:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
อัลบั้มเพื่อนท่องเที่ยว
ติดต่อเราได้ที่นี่เลยครับ
ดูรายละเอียดและเงื่อนไขการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ
พิพม์แบบฟอร์มการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ

Adventure สุดเหวี่ยง..ผจญภัยสุดมันส์ โปรแกรมท่องเที่ยวภาคเหนือ โปรแกรมเที่ยวทะเลฝั่งอันดามัน และอ่าวไทย / ทะเลภาคตะวันออก โปรแกรมท่องเที่ยวภาค อีสาน กลาง และภาคตะวันออก โปรแกรมเที่ยวต่างประเทศ
 
เครือข่ายเรดาร์ตรวจอากาศ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ข่าวสารการท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทย
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายใน
ประเทศ (สทน.)
สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ
ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัด 
แผนที่ประเทศไทย
กรมป่าไม้
อุทยานแห่งชาติ
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด
การบินไทย
บางกอกแอร์เวย์
แอร์เอเชีย
นกแอร์
ภูเก็ตแอร์
One-2-Go
การรถไฟแห่งประเทศไทย
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้าใต้ดิน
บริษัท ขนส่ง จำกัด
Sanook.Com 
IDO Travellers
สีสันทัวร์
Phototech
Walk-Way-Why : วอล์คเวย์วาย
Fame Tour & Service
นิตรสาร "สารคดี"
นิตรสาร "อสท"
PIXPROS สังคมแห่งการถ่ายภาพ
สนามเดินป่า  
font.com
Wordmark.it
 
โลโก้เพื่อนท่องเที่ยว
 
 
การวิเคราะห์เว็บระดับองค์กร Visitors Report
 

:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว


::: ปราจีนบุรี ตอน ๒ : ประวัติ "หลวงพ่อจาด"

สายน้ำบางประกง ไหลมาจากป่าใหญ่ที่เขาใหญ่ ผ่านปราจีนบุรี เข้าฉะเชิงเทรา ก่อนไหลออกสู่ท้องทะเล
ด้วยเป็นเส้นทางแห่งสายน้ำนี้เอง จึงเกิดชุมชน สร้างวัฒนธรรม ศิลปะ ศาสนา ควบคู่มากับสายน้ำอย่างยาวนาน...

วันนี้ที่พูดถึงสายน้ำแห่งนี้
ก็ด้วยว่ามีในช่วงโค้งหนึ่ง…แห่งสายน้ำ ที่บนฝั่งแห่งสายน้ำด้านทิศเหนือ หากนับจากวัด จะเป็นที่รู้กันว่า มีวัดที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่ วัดบางกระเบา ตั้งอยู่ที่ริมฝั่งน้ำ ซึ่งวัดแห่งนี้เอง หลวงพ่อจาด ท่านใช้เป็นที่พำนัก พักอาศัย ช่วงที่มีชีวิตไปจนถึงท่านละสังขาร หลวงพ่อจาด ท่านเป็นพระสงฆ์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก เป็นพระสงฆ์องค์หนึ่งที่ชาวบ้าน นักนิยมพระเครื่อง มักจะพูดกันจนติดปากว่า “หลวงพ่อ จาด จง คง อี๋” ซึ่งหลวงพ่อจาด ท่านเป็นหนึ่งใน  “เกจิดังในพิธีมหาพุทธาภิเศก เครื่องราง ของขลัง แห่งยุคสงครามอินโดจีน เมื่อวันศุกร์ ๑๖ ธันวาคม ๒๔๘๑ ปีขาล”  ส่วนพระสงฆ์อีก ๓ รูป ที่มีชื่อเสียงควบคู่มากับหลวงพ่อจาด ได้แก่ พระอธิการจง พุทธสโร (หลวงพ่อจง) วัดหน้าต่างนอก จังหวัดอยุธยา , พระอุปัชฌาย์คง ธัมมโชโต วัดบางกระพ้อม จังหวัดสมุทรสงคราม , พระครูวรเวทมุณี (หลวงพ่ออี๋) วัดสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งต่อมาในภายหลังหลวงพ่อแต่ละรูปในยุค   “พิธีมหาพุทธาภิเศก ณ วัดราชบพิธฯ กรุงเทพฯ” นั้น แต่ละรูปที่มีเหรียญแจกออกมา ก็เป็นที่ทราบกันทั้งวงการพระเครื่องว่า หากไม่มีเงินถุงเงินถัง หรือบุญน้อย   ก็อย่าหวังว่าจะได้ครอบครองเหรียญของท่าน ซึ่งสาเหตุที่เหรียญแพงติดเพดานดาวไม่มีวันตก   เป็นศัพท์ที่ทางวงการพระเครื่องแจ้งมาว่า ความต้องการสูง มีประสบการณ์สูง ผลิตมาน้อย หรือเป็นเพราะว่า เรื่องเล่าความศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละองค์ท่านนั้น ยังคงอยู่ควบคู่มาจวบจนถึงปัจจุบัน ซึ่งวันนี้เดินทางผ่านถนนข้ามสายน้ำ ก็ตั้งใจว่า จะตรงไปวัดบางกระเบา


:: วัดบางกระเบา
วัดบางกระเบา เดิมชื่อ วัดน้อยนางหงส์ ตามชื่อนายน้อยและนางหงส์ ผู้ที่ก่อสร้างวัดนี้ขึ้นเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๘๐  ครั้นพอเวลานานเข้า ชาวบ้านที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้ๆ วัด เห็นว่าวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ริมน้ำ บริเวณที่ตั้งวัดเป็นทุ่งนา มีต้นกระเบา ขึ้นอยู่หนาแน่น จึงเรียกจนติดปาก และตั้งชื่อวัดใหม่ตามพันธุ์ไม้ท้องถิ่นว่า “วัดบางกระเบา” แต่การมาวัดบางกระเบา ไม่ว่าเป็นผู้เขียน หรือผู้คนส่วนใหญ่ที่ผ่านไปผ่านมา บนเส้นทางเดินเรือในสายน้ำในอดีต หรือบนท้องถนนในปัจจุบัน ก็มาเพื่อกราบหลวงพ่อจาด ตามประวัติกล่าวว่า


:: พระครูสิทธิสารคุณ (หลวงพ่อจาด) โดยประวัติพระครูสิทธิสารคุณ หรือที่รู้จักกันทั่วไปในนามหลวงพ่อจาด นามเดิม จาด สีชัง เกิดเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๑๕ ที่ตำบลดงน้อย อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นบุตรของนายปิด วงศ์กำพช ส่วนมารดาไม่ทราบชื่อ ต่อมาได้เป็นบุตรบุญธรรมของ นายกับและนางหลิม สีชัง หลวงพ่อจาด อุปสมบทที่ วัดบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๔๓๖ พระครูปาจีน (หลวงพ่อทอง) วัดหลวงปรีชากูล เป็นพระอุปัชฌาย์ จากนั้นเดินทางเข้าศึกษาที่กรุงเทพฯ โดยศึกษาวิชาวิปัสสนากัมมัฏฐานกับพระอาจารย์อ้น ที่วัดเกาะแก้วเวฬุวัน  ส่วนด้านการศึกษาพระปริยัติธรรมนั้น เรียนที่วัดพระไกรสีห์ ทั้งหมดเป็นเวลา ๒ ปี หลังจากนั้นท่านได้เดินทางกลับมาอยู่ที่ จังหวัดปราจีนบุรี และต่อมาก็ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดบางกระเบา ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๔๑ ต่อมาท่านได้พัฒนาวัดให้เจริญขึ้นตามลำดับ โดยการสร้าง เสนาสนะสถานที่ภายในวัดหลายอย่าง



จากปากคำบอกเล่า...
ของผู้เฒ่าผู้แก่ที่เป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้ๆ วัดและหลวงพ่อประเทือง เจ้าอาวาสวัดบางกระเบา องค์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นลูกศิษย์สายตรง ที่หลวงพ่อจาดได้บรรพชาให้เมื่อครั้งเป็นสามเณร เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๔ ได้กล่าวว่า  หลวงพ่อจาดเป็นพระ “พระผู้มีเมตตาบารมีสูง มีความรู้ทางคาถาอาคม” เป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสเคารพนับถือ ของประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรีและประชาชนทั่วไป
ถึงแม้กาลเวลาจะล่วงเลยไปนานแล้ว...ถึงแม้องค์ท่านจะไม่อยู่แล้ว ถึงแม้ว่าหลวงพ่อจาด มรณภาพ เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๙ รวมสิริอายุ ๘๕ ปี ๖๓ พรรษา แต่คุณงามความดี ที่หลวงพ่อสร้างไว้ต่อ พุทธศาสนา ต่อวัด ต่อประชาชน รวมถึงต่อการ อัฐิฐานจิตลงบนเครื่องรางของขลัง เสื้อยันต์ เหรียญรูปเหมือนรุ่นต่างๆ ขององค์หลวงพ่อจาดนั้น จึงทำให้ในปัจจุบันยังมีประชาชนหลั่งไหลไป วัดบางกระเบา ไปกราบหลวงพ่อจาดอยู่เสมอ แถมในปัจจุบัน ยังมีศิษย์สายตรงหลวงพ่อจาด พระราชภัทรธาดา (กิตฺติสทฺโท) นามเดิมว่าประเทือง เจ้าคณะจังหวัดเป็นเจ้าอาวาสวัดบางกระเบา สืบต่อมาในปัจจุบัน...จนเรียกตามโบราณที่เปรียบไว้ว่า วัดบางกระเบา หัวกระไดไม่เคยแห้ง...ก็คงไม่แปลก...

จากสายน้ำ...หน้าวัดบางกระเบา วันนี้ผู้เขียนจะเขยิบขึ้นไป ที่แหล่งต้นธารของสายน้ำในป่าใหญ่ ที่อยู่ใกล้ๆเขาใหญ่ ในจังหวัดนครนายก ที่ซึ่งอยากจะกล่าวคำสวยๆ ไว้คู่กับสถานที่ว่า... "ขอบฟ้ากว้างไกลผีเสื้อโบยบิน ขุนเขาขวางกั้นสายน้ำขวางหน้าเราจะจูงมือ พากันข้ามไป...”
ข้ามไปเที่ยวป่าเขาและน้ำตก
ฟ้ายังคงเป็นฟ้าสีฟ้าปนขาว รถยังคงวิ่งฝ่าไปบนสายน้ำ รถจี๊บรุ่นเก่าก่อน ที่ถูกนำมาดัดแปลง วางเครื่องใหม่วิ่งได้แบบขับเคลื่อนสี่ล้อ พร้อมติดวิ้นส์ (ลอกหมุน) ด้านหน้ารถ สำหรับไว้ดึงรถ  ยามเมื่อรถตกหลุมโคลนหรือติดหล่ม รถวิ่งไต่ไปบนหินในสายน้ำป่า ที่พัดมาจนท่วมเอ่อล้นฝั่งน้ำ  รถวิ่งไปบนถนนที่กระแทกกระทั่งจนเครื่องในในร่างกายและก้นกบปั่นป่วน จนผมนึกคิดอดถามไม่ได้ว่า รถไม่มีแหนบหรือไง..?  มี..แต่ไม่ดีเท่าไร..? อ้อ...เมื่อรถวิ่งมาถึงทางที่เคยข้าม ตอนนี้เรามองไม่เห็นสภาพทางถนนแล้ว ยังคงมองเห็นแต่สายน้ำป่าที่ไหลเชียวกราด เราหยุดปรึกษากันว่าจะนำรถข้ามอย่างไรดี ผมมีความเห็นให้สำรวจสายน้ำก่อน ผลการสำรวจตามที่ผมว่า ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า หากนำรถข้ามสายน้ำในตอนนี้ รถทั้งคันคงต้องโดนสายน้ำซัด พัดพาไปตามสายน้ำอย่างแน่นอน สรุปเราไม่เสี่ยง เพื่อนรวมทางอีกคนให้ความเห็นว่า เราต้องจอดรถแล้วเดินด้วยเท้าครับ   รักแท้..ต้องเอารักแท้ไปแลกมา เราท่านหากไม่มอบรักแท้ ไหนเลย..มุ่งหวังให้ผู้อื่นทุ่มเทรักแท้ต่อท่านได้   ฉันใดก็ฉันนั้น รักแท้ที่จะเที่ยวป่าก็ต้องเดิน ต้องทุ่มเทใจให้กับความเหนื่อย ความเมื่อย ความกระหายไคร่อยากรู้  รู้ความเป็นจริงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ต้องเผชิญความเป็นจริง แล้วป่าจะให้สิ่งมหัศจรรย์ ให้สีสัน ให้ความสดชื่น ให้รักแท้ตอบสนองกับคืนมา...




ไม้ไผ่หลายลำที่ริมลำห้วย
ถูกตัดมาเพราะความจำเป็น ไม้ไผ่ถูกนำมาผูกมัดติดกับต้นไม้ ไม้ไผ่ถูกนำมามัดต่อๆ กันเพื่อเป็นสะพานทางข้ามชั่วคราว พอให้พวกเราข้ามสายน้ำที่พัดมาอย่างรุนแรงและเชี่ยวกราด เสียงน้ำยังคงพัดผ่านกระทบกับแกร่งหินดังอย่างรุนแรง  แต่สายน้ำและเสียงที่รุนแรง ไม่อาจหยุดหัวใจแห่งนักสู่แห่งการเดินทาง ทางที่จะแสวงหาสิ่งใหม่ๆ ของพวกเรา มาเล่าสู่กันฟัง การเดินป่าที่ใช้เท้าเดินนั้น ท่านจะได้ความรู้มากกว่าการนั่งรถ ท่านจะได้อะไรพิเศษมากกว่าการนั่งรถ  ท่านจะได้สัมผัสสัพชีวิตอีกมากมายตลอดเส้นทางของแนวทางเดิน ตามทางที่ท่านต้องเดินไป  เมื่อเราข้ามสะพานไม้ไผ่ที่ทำแบบลวกๆ มาสองแห่ง มีไม้ไผ่ข้ามคลองมะเดื่อ ไม้ไผ่ข้ามคลองมะขาม   เราใช้เวลาเดินอีกประมาณ 300 เมตร เราก็จะถึงจุดนัดพบพักกลางวัน



ณ ที่บ้านของลุงที่ชื่อพัน
ผู้อยู่แถบนี้มาเกือบ 20 ปี  ผู้ที่จะนำพาและนำทางเราสู่ผืนป่าอันกว้างใหญ่และยิ่งใหญ่ ที่บ้านริมสายน้ำคลองมะเดื่อบ้านน้อยกลางไพรกว้าง บ้านที่เป็นบ้านชาวบ้านธรรมดา แต่มีความสุขท่ามกลางธรรมชาติ บ้านที่จะประกอบอาหารให้เราๆ ได้รับทาน  ไก่ย่างสามตัวที่ถูกเสียบอยู่กับไม้ไผ่บนเตาไฟที่ทำขึ้นแบบง่ายๆ บนดิน กำลังส่งกลิ่นหอม เสียงครกส้มตำกำลังดัง  เสียงซ่าของไข่เจียวในกะทะโชยกลิ่นหอมส่งมากับสายลม เมื่อข้าวเหนียวที่เพิ่งหุงเสร็จแล้วถูกยกมา  เราๆ หลายคนล้อมวงชวนกันกิน อาหารกลางป่าแม้เราไม่ได้พิถีพิถันในการทำ แต่อาหารเมื่อทำมาร้อนๆ ผ่านความร้อนทำให้สุก รสชาติของการทานอาหารในป่า รสชาติของการได้นั่งกินแล้วชมสายน้ำในป่าเขา สภาพแวดล้อมที่ดีเยี่ยม อากาศที่ยอดเยี่ยม สายน้ำที่ไหลลดหลั่นกระแทกกับโขดหินขับกล่อม กลับทำให้อาหารของเราๆ เป็นอาหารที่เลิดรส เลอเลิศไปโดยปริยาย  ผมบอกเพื่อนหลายๆ คน ทานมากๆ ทานมากๆ นะครับ เวลาท่านๆ เดิน จะได้..เออ..จุก..(หัวเราะ).. เราใช้เวลาพักประกอบและทานอาหารเกือบสองชั่วโมง จากนั้นเราต้องเดินต่ออีกไกล ทำไม้ไผ่ข้ามอีกหนึ่งคลองตรงสวนตาต้อยเพื่อจะข้ามเข้าเขตป่าผืนใหญ่

ป่าที่ติดกับเขาใหญ่ตรงฝั่งที่ขึ้นทางด้านจังหวัดนครนายก จากแนวรั้วของอุทยานฯ ถึงน้ำตกชั้นแรก เดินประมาณ 1 กิโลเมตร การจะเข้าผืนป่าแถบนี้ได้ เราต้องทำการขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ก่อน และกรุณาทำตามระเบียบที่ทางอุทยานฯ กำหนดไว้  การเดินทางมาสถานที่แห่งนี้ ใช้ถนนทางหลวงหลักสาย กรุงเทพฯ-นครนายยก  ห่างจากกรุงเทพฯ  100 กิโลเมตร ห่างจากนครนายยกถึงปากทาง 22 กิโลเมตร เมื่อมาถึง ถนนสาลิกา-นางรอง ซอย 27 เลี้ยวรถไปตามทางประมาณ 10 กิโลเมตร แล้วเดินต่อด้วยเท้า ท่านก็จะได้พบกับคลองท่าเดื่อ ทางเดินดูไม่ค่อยจะดีเท่าใดนัก   ใบไม้ที่ร่วงหล่นมาปกคลุมดินจนมองไม่เห็นดิน ต้นหญ้าในฤดูฝนยังสูงท่วมเทียมเอว ทางเดินที่ขาดผู้คนสัญจร มักรกร้าง  ทางรกร้าง..แม้ไร้คนเดิน แต่ทางรกร้างดูมีชีวิตชีวา สองข้างทางเต็มไปด้วยผีเสื้อแปลกตา หลากหลายชนิด เห็ดสีสดสวยมามายหลายพันธุ์ เฟิร์นและมอสสีเขียวๆ


และเมื่อเราเดินถึงน้ำตกอีแตน ที่มีขุนเขาแห่งเหวสีเสีย และเหวกระถิน (เรียกชื่อภูเขาและน้ำตกตามภาษาชาวบ้าน)โอบล้อม ต้นกำเนิดของสายน้ำตกอีแตน มาจากเหวกระถินที่อยู่ในเขตเทือกเขาใหญ่ เราหลากหลายคนหยุดซึมซับกับสภาพความเป็นจริง ณ ที่แห่งนี้ ผมใส่รองเท้ากันหินบาด แล้วนำตัวลงไปอยู่กับสายน้ำ แสงแดดยังสาดส่องลอดกิ่งไม้ลงมายังผิวน้ำ สายน้ำป่าดูยังใสไม่มีขุ่น ความบริสุทธิ์แบบนี้เราไม่ค่อยได้พบเห็น การได้พบเห็นซักครั้งในชีวิตถือเป็นสิ่งโชคดี ได้พบหลายครั้งถือเป็นรางวัลพิเศษแห่งชีวิต....


ชีวิตมักมีสีสัน...หากเราแต้มแต่งสีสันลงไป...
ชีวิตมักมีเรื่องราว...หากเรารู้จักสังเกตและเฝ้ามอง วัตถุมักหยุดนิ่ง หากเราพิจารณาด้วยปัญญา สิ่งที่ไหวไม่ใช้วัตถุ สิ่งที่เคลื่อนไหวเป็นใจเรา ผมยังคงอยู่ในสายน้ำที่ไหลแรง สายน้ำพัดและพาให้ขาแกว่ง ตัวเริ่มเอียงตาม แป๊บเดียวทั้งตัวของผมก็จมไปในสายน้ำ สายน้ำช่างเย็นเฉียบ สายน้ำช่างเย็นยะเยือก สายน้ำผ่านเข้าจมูกและลำคอรู้สึกแสบๆ ตรงทางเดินหายใจ รองเท้าหลุดจากเท้าพัดไปกับสายน้ำ รองเท้าเหลือหนึ่งข้างดีกว่าไม่เหลือซักข้าง   ผมรอยตัวไปเกาะเถาวัลย์ขึ้นจากสายน้ำ สายน้ำยังคงไหลลงเบื้องล้าง   ไหลพัดพาความฉ่ำเย็นและความอุดมสมบูรณ์ไปสู่ชาวนครนายก นครนายกมีคลองหลักๆ อยู่ 4 สาย คลองวังตะไคร้  คลองนางรอง คลองท่าด่าน (ปัจจุบันเป็นเขื่อน) คลองมะเดื่อ ไหลรวมกัน กลายเป็นแม่น้ำนครนายก แสงลอดผ่านใบไม้ได้น้อยลง เรามาได้แค่น้ำตกชั้นแรกที่ชื่อน้ำตกอีแตนก็ค่ำเสียแล้ว เราจะถอยและถอนตัวออกจากป่า ออกไปตั้งหลัก เราออกจากป่าเป็นเวลาเกือบสองทุ่ม ไฟหน้ารถยังสองสาดเส้นทาง เส้นทางมีน้ำขึ้นมากกว่าเดิมรถยังวิ่งฝาไปในสายน้ำ รถวิ่งฝาไปในสายน้ำ โขดหิน ขุนเขา ยังคงอยู่ อยู่ในความทรงจำเราเสมอ...

ข้อมูลจำเพราะ
"กระเบา"
เป็นไม้ยืนต้น สูง 10-20 เมตร แยกเพศคนละต้น ต้นตัวเมียเรียก กระเบา ต้นตัวผู้เรียก แก้วกาหลง ดอกมีกลีบสีม่วงแดงอ่อนๆ ผลกลมเปลือกหนา มีขนกำมะหยี่สีน้ำตาล ผลมีเมล็ดมาก เนื้อรับประทานได้ เมล็ดมีสรรพคุณทางยา น้ำมันที่สกัดจากเมล็ดใช้รักษาโรคเรื้อน และโรคผิวหนังอื่นๆ ได้


เรื่อง/ภาพ : kon nokkok
( ออนไลน์ : 28 มิถุนายน 2556 )

เอื้อเฟื้อการเดินทาง

•
กรมป่าไม้
• อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
• ททท. สำนักงานนครนายก โทร. 037 312 282
•
เพื่อนท่องเที่ยว : Friend Travel (เที่ยวดั่งใจ..ไปดั่งเพื่อน)

 
ปราจีนบุรี สระแก้ว เริ่มชีวิตในวันฟ้าใส ในโครงการนำร่อง เที่ยว 12 เดือน สุขใจ ให้พลังชีวิต ปราจีนบุรี สระแก้ว เริ่มชีวิตในวันฟ้าใส ในโครงการนำร่อง เที่ยว 12 เดือน สุขใจ ให้พลังชีวิต อ่านต่อ..   ปราจีนบุรี ตอน 2 : ประวัติ "หลวงพ่อจาด" เกจิดังในพิธีมหาพุทธาภิเศก เครื่องราง ของขลัง แห่งยุคสงครามอินโดจีน ปราจีนบุรี ตอน 2 : ประวัติ "หลวงพ่อจาด"
เกจิดังในพิธีมหาพุทธาภิเศก เครื่องราง ของขลัง แห่งยุคสงครามอินโดจีน
อ่านต่อ...
ปราจีนบุรี... welcome to Prachinburi จังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกของประเทศ ที่ไม่ไกลกรุงเทพมากนัก ปราจีนบุรี ตอน 1 จังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกของประเทศ ที่ไม่ไกลกรุงเทพมากนัก อ่านต่อ...   ปราจีนบุรี ตอน 3 : ประวัติ "พระราชภัทรธาดา" (กิตฺติสทฺโท) เจ้าอาวาส วัดบางกระเบา ศิษย์สายตรงหลวงพ่อจาด ปราจีนบุรี ตอน 3 : ประวัติ "พระราชภัทรธาดา" (กิตฺติสทฺโท) เจ้าอาวาส วัดบางกระเบา ศิษย์สายตรงหลวงพ่อจาด อ่านต่อ...




ในนามของเพื่อนท่องเที่ยวขอขอบคุณ kon nokkok ที่ได้เขียนเรื่องราวดีๆ และเอื้อเฟื้อภาพประกอบสวยๆ มาให้เพื่อนสมาชิกได้สัมผัสอีกหนึ่งมุมมอง และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้อีกครั้ง ที่อนุญาตให้...เพื่อนท่องเที่ยว นำบทความผลงานนี้ มาเผยแพร่ให้แก่สมาชิกไ้ด้เปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ไปพร้อมๆ กันครับ


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
เพื่อนท่องเที่ยว : Friend Travel

คุณวรินทร์พร นีลดานุวงศ์ (คุณเล็ก)
สำนักงานเลขที่ 171/12 หมู่บ้าน คาซ่าซิตี้ ซอยสุขุมวิท 103 อุดมสุข 51 บางจาก พระโขนง กรุงเทพ ฯ 10260
Tel : 02- 398-2238-40 , 089-500-3363 , 083-189-9622 , 089-403-6920
Fax : 02-398-0115
Website : www.friendtravelthai.com
Email : friendtravel2003@hotmail.com