:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
อัลบั้มเพื่อนท่องเที่ยว
ติดต่อเราได้ที่นี่เลยครับ
ดูรายละเอียดและเงื่อนไขการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ
พิพม์แบบฟอร์มการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ

Adventure สุดเหวี่ยง..ผจญภัยสุดมันส์ โปรแกรมท่องเที่ยวภาคเหนือ โปรแกรมเที่ยวทะเลฝั่งอันดามัน และอ่าวไทย / ทะเลภาคตะวันออก โปรแกรมท่องเที่ยวภาค อีสาน กลาง และภาคตะวันออก โปรแกรมเที่ยวต่างประเทศ
 
เครือข่ายเรดาร์ตรวจอากาศ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ข่าวสารการท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทย
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายใน
ประเทศ (สทน.)
สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ
ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัด 
แผนที่ประเทศไทย
กรมป่าไม้
อุทยานแห่งชาติ
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด
การบินไทย
บางกอกแอร์เวย์
แอร์เอเชีย
นกแอร์
ภูเก็ตแอร์
One-2-Go
การรถไฟแห่งประเทศไทย
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้าใต้ดิน
บริษัท ขนส่ง จำกัด
Sanook.Com 
IDO Travellers
สีสันทัวร์
Phototech
Walk-Way-Why : วอล์คเวย์วาย
Fame Tour & Service
นิตรสาร "สารคดี"
นิตรสาร "อสท"
PIXPROS สังคมแห่งการถ่ายภาพ
สนามเดินป่า  
font.com
Wordmark.it
 
โลโก้เพื่อนท่องเที่ยว
 
 
การวิเคราะห์เว็บระดับองค์กร Visitors Report
 
:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
:: ภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์
ภูแห่งนี้..ชื่ออยู่สูงถึงบนฟากฟ้า เป็นสถานที่ที่เรียกว่า...ดวงดาวอยู่ใกล้ตัวเรา เป็นสถานที่ที่อยู่บนภูสูง  มีสายหมอกวิ่งคลอเคลียกับทิวสนและดอกไม้สีม่วง
ที่เรียกกันว่าดอกหงอนนาก ในการเดินทางครั้งนี้นั้น...ได้นึกจิตภาพไว้ในความรู้สึกก่อนเดินทางว่า หากได้มา...จะเก็บภาพทิวสน สายหมอก ดอกไม้ หยดน้ำ น้ำค้างบนยอดหญ้า นำมาฝากท่านผู้ชม ผู้อ่าน ซึ่งการนำความงดงามจากอีกสถานที่แห่งหนึ่ง มาให้คนอื่นได้รับรู้ สื่อสารด้วยภาพถ่าย คงเป็นแนวทางที่น่าจะมองเห็นภาพได้ดีกว่าคำพูด

:: อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว เวลาทำงาน ตัวเราเองมักจะคิดว่า ไปถึงหน้างานค่อยว่ากัน พูดง่ายๆ ยังไม่รู้จักว่า การขึ้นภูสอยดาว เป็นการเดิน เดิน และก็เดิน การทำงาน เพียงแค่คิดว่า ได้ไปงานในพื้นที่ใหม่ๆ ก็คงจะดี ผลเป็นอันว่า พอเริ่มเดินทั้งวัน จึงรู้ว่า..การมาเดินขึ้นเขาพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว  ควรจะมีเวลาให้มากกว่าแค่ 1 คืน 2 วัน “อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว” หากเพียงได้ยินชื่อ และไม่รู้จัก จะต้องคิดว่า  ภูสอยดาวคงไม่ไกลจากดวงดาวเท่าไหร่นัก ความสูงมิได้อยู่ที่ระยะทางที่เดิน หากแต่ความสูงต่ำในพื้นที่ อยู่ที่ระยะจิตใจผู้ที่จะเดิน   การเดินไต่ไปตามเนินต่างๆ ควรเดินแบบช้าๆ เรื่อยๆ ไม่เร่งรีบ ผ่อนหายใจเขาออกยาวๆ... และก็ยาวๆ...ลึกๆ



การเดินขึ้นที่สูง... ช่วงแรกที่สูงเหนือระดับน้ำทะเล ๑,๖๕๐ เมตร ขอย้ำอีกทีว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรเดินเร่งเป็นอย่างยิ่ง มิฉะนั้น กล้ามเนื้อขาจะเกร็งเป็นตะคิว ควรเดินไป... พักไป... ชมธรรมชาติสองข้างทางไปเรื่อยๆ เพราะทางที่เดินนั้นสูงชัน และหากเดินไปจุดที่สูงที่สุด  จะอยู่เหนือระดับน้ำทะเล เฉลี่ยโดยประมาณ 2,102 เมตร ซึ่งเป็นการเดินด้วย จิตใจ ตามที่กล่าวไว้ในเบื้องต้น

อช.ภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์ เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหลวงพระบาง กั้นพรหมแดนไทย-สปป.ลาว เป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ ๔ ของประเทศไทย มีอากาศหนาวเย็นทั้งปี เป็นต้นกำเนิดลำน้ำพาย จ.อุตรดิตถ์ และลำน้ำภาค จ.พิษณุโลก

:: ก้าวเท้าข้ามเนินความสูงชัน ก่อนก้าวเดินไปบนพื้นที่สูง เรานั่งทานข้าวเช้า ซึ่งเตรียมกันมาแบบง่ายๆ แถวที่ทำการด้่านล่างตรงที่รถมาส่ง และเตรียมน้ำดื่ม อาหารกลางวัน ของใครของมัน เน้นของใครของมัน คือถือเอง หากใครทานอาหารมาก เวลาเดินก็เตรียมจุกได้ครับ ดังนั้นทานแต่พองาม เพราะด้วยทางที่สูงชั้น ที่ต้องเดินข้ามเนินต่างๆ มาอย่างที่เรียกว่าใช้แรงมากนั้น

“ หลายจุดจึงมีชื่อเรียกขนานนามไว้ในแต่ละช่วงความสูงชันว่า...  เนินส่งญาติ (เหนื่อยลิ้นห้อยขอส่งแค่นี้นะ) เนินปราบเซียน (ต้องพักเหนื่อยเพราะหมดแรง) เนินป่าก่อ (ป่าต้นไม้ยืนต้น) เนินเสือโคร่ง (ยาสุมนไพรชนิดหนึ่งใช้เปลือกต้ม) เนินมรณะ (ทางสูงชันหญ้าท่วมหัวไหล่เขา) ”

พอเดินพ้นเนินเสือโคร่ง... ด้วยความสูงของภูสอยดาว ที่เพียงแค่เอื้อมมือก็คว้าดาวได้แล้วนั้น อากาศจะเริ่มเย็น เพราะอากาศบนนี้หนาวเย็นตลอดทั้งปี ช่วงก่อนเดินถึงลานหินด้านบน ก่อนที่จะเดินถึงตรงนี้ เหมือนมีใครใจดี นำหินมาวางไว้ตรงชะง่อนผา   ขอนั่งชมววิทิวเขา ป่าไม้ อาทิตย์ยามเย็น ชิวๆ ไปก่อน หรือพูดแบบว่า..ขอพักอีกซะยกคงไม่แปลก




จนเมื่อหันไปตามเสียงพูดจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ที่ร้องกล่าวว่า... เราเร่งเดินเถิดครับ เดี๋ยวจะถึงจุดที่พักค่ำ...นั่นคือเสียงของเจ้าหน้าที่   จึงตอบกลับไปว่า...พี่เดินไปก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวผมเดินตาม
เจ้าหน้าที่บอกว่า..ไม่ได้ครับ!! ผมมีหน้าที่ดูแลช่วยเหลือพี่ อะนะ..นี่ก็เป็นอีกหนึ่งปัญญา ที่เพิ่งเปิดแสงสว่างเข้ามาให้รู้ว่า อุทยานฯ ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยดูแลคณะเรา ถึงว่า ทำไมไม่เดินแซงไปซักที เพราะตลอดทางที่เดินไปพักไป  แวะถ่ายรูปดอกไม้มาตลอดเส้นทาง มัวแต่ทำงาน ไม่ได้ถามว่า ทำไมไม่เดินแซง...เอิกๆๆๆๆ... ได้ยินคำกล่าวให้เร่งเดิน จึงตอบไปตามตรงว่า  ผมขอพักเอาแรงอีกนิด แล้วเดี๋ยวค่อยเดินต่อนะครับ นั่นจึงเป็นเหตุผลหลักว่า ทำไมจึงแวะชมธรรมชาติบ่อยๆ

:: ลานกางเต้นท์ บนลานสน ภูสอยดาว พอเดินขึ้นมาถึงลานหิน ก้าวแรกมองไปหาสัญลักษณ์ ต้นสน ที่เคยขึ้นตรงทางเดินนั้น ตอนนี้สนตรงปากทางขึ้นไม่มีแล้ว เพราะฟ้าผ่าลงต้นสนพอดี จึงล้มไปหลายปีแล้ว จากจุดปากทางขึ้นลานหิน เดินอีกอึดใจในแสงช่วงหัวค่ำ ก็จะถึงที่ทำการลานกางเต้นท์ พี่เจ้าหน้าที่จึงชี้บอกว่า  เดินไปตามทางนี้นะครับ เดี๋ยวก็ถึงที่พัก พอเดินผ่านทาง ตามรอยเท้าเก่ามาเรื่อยๆ ยิ่งรับรู้ว่า อากาศบนแดนสรวง สวรรค์แห่งลานสน เริ่มหนาวเย็นขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งพอมองปรอดวัดอุณหภูมิ อุทาน!! โอ้แม่เจ้า อากาศบนยอดภู จะเฉลี่ยอยู่ที่ ๓ ถึง ๕ แต่พอสายๆ จะอยู่ประมาณ ๑๓ องศาเซลเซียส



แสงอาทิตย์จากลาหมู่ดาวร่าเริง... พอแสงอาทิตย์ลับลาหลังเส้นขอบฟ้า หมู่ดาวจะเริงร่า ณ ที่หมู่ดาวมากมาย ไม่ห่างจากหมอกหนาที่ประดุจดังทางช้างเผือก ได้ผุดพราย ประกายแสงวิ่งผ่านผืนฟ้าไปอย่างรวดเร็ว (ดาวตก) แสงเพียงชั่วกระพริบตานั้น ได้ฝากร่องรอยความรู้สึก ประทับไว้ในห้วงจิตใจผู้ที่ได้มาเยือนสถานที่แห่งนี้อยู่ประจำ บัดนี้หมอกน้ำค้างหนาหนัก เริ่มโปรยโรยอ่อนลงมาจากฟากฟ้ามากแล้ว  ของที่วางไว้เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้าง ส่วนดวงดาวดาวยังคงประดับที่เส้นขอบฟ้า อากาศยังคงหนาวเย็น

แต่เมื่อยามเช้ามาเยี่ยมเยือน... น้ำค้างบนยอดหญ้าถึงมวลดอกไม้ จึงหยาดเยิ้มไปด้วยประกายพรึกแห่งหยาดน้ำค้าง ที่ดูแพรวพราวดั่งเพชร   จากหยดน้ำค้างที่เกาะค้างไว้ตามช่อดอกไม้และดอกมอส หยาดน้ำค้างคงรอยามสายแดดส่อง เพื่อรอการระเหยไปเป็นสูญญากาศ  ถึงแม้ว่าการเดินทางมาในครั้งนี้ จะไม่ได้พบกับหมอกหนาวิ่งผ่านทิวสนดอกหงอนนาก แต่ดอกไม้ ดอกหญ้าข้างทางก็ผลิดอกออกมามากมาย   ซึ่งก็เป็นมนต์เสนห์อีกแบบ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

แสงแดดอ่อนๆ ฉาบทาบนยอดน้ำค้าง ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่...ธรรมชาติรังสรรค์ไว้ให้ในแดนดิน หากมาถึงยอดภูแห่งลานสน อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว  การเดินไปบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติในเส้นทางต่างๆ ต้องหมั่นสังเกตุแล้วจะพบว่า สิ่งที่เรียกว่า อากาศ ต้นไม้ พืชถึงวัชพืชนั้น   มีความสัมพันธ์ถึงหมู่ดาวและท้องฟ้า หากทำความเข้าใจ พร้อมหลอมกลืนตัวเราเข้าไป เราจะพบอีกมิติแห่งความคงอยู่ ที่เป็นไปตามขบวนการทางธรรมชาติ อันพิสุทธิ์ บริสุทธิ์ผุดผ่อง หญ้าสูงท่วมหัว ฟ้าสูงท่วมหัว ภูขุนเขาสูงท่วมหัว สายน้ำมีมวลมหาศาล  มนุษย์จึงเป็นเพียงเศษเสี้ยวส่วนหนึ่ง ที่ยังคงต้องพึงพาขบวนการทางธรรมชาติ... ตลอดกาล...


:: ผู้พิชิตยอดภู ระหว่างเส้นทางขาเดินกลับเพื่อจะลงจากลานสนด้านบนนั้น ช่วงเช้าเมื่อแสงส่องมา แต่ไม่มีสายหมอกวิ่ง ถึงแม้ขาดไฮไลท์บางอย่างไป  แต่ก็ได้ทิวสนและดอกไม้อย่างอื่นมาทดแทน และต้องบอกว่าด้วยความไม่ขยัน น้ำค้างกลางคืนตกลงมาแรงมาก จึงไม่ได้ถ่ายดวงดาวให้ชม   แต่ขอเก็บภาพดวงดาวตามยอดหญ้าบนพื้นดินมาให้ชมแทนนะครับ เพราะน้ำค้างที่เกาะยอด ดอกไม้ ต้นมอส ยอดหญ้านั้นงดงามยังกะดาวบนฟ้า  แพรวพราว วาวแสง ต้องแสงอาทิตย์งดงามมากๆ




พอเดินมาถึงทางจะลง มีป้ายตั้งอยู่เขียนว่า... ผู้พิชิตภูสอยดาว เห็นแล้วทะแม่งๆ ในใจตนเอง  และคิดว่า ธรรมชาติยิ่งใหญ่เกินกว่าเราจะพิชิตได้ แต่สิ่งที่พิชิตได้ในวันนี้นั้น...เป็นจิตใจตนเองมากกว่า ที่กัดฟันเดิน เดิน เดิน  จนถึงยอดภูสูง เสียดฟ้า...แบบสบายอารมณ์...

ข้อมูลจำเพาะ
• อช.ภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์ จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 13 พฤษจิกายน 2533 มีภูเขาสูงสลับซับซ้อนเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหลวงพระบาง กั้นพรหมแดนไทย-สปป.ลาว โดยมียอดสูงสุด ๒,๑๐๒ เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ ๔ ของประทศไทย อากาศหนาวเย็นทั้งปี เป็นต้นกำเนิดลำน้ำพาย จ.อุตรดิตถ์ และลำน้ำภาค จ.พิษณุโลก


• จ.แพร่ เป็นหนึ่งในกลุ่มล้านนา ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบน มีทิวทัศน์สวยงาม ก่อเกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัฒนธรรม น้ำตก ถ้ำ ภูเขา น้ำพุร้อน แหล่งน้ำและอุทยานแห่งชาติ เป็นเมืองโบราณมาตั้งแต่อดีตกาล อยู่ห่างจาก กรุงเทพฯ ๕๕๑ กิโลเมตร มีแม่น้ำยมไหลผ่าน ลักษณะภูมิประเทศมีภูเขารายล้อมทั้งสี่ทิศ มีที่ราบในหุบเขาอยู่ตรงกลางของจังหวัด

• จากจังหวัดพิษณุโลก ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1246  ถึงบ้านแพะ แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1143 ผ่านอำเภอชาติตระการ แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1237 ผ่านบ้านบ่อภาค ไปบรรจบกับเส้นทางแผ่นดินหมายเลข 1268 ถึงน้ำตกภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว รวมระยะทางประมาณ 188 กิโลเมตร



• จากจังหวัดอุตรดิตถ์ ใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1047 (อุตรดิตถ์-น้ำปาด) จนถึงอำเภอน้ำปาดแล้วเข้าสู่ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1239 ไปอีก 47 กิโลเมตร จึงเข้าสู่ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1268 ไปอีก 18 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ รวมระยะทางประมาณ 133 กิโลเมตร

สิ่งที่ท่านควรเตรียมไป
• เต้นท์ และอุปกรณ์เครื่องนอนหรือ ท่านสามารถเช่าของอุทยานฯ ได้
• ไฟฉาย , เสื้อกันหนาว , เสื้อกันฝน, เสื้อผ้าที่แห้งง่ายสวมใส่สบาย
• ค่าลูกหาบสัมภาระของส่วนตัว (กก.ละ 30 บาท)
• กล้องถ่ายภาพ พร้อมแบตเตอร์รี่
• รองเท้าที่สวมใส่สบาย แข็งแรง ไม่พังง่าย ไม่ลื่น


:::: ดอกไม้ริมทาง ::::


:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว

เรื่อง : นายเอกเขนก
ภาพ : วีระศักดิ์ ภักดี

( ออนไลน์ : 25 กันยายน 2558 )

เอื้อเฟื้อการเดินทาง
•
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานแพร่
โทร. 054-521118 ,
• อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
ต.ห้วยมุ่น อ.นำปาด จ.อุตรดิตถ์ โทร. 055-43679




ในนามของเพื่อนท่องเที่ยวขอขอบคุณ นายเอกเขนก ที่ได้เขียนเรื่องราวดีๆ และ คุณวีระศักดิ์ ภักดี ที่เอื้อเฟื้อภาพประกอบสวยๆ มาให้เพื่อนสมาชิกได้สัมผัสอีกหนึ่งมุมมอง และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้อีกครั้ง ที่อนุญาตให้...เพื่อนท่องเที่ยว นำบทความผลงานนี้ มาเผยแพร่ให้แก่สมาชิกไ้ด้เปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ไปพร้อมๆ กันครับ


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
เพื่อนท่องเที่ยว : Friend Travel

คุณวรินทร์พร นีลดานุวงศ์ (คุณเล็ก)
สำนักงานเลขที่ 171/12 หมู่บ้าน คาซ่าซิตี้ ซอยสุขุมวิท 103 อุดมสุข 51 บางจาก พระโขนง กรุงเทพ ฯ 10260
Tel : 02- 398-2238-40 , 089-500-3363 , 083-189-9622 , 089-403-6920
Fax : 02-398-0115
Website : www.friendtravelthai.com
Email : friendtravel2003@hotmail.com