งมะนาว


• สวนผลไม้ ลุงมนัส ฮวดจึง
ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 133/2 หมู่ที่ 8 ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี โทร. (037) 403-568, (086) 144-1092

สวนทุเรียน GAP ของ ลุงมนัส ฮวดจึง / ที่มาข้อมูล : มติชนออนไลน์ เทคโนโลยีชาวบ้าน
"ลุงมนัส ฮวดจึง" มีพื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ เกิดที่ลาดกระบัง อาชีพเดิมทำนา แต่มีรายได้ลุ่มๆ ดอนๆ จึงตัดสินใจซื้อที่ดิน เนื้อที่ 30 ไร่ ในตำบลดงขี้เหล็ก ตั้งแต่เมื่อ 40 ปีก่อน เพื่อปลูกไม้ผลแบบผสมผสาน ปัจจุบัน สวนฮวดจึง ปลูกทุเรียน 350 ต้น มังคุด 500 ต้น เงาะโรงเรียน 100 ต้น กระท้อน 50 ต้น และมะไฟอีกบางส่วน ระหว่างเดินชมสวนแห่งนี้ สังเกตว่า ไม้ผลส่วนใหญ่มีอายุกว่า 15 ปีแล้วทั้งสิ้น เช่น ต้นทุเรียน ต้นเงาะพันธุ์โรงเรียน ต้นกระท้อนพันธุ์ปุยฝ้าย ซึ่งโดยปกติต้นไม้ที่มีอายุมากจะให้ผลผลิตลดลง แถมลำต้นสูงใหญ่มาก การดูแลสวนจึงทำได้ยาก โดยเฉพาะต้นกระท้อนที่ต้องอาศัยการห่อผล ลุงมนัส พยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเลือกใช้เทคนิคการทำสาวต้นไม้ ลุงมนัส ต้องใช้เวลาในการตัดทอนต้นให้เตี้ยลง ค่อยๆ ทำอย่างใจเย็น ใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี จึงจะได้ต้นทุเรียน ต้นเงาะ ต้นกระท้อน ที่มีวัยสาวเอ๊าะๆ ที่มีผลผลิตเพิ่มพูนมากขึ้น

การดูแล “สวนฮวดจึง” ลุงมนัส ไม่ได้จ้างคนงาน อาศัยแค่แรงงานของตัวเอง และภรรยา คือ
ป้าฉวีวรรณ แสงอินทร์
ช่วยกันทำงานดูแลในแต่ละวัน ตั้งแต่เช้าตรู่ ทั้งสองสามีภรรยาจะช่วยกันดูแลให้น้ำ ตัดหญ้า หว่านปุ๋ยและตัดแต่งกิ่ง สวนแห่งนี้ ดูแลตัดหญ้าจนเตียนแลดูสะอาดตามาก ที่สำคัญสวนนี้ไม่ฉีดพ่นยาฆ่าหญ้า และดูแลให้น้ำด้วยระบบน้ำสปริงเกอร์ มีสถานที่เก็บอุปกรณ์การเกษตรต่างๆ อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย หยิบใช้งานง่าย ส่วนปุ๋ยที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยคอก ที่หาซื้อจากท้องตลาดทั่วไป



ลุงมนัส จะว่าจ้างคนงาน เฉพาะในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตเท่านั้น ในช่วงต้นฤดูที่ผลผลิตมีปริมาณไม่มาก คุณมนัสจะปีนบันไดไม้ไผ่ขึ้นไปตัดทุเรียนด้วยตัวเอง หลังจากนั้นจะใช้เชือกเกี่ยวมัดขั้วผลทุเรียนไว้แบบหลวมๆ และค่อยๆ หย่อนผลทุเรียนลงมาอย่างช้าๆ จนถึงพื้นดิน คุณมนัส บอกว่าการใช้เทคนิคนี้ ต้องคอยระวังไม่ให้ผลทุเรียนโดนกิ่งทุเรียนบนต้น มิฉะนั้นปมเชือกที่มัดไว้หลวมๆ ก็จะคลายตัวทันที ทำให้ผลทุเรียนร่วงหล่นจนเสียหายได้ ทุเรียนที่เก็บจากในสวนจะทำความสะอาดผล และคัดแยกตามความสวยงาม ขนาด และอัตราความแก่ของผลทุเรียน ก่อนจำหน่าย ลุงมนัสไม่ต้องห่วงกังวลเรื่องตลาด เพราะสวนฮวดจึง ได้รับการยกย่องว่าเป็นแหล่งผลิตทุเรียนคุณภาพดี เนื้อแห้ง รสหวานมัน อร่อย จึงมีลูกค้าขาประจำที่เป็นชาวปราจีนบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงแวะเวียนมาซื้อผลผลิตถึงสวน

ยิ่งใกล้วันที่ทุเรียนจะออก จะมีผู้มาเยือนมากมาย แถมที่นี่ยังสามารถขายได้ในราคาดีกว่าทุเรียนทั่วไปอีกด้วย แต่ละปีจะมีผลผลิตทั้ง 4 ชนิด เข้าสู่ตลาด ประมาณ 31.5 ตัน สร้างรายได้ประมาณ 438,500 บาท มีกำไรสุทธิ ประมาณปีละ 343,500 บาท

สวนทุเรียน GAP ทำได้ไม่ยาก ในอดีตลุงมนัสก็เหมือนเกษตรกรชาวสวนผลไม้รายอื่นๆ ที่ใช้ปุ๋ย ยากำจัดศัตรูพืช อย่างเต็มที่ ถึงปีละ 20 ครั้ง จึงต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่สูงมาก แถมเกิดปัญหาสารเคมีตกค้างในสภาพแวดล้อมและตัวเกษตรกร ทำให้ร่างกายอ่อนแอ มีโรคภัยรุมเร้ามากมาย จุดเปลี่ยนที่ทำให้ ลุงมนัส ตัดสินใจหยุดการใช้สารเคมีในสวน เกิดขึ้นหลังจากคุณมนัสมีโอกาสพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตร ทำให้ตระหนักถึงพิษภัยจากการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมี และมองเห็นว่า ระบบการเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) เป็นทางเลือกใหม่ ที่จะช่วยปรับสภาพแวดล้อมในสวนให้ดีขึ้น




ลุงมนัส จึงตัดสินใจสมัครเข้าร่วมโครงการ จัดการคุณภาพของสวน แบบ GAP เมื่อ ปี 2548 และได้รับการรับรองมาตรฐานเป็นแปลงเกษตรปลอดภัย (Q) เมื่อ ปี 2549 และได้รับการตรวจสอบเป็นแปลงเกษตรปลอดภัยจากสารพิษต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน
ทุกวันนี้ คุณมนัส ดูแลสวนทุเรียนโดยใช้วิธีการบริหารศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) เพื่อลดการใช้สารเคมี รักษาความสมดุลทางธรรมชาติ และช่วยรักษาระบบนิเวศ รวมทั้งนำเทคโนโลยีในการตัดแต่ง ดอก และผลทุเรียน รวมทั้งผสมเกสรในทุเรียน ใส่ปุ๋ยให้เพียงพอกับความต้องการของพืช ใช้จุลินทรีย์ป้องกันกำจัดโรคพืช ลุงมนัสอาศัยวิธีการควบคุมโรคเน่าของรากทุเรียน โดยการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า ควบคุมศัตรูพืชโดยระบบชีววิธี

สวนแห่งนี้มีแมลงศัตรูพืชมากมาย... เช่น แมลงช้าง มวนเพชรฆาต รวมทั้งมดแดง ลุงมนัส บอกว่า แมลงเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมาก เพราะทำหน้าที่สร้างความรำคาญให้กับกระรอก ยิ่งต้นไหนมีมดแดงมากๆ ผลไม้เหลือให้เก็บขายได้เยอะ แต่เวลาเก็บผลผลิตต้องอดทน ให้มดแดงกัดสักหน่อย ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะมดแดงทำหน้าที่สำคัญในการกำจัดเพลี้ย ซึ่งเป็นแมลงศัตรูพืชสำคัญในสวนผลไม้
กรมวิชาการเกษตร ได้จัดประกวดแปลงปลูกพืชในระบบ GAP ดีเด่น ประจำปี 2553 ขึ้น เพื่อคัดเลือกเกษตรกรผู้ที่มีการปฎิบัติที่ดีในการปลูกพืช (GAP) จากผู้สมัคร 2,000 ราย ปรากฏว่าศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรปราจีนบุรี ได้คัดเลือกสวนทุเรียน ของ “มนัส ฮวดจึง” เป็นแปลงเกษตรดีที่เหมาะสม GAP ดีเด่นระดับภาคตะวันออก
ลุงมนัส บอกว่า การจัดระบบการเกษตรดีที่เหมาะสม ต้องอาศัยการจดบันทึกการทำงานในสวนทุกเรื่องอย่างชัดเจน ว่าในแต่ละวัน ดูแลสวนอย่างไรบ้าง ฉีดพ่นปุ๋ย ยา ชนิดไหน ใช้ไปมากน้อยแค่ไหน มีรายรับ รายจ่าย อะไรบ้าง ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญมาก เพราะทำให้เราสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอนของการผลิต รวมทั้งสามารถคำนวณต้นทุนผลกำไรได้ด้วย
ลุงมนัส ถือเป็นเกษตรกรตัวอย่าง ที่ได้รับความเคารพนับถือจากผู้คนทั่วไป เพราะลุงมนัสเป็นผู้ที่มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่หวงวิชา ในแต่ละวันจึงมีเพื่อนเกษตรกรแวะเวียนมาขอเยี่ยมชมสวน และขอความรู้ทางการเกษตร ลุงมนัสยินดีถ่ายทอดความรู้อย่างไม่ปิดอำพราง เพื่อให้ผู้ที่ได้รับความรู้นำไปใช้แล้วได้ผล
นอกจากนี้ ลุงมนัส มีจิตใจสาธารณะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รวยทั้งเงินและน้ำใจ มักสละเวลาว่างทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม และภาคการเกษตร ทำให้ลุงมนัสได้รับคัดเลือกเป็นผู้นำเกษตรกรก้าวหน้าระดับจังหวัดปราจีนบุรี แม้กระทั่งงานวันเกษตรปราจีนบุรี ลุงมนัสในฐานะประธานชมรมชาวสวนผลไม้จังหวัดปราจีนบุรี ก็เป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดงานทุกครั้ง

น้ำ...จุดอ่อนของ ภาคเกษตรเมืองปราจีนบุรี คุณมนัส ในฐานะประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำเพื่อการเกษตรบ้านบางบริบูรณ์ เล่าว่า น้ำ กำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่คุกคามภาคเกษตรของจังหวัดปราจีนบุรี แต่ละปีเกษตรกรมักต้องเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งอย่างต่อเนื่อง ปีนี้ทางจังหวัดปราจีนบุรีอนุมัติงบประมาณกว่า 700,000 บาท วางท่อส่งน้ำ ระยะทางกว่า 13 กิโลเมตร สู่สวนผลไม้เกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง
นอกจากนี้ กลุ่มเกษตรกรชาวสวนผลไม้ยังได้รับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ จาก อบจ. ปราจีนบุรี มาติดตั้งที่สถานีสูบน้ำบางบริบูรณ์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรกว่า 400 ครอบครัว เนื้อที่ 2,000 ไร่ ในพื้นที่ตำบลดงพระราม ตำบลบ้านพระ และตำบลดงขี้เหล็ก ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับ และสวนผลไม้ ทำให้เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลไม้ชุดแรก เช่น ทุเรียน กระท้อน มะปราง มะยงชิด มะม่วง มะไฟ ออกขายได้ราคาดี ตั้งแต่ช่วงต้นฤดู
อย่างไรก็ตาม ลุงมนัสแสดงความห่วงกังวลว่า ปัญหาคุณภาพน้ำของจังหวัดปราจีนบุรีกำลังเสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ เนื่องจากโรงงานอุตสาหกรรมบางรายในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี แอบทิ้งน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ โดยไม่ผ่านกระบวนการบำบัด เมื่อชาวสวนผลไม้สูบน้ำจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติที่มีสารเคมีปะปนไปรดน้ำต้นไม้ ก็ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก
ลุงมนัส เล่าว่าชาวสวนผลไม้ส่วนใหญ่มักอาศัยน้ำคลองใช้รดน้ำต้นไม้ โดยไม่รู้ว่ามีสารเคมีปะปนในน้ำ ส่งผลกระทบทำให้ต้นไม้หยุดเติบโต ไม่ให้ผลผลิต ในช่วงฤดูแล้ง ปัญหาคุณภาพน้ำแย่ลงเรื่อยๆ เพราะมีสารเคมีปะปนในปริมาณที่เข้มข้นมาก บางสวนถึงขั้นเจอปัญหาต้นไม้ยืนต้นตายทีเดียว จึงอยากฝากปัญหานี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบยื่นมือเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วนหากใครสนใจ กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดปราจีนบุรี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี โทร. (037) 217-871



• อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
มีพื้นที่โดยประมาณ 2,168 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมสี่จังหวัด คือปราจีนบุรี นครนายก สระบุรีและนครราชสีมา เป็นอุทยานแห่งแรกของประเทศไทย มีพืชพรรณไม้สัตว์ป่าหายาก รวมถึงให้สีสันแต่ละฤดูกาลที่แตกต่างกันไป
ผาเดียวดาย อยู่บริเวณทางขึ้นเขาเขียวเป็นจุดชมวิวที่สวยงามของอุทยาน



ผาตรอมใจ
อยู่เลยผาเดียวดายขึ้นไปทางเขาเขียวประมาณ 100 เมตรจะมองเห็นวิวรอบๆบริเวณ อุทยานปางสีดา มีความสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้พันธุ์พืช เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนเป็นต้นกำเนิดลำห้วยลำทานหลายสาย เช่น ห้วยสาลิกา ห้วยชมพู ห้วยสวนน้ำหอม ซึ่งส่วนหนึ่งไหลไปเป็นแม่น้ำบางปะกง ด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติที่หลากหลายของป่าปางสีดา จังหวัดสระแก้วจึงได้จัดให้มีกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ 2 ช่วงเวลาทุกปี คือ เทศกาลดูผีเสื้อ (พฤษภาคม-กรกฏาคม) และเทศกาลดูนกน้ำตามเส้นทางนกงู (พฤษภาคม-กรกฏาคม)


• อุทยานแห่งชาติตาพระยา เมื่ออดีตเป็นจุดต่อสู่ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและพรรคคอมมิวนิสต์ไทยมีแนวเขตระหว่างไทยกับกัมพูชา ผืนป่าสมบูรณ์ด้วยป่าเต็งรัง ป่าดงดิบชื้น ป่าดงดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ มี ละลุ เป็นแผ่นดินยุบตัว เกิดเป็นแท่งดินมีรูปภาพแปลกตา โดยชุมชนได้รวมตัวกันให้เช่าบริการรถอีแต็กนั่งเที่ยวชม...

• ร้านอาหารเวียตนามยายต๊าม
ที่อยู่ : ร้านอาหารเวียดนามยายต๊าม 87/1 ซอยบ้านญวน ถนนมิตรสัมพันธ์ ตำบลอรัญประเทศ อำเภออรัญประเทศ สระแก้ว 27120
TEL. 037-231794 / 081-559-8664

เมนูแนะนำ : แหนมเนือง, หมูย่างเส้นหมี่หน้าหมู, ปากหม้อญวน, กุ้งพันอ้อย, เปาะเปี๊ยะสด-ทอด, ทอดมันปลา,
ขนมเบื้องญวน, ขนมจีนหมูผัด, บั๊นหอย
วันและเวลาเปิดปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 07.30 - 19.30 น.
การเดินทาง : จากอำเภออรัญประเทศ มุ่งหน้ามาทางตลาดอรัญประเทศ ร้านยายต๊าม ตั้งอยู่ใกล้กับธนาคารกรุงไทยสาขาอรัญประเทศ บนถนนมิตรสัมพันธ์
ที่จอดรถ : ด้านหน้าร้านยายต๊าม

 
:::: ค้างคาวแม่ไก่ ในเขตพื้นที่วัดบางกระเบา ::::
 
:::: อภัยภูเบศร ::::
 
:::: ล่องแก่งหินเพิง ::::
 
:::: PARTY NIGHT # เที่ยวละไมสุขใจ...อากาศสดชื่น ::::
 
:::: หลากหลายกิจกรรม ::::
เรื่อง/ภาพ : คุณวีระศักดิ์ ภักดี
( ออนไลน์ : 11 กรกฎาคม 2557)
 
ปราจีนบุรี สระแก้ว เริ่มชีวิตในวันฟ้าใส ในโครงการนำร่อง เที่ยว 12 เดือน สุขใจ ให้พลังชีวิต ปราจีนบุรี สระแก้ว เริ่มชีวิตในวันฟ้าใส ในโครงการนำร่อง เที่ยว 12 เดือน สุขใจ ให้พลังชีวิต อ่านต่อ...   ปราจีนบุรี ตอน 2 : ประวัติ "หลวงพ่อจาด" เกจิดังในพิธีมหาพุทธาภิเศก เครื่องราง ของขลัง แห่งยุคสงครามอินโดจีน ปราจีนบุรี ตอน 2 : ประวัติ "หลวงพ่อจาด"
เกจิดังในพิธีมหาพุทธาภิเศก เครื่องราง ของขลัง แห่งยุคสงครามอินโดจีน
อ่านต่อ...
ปราจีนบุรี... welcome to Prachinburi จังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกของประเทศ ที่ไม่ไกลกรุงเทพมากนัก ปราจีนบุรี ตอน 1 จังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกของประเทศ ที่ไม่ไกลกรุงเทพมากนัก อ่านต่อ...   ปราจีนบุรี ตอน 3 : ประวัติ "พระราชภัทรธาดา" (กิตฺติสทฺโท) เจ้าอาวาส วัดบางกระเบา ศิษย์สายตรงหลวงพ่อจาด ปราจีนบุรี ตอน 3 : ประวัติ "พระราชภัทรธาดา" (กิตฺติสทฺโท) เจ้าอาวาส วัดบางกระเบา ศิษย์สายตรงหลวงพ่อจาด อ่านต่อ...



ในนามของเพื่อนท่องเที่ยวขอขอบคุณ คุณวีระศักดิ์ ภักดี ที่ได้เขียนเรื่องราวดีๆ และเอื้อเฟื้อภาพประกอบสวยๆ มาให้เพื่อนสมาชิกได้สัมผัสอีกหนึ่งมุมมอง และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้อีกครั้ง ที่อนุญาตให้...เพื่อนท่องเที่ยว นำบทความผลงานนี้ มาเผยแพร่ให้แก่สมาชิกไ้ด้เปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ไปพร้อมๆ กันครับ


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
เพื่อนท่องเที่ยว : Friend Travel

คุณวรินทร์พร นีลดานุวงศ์ (คุณเล็ก)
สำนักงานเลขที่ 171/12 หมู่บ้าน คาซ่าซิตี้ ซอยสุขุมวิท 103 อุดมสุข 51 บางจาก พระโขนง กรุงเทพ ฯ 10260
Tel : 02- 398-2238-40 , 089-500-3363 , 083-189-9622 , 089-403-6920
Fax : 02-398-0115
Website : www.friendtravelthai.com
Email : friendtravel2003@hotmail.com