:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
อัลบั้มเพื่อนท่องเที่ยว
ติดต่อเราได้ที่นี่เลยครับ
ดูรายละเอียดและเงื่อนไขการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ
พิพม์แบบฟอร์มการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ

Adventure สุดเหวี่ยง..ผจญภัยสุดมันส์ โปรแกรมท่องเที่ยวภาคเหนือ โปรแกรมเที่ยวทะเลฝั่งอันดามัน และอ่าวไทย / ทะเลภาคตะวันออก โปรแกรมท่องเที่ยวภาค อีสาน กลาง และภาคตะวันออก โปรแกรมเที่ยวต่างประเทศ
 
เครือข่ายเรดาร์ตรวจอากาศ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ข่าวสารการท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทย
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายใน
ประเทศ (สทน.)
สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ
ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัด 
แผนที่ประเทศไทย
กรมป่าไม้
อุทยานแห่งชาติ
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด
การบินไทย
บางกอกแอร์เวย์
แอร์เอเชีย
นกแอร์
ภูเก็ตแอร์
One-2-Go
การรถไฟแห่งประเทศไทย
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้าใต้ดิน
บริษัท ขนส่ง จำกัด
Sanook.Com 
IDO Travellers
สีสันทัวร์
Phototech
Walk-Way-Why : วอล์คเวย์วาย
Fame Tour & Service
นิตรสาร "สารคดี"
นิตรสาร "อสท"
PIXPROS สังคมแห่งการถ่ายภาพ
สนามเดินป่า  
font.com
Wordmark.it
 
โลโก้เพื่อนท่องเที่ยว
 
 
การวิเคราะห์เว็บระดับองค์กร Visitors Report
 

:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว

:: ตอน จังหวัดพังงา (ล่องอ่าวพังงา) จ.พังงา
หลายปีผ่านมาแล้วผ่านไป...พายุพัดมาแล้วจากไป   แต่ข่าวที่ประโคมแข่งขัน ข่าวโอ้อวด ข่าวได้กระจายออกไปไกล สื่อสารไปถึงต่างแดนอันไกลโพ้น ข่าวสารเหล่านั้น ทำให้พื้นที่จังหวัดพังงา เงียบ-เหงา เคล้าเสียงคลื่นลม จากท้องทะเลเป็นเวลาหลายปี...

หลายปีผ่านไป คลื่นลมสงบ ได้พักฟื้น เหมือนคืนชีพ อาการสงบเงียบเริ่มจางจากไป เพราะลูกค้าหลักที่ไหลทะลักเข้าพื้นที่จังหวัดเป็นการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ส่วนใหญ่จะเป็นตลาดท่องเที่ยวจากชาวจีน และรองลงมาคือชาวยุโรป ในปัจจุบันพื้นที่ถึงแม้จะมีฝนมาฟ้าเน่าในนอกฤดูการท่องเที่ยว ที่มักเรียกกันสั้นๆ ว่า ช่วงขาลง หรือโลว์ซีซั่น แต่ก็ยังพอทำให้ผู้ประกอบการดำรงชีพยืนหยัดอยู่ได้ต่อไป ด้วยลูกทัวร์ที่เดินทางเข้ามาจากประเทศที่กล่าวมาในเบื้องต้น

:: จังหวัดพังงา ปัจจุบัน ณ กาลเวลาเหมาะสม ได้หวนกลับมายังเมืองนี้อีกครั้ง เมืองยังคงเป็นเมืองเล็กๆ มีป่าต้นยาง ผสมกลมกลืนกับป่าไม้ในอุทยานแห่งชาติอย่างมากมาย เมื่อรถวิ่งผ่าน ตัวจังหวัดหมู่บ้านน้ำเค็ม บ้านท้ายเหมือง ตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง ภูเขา ชายทะเล ภาพเก่าเหล่านั้นที่เราเคยได้มาอยู่ก็ฉายซ้ำรอยอดีตในกาลเวลาช่วงนั้นกลับมาให้ระลึกนึกถึง ความรุ่งเรืองในการประกอบอาชีพเหมืองแร่ ทำประมง ปลูกยางพารา เป็นต้น แต่ปัจจุบันจังหวัดพังงา มีสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นจุดขายหลายอย่างที่โดดเด่น ให้ได้หลงไหลหลากหลายอย่างในธรรมชาติ ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวจุดเด่นที่น่าสนใจ ที่คณะท่องเที่ยวเติมฝันให้กับเส้นทางท่องเที่ยว ด้วยการเดินตามโครงการ การส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดโครงการ เที่ยว 12 เดือนสุขใจ ให้พลังชีวิต ตอน เที่ยวชิม อิ่มอร่อย เส้นทาง พังงา ถึง ภูเก็ต ซึ่งเป็นการเดินทางด้วยรถยนต์ บนเส้นทางถนนอันยาวไกลในช่วงเวลากลางวัน

แต่หากมาโดยการโดยสารการบิน หรือเครื่องบิน ก็มีหลายสายการบินที่สามารถมาลง ที่สนามบินจังหวัดภูเก็ต หรือจังหวัดกระบี่ก็ได้ และหากมาได้ช่วงเวลาฟ้าเปิด ก่อนที่เครื่องจะร่อนลงรันเวย์ เราจะมองเห็นภาพมุมสูง ซึ่งจะมองเห็นแนวป่าชายเลนในท้องทะเลที่เชื่อมคล้องทะเลให้ติดกันในมุมองสูงๆ ของ สามจังหวัด ได้แก่ จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดกระบี่

สำหรับการเดินทางทั้งวันในวันแรก ในช่วงที่ผ่านมานั้น... คณะออกเดินทางกันแต่มื้อเช้าอาหารอย่างดีบนรถ เมื่อเริ่มออกเดินทางในช่วงเช้ามืด เวลา 05.30 น. ชิม ดื่ม และอยู่บนรถและแวะปั้ม มาถึงมือเที่ยงตามเวลา ได้ลงยืดแข้งยืดขาอาหารพื้นถิ่นผสมผสานภาคกลางมื้อเที่ยงตอนรับ ที่จังหวัดชุมพร จนถึงค่ำอาหารค่ำที่จังหวัดพังงา ก็เข้าที่พักกันแบบว่า อยากลงสระน้ำในโรงแรมสวย ก็ต้องเบรกไว้ก่อน เพราะเช็คอินเข้าห้องแล้วก็หายไปดังสายลม หลับนอนตื่นฟื้นในคืนฝัน สวัสดียามเช้า...ด้วยอาหารเช้าอย่างดีในที่พัก วันนี้เรานัดแนะกันว่า จะไปท่องเที่ยวทางทะเล โดยจะเดินทาง ไปขึ้นเรือที่ ท่าเทียบเรือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา เพื่อมุ่งหน้าเดินเรือสู่พื้นที่ท้องทะเลในอ่าวพังงา

:: อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา พอรถจอดลงต่อเรือ เสียงผู้บรรยายประจำถิ่นที่มาแทนไกด์ ดังผ่านไมล์มาว่า สิบห้าไมล์ทะเล หรือกว่าสามสิบกิโลเมตร เราจะล่องเรือท่องชม ปฏิมากรรมทางธรรมชาติ ซึ่งสองฝั่งทะเลที่น้ำไหลผ่าน แล้วให้จินตภาพนึกดูว่า ภูเขาที่ตกแต่งด้วยขบวนการทางธรรมชาตินั้นมีรูปร่างอย่างไร




ผู้เขียนนั่งมอง แล้วจินตภาพ ก็ให้เห็นภูเขาหลายลูกเป็นจินตภาพดังคล้าย เต่า อูด หมาจู จระเข้ องค์พระประธานพร พญานาค ลิงกอลิล่า รูปหัวใจ ปลาวาฬ เด็กหัวโตนอนตะแคงข้าง รูปเขาช้าง เกาะยาว และเกาะปันหยี เป็นต้น ส่วนเรือวิ่งไป-ไกลออกไปสู่ท้องทะเลอันดามันนั้น เรือจะวิ่งผ่านด้านหลังเกาะปันหยี มุ่งหน้าสู่เกาะทะลุ

:: เกาะทะลุ เกาะที่มีความโดดเด่นสวยงามจากหินย้อยในธรรมชาติ สำหรบจุดนี้ของเกาะทะลุ ก็ต้องมายามเวลาน้ำลง หากน้ำขึ้นจะลอดเกาะไม่ได้ ก็ต้องขับเรือวนๆ ดูความสวยงามหินงอก หินย้อยไป รอบๆ เกาะ ซึ่งในวันที่เราไป ก็ต้องบอกว่าโชคดี สำหรับคณะเราและนักท่องเที่ยวทั่วๆ ไป ช่วงเวลาเหมาะสมในบริเวณเกาะนั้นน้ำลดลงพอดี เมื่อเรือวิ่งลอดเข้าไป ก็ได้เห็นความสวยงามของการลอดถ้ำ ร่วมถึงยังมองเห็นนักท่องเที่ยวอีกหลากหลายชาติ จากเสียงที่ตื่นเต้น เท่าที่สังเกตุเป็นชาติ จีน ฝรั่ง ไทย มาเลเซีย ที่มาพายเรือแคนนูชมถ้ำอย่างมากมาย

หากเป็นไปได้การมาท่องเที่ยวในเกาะแห่งนี้... จะให้ได้รสชาติสำหรับนักท่องเที่ยวแรงดี สุขภาพแข็งแรง แนะนำให้ ค่อยๆ พายเรือแคนนูชมแหล่งท่องเที่ยวภายในถ้ำเกาะทะลุ จะได้ค่อยๆ เห็นความสวยงามมากขึ้น สำหรับคณะเราที่เป็นคำเรียกขานว่า สว. ย่อ-มา-จากสวยโว้ย...คริกๆๆๆ ขอนั่งเรือชมละกัน แค่นั่งเรือเราก็ตื่นเต้นกันแล้ว เพราะเหมือนยังกับว่า ได้รอดผ่านความเป็นศิริมงคล ที่ผู้บรรยายบอกว่า ลอดผ่านความเป็นศิริมงคลจากท้องมังกร เพราะพอออกมาตรงจุดทางเข้าปากถ้ำ เราจะมองเห็นหินคล้ายพญานาคทั้งก่อนเข้าและทางออก รวมถึงเห็นหินคล้ายใบหน้าพระโค ตามความเชื่อทางศาสนาฮิมดู ที่หน้าทางลอดออกจากถ้ำ ซึ่งศิริมงคลที่ว่ากล่าว ก็มาจากแนวคิดในหลายเชื้อชาติ ศาสนา สำหรับผมขอข้อดีในแต่ละศาสตร์ ส่วนท่านใดคิดว่าเป็นตำนานตามความเชื่อ ก็เป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคลครับ จากจุดนี้ นั่งเรือชมทะเลเกาะแก่งไปปล่อยอารมณ์ความรู้สึก โดยเรือมาเที่ยบท่าจอดที่ท่าเรือบนเกาะอีกแห่งเพื่อขึ้นชม



:: เขาพิงกันและ เกาะตะป
ซึ่งเป็นสถานที่อันเอกลักษ์ ที่โดดเด่น ของท้องทะเลในอ่าวพังงา จังหวัดพังงา ขึ้นเกาะมาก็เดินตรงดิ่งทันที เพื่อไปชมเกาะตะปู แล้วก็มาแหงนมองเขาพิงกัน เหลือเวลาเล็กน้อย ใครจะแวะซื้อของที่ระลึกบนเกาะก็มีขายอย่างมากมาย เดินไป วนมา ซึมซับบรรยากาศกันพอควร มาขึ้นเรือมุงหน้าออกทะเลอันดามันกันอีกครั้ง แต่เป็นการนั่งเรือกลับ โดยผ่านหมู่เกาะปันหยีอีกฟากฝั่งของเกาะซึ่งเป็นด้านหน้า ที่จะละลานตาไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมาย ขึ้นไปทานอาหาร ซึ่งร้านอาหารบนเกาะปันหยีมีมากมายให้เลือก

เพราะบนเกาะปันหยีนั้น ทั้งเกาะเป็นชุมชน ไทยมุสลิม แต่คณะเราไม่ลงจุดนี้ เพราะจะนั่งเรือไปทานอาหารพื้นถิ่นกันที่ฝั่งอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ซึ่งหากติดต่อเรือนำเที่ยวไว้ เรือสามารถวิ่งไปส่งถึงร้านอาหารได้โดยสะดวก เพราะร้านอาหารในอุทยานก็ติดทะเลและป่าชายเลน

:: อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ตรงจุดนี้อิ่มหมีพีหมันกับอาหาร เสร็จสรรพสามารถเดินชมป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งป่าชายเลนเหล่านี้ เป็นแหล่งที่พักพิงสัตว์น้ำ สัตว์บก ส้ตว์ปีก หลายชนิด เช่น ปลาตีน ปูก้ามดาบ นกยางทะเล เหยี่ยวแดง นกกระเต็น ค้างแว่นถิ่นใต้ เป็นต้น จากอุทยานฯ ช่วงบ่ายแก่ๆ เราไปชมสถานที่ในทางพุทธศาสนาที่วัด

:: วัดราษฎร์อุปถัมภ์ วัดแห่งนี้ มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น คือ โบสธ์บนรูปเรือหงษ์ มีพระมหาธาตุเจดียร์พุทธธรรมบันลือ องค์ใหญ่ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุบนยอดเขาแห่งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ได้ทรงเสด็จมาประกอบพิธี บรรจุพระบรมสารีริกธาตุเมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๓ พระบรมสารีริกธาตุนี้ พระครูปลัดพิศาล ปุรินทโก ได้อัญเชิญมาจาก อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย เป็นพระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เรียกว่า พระทันตธาตุ มีจำนวน ๑ องค์ สันฐานเปล่งประกายออกสีเหลืองดอกพิกุล มีเส้นสีแดงเล็กๆ ตามแนววางตรงโคน บรรจุอยู่ในผอบทำด้วยทองคำรูปดอกบัว มีกรีบบัวสามชั้น มีฝาครอบทำด้วยแก้ว ตกแต่งทองคำเป็นลวดลาย และตามจุดต่างๆ ในแต่ละยอดเขา จะประดิษฐานด้วยพระพุทธรูปปางต่างๆ เราเปลี่ยนรถเป็นรถท้องถิ่น ขึ้นยอดเขาสักการะพระมหาเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

แต่พอขึ้นมาถึงเจดีย์ ก็ให้อยากทำบุญ เพราะด้านบนจะมีการแสดงออกจากชาวพุทธ ที่ศรัทธาในศาสนาด้วยการห่มผ้าเจดีย์ หรือผู้ใดอยากจะขึ้นมา นั่งสงบๆ ทำจิตใจผ่อนคลายในสถานที่ สงบ ร่มเย็น ใต้ร่มเงาบวรพุทธศาสนา ก็แนะนำที่วัดแห่งนี้ หรือจะเดินผ่อนคลายอารมณ์ก็มีจุดให้ชมวิว ใช้เวลาอยู่บนวัดจนเย็นย่ำค่ำ ลงจากเขามา ฝนตั้ง เมฆมา ฝนพากระหน่ำซัด ซัดโปรแกรมไปที่...ร้านอาหารค่ำ ซึ่งเป็นการตกลง ลงคะแนนเสียงส่วนใหญ่ในรถ จากคณะท่องเที่ยวว่าไปร้านอาหารก่อน เพราะฝนตกหนัก หากเข้าโรงแรมที่พักคงลงเล่นน้ำในสระและเดินริมทะเลไม่ได้

ไปถึงร้านอาหารก็เป็นเมนูเด็ด ที่ไปชิมปูดำ ปลาทราย กุ้งสะตอ และปลาพื้นถิ่นอีกชนิดที่อร่อย แต่ถามชื่อแล้วลืม (บอกตรงๆ ครับ...) แต่หากใครรู้ชื่อ ก็เมล์มาบอกกันได้ที่เวปไซค์เพื่อนท่องเที่ยวนะครับ ออกจากร้านอาหารกลับที่พัก ฟ้าเปิดฝนหยุด ก็ทำให้หลายคนได้ลงสระว่ายน้ำ สนุกสนานกัน ตามที่ตารางการท่องเที่ยวที่วางโปรแกรมไว้ ถึงที่พักก็สนุกกันตามอัธยาศัย

สำหรับทริปการเดินทางในจังหวัดพังงา เพราะเช้าต่อไป เราจะไปท่องเที่ยว ชิม อิ่มอร่อยกันต่อที่ จังหวัดภูเก็ต แล้วตอนหน้าพบกันที่ภูเก็ต...สำหรับพังงา ก็กล่าวบอกว่า สวัสดี ราตรีสวัสดิ์..ครับ...คร่อกกกกกกก...ฟี่ๆๆๆๆๆๆ...
ฟรุ๊งฟริ๊ง...มุ๊งมริ๊ง...เอ
กๆๆๆๆๆๆ

ข้อมูลจำเพาะ
• อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ตั้งอยู่ริมฝั่งอันดามัน มีพื้นที่ครอบคลุม อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอเมือง อำเภอเกาะยาว เป็นประเภทอุทยานชายฝั่งทะเลที่อุดมสมบูรณ์ ลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศ โดยทิศเหนือเป็นป่าชายเลนที่อำเภอเมืองพังงา จดทะเลอำเภอเกาะยาวและเขตทะเลจังหวัดภูเก็ต ทิศตะวันออกจรดทะเลป่าชายเลนจังหวัดกระบี่ และทิศตะวันตก พื้นที่จังหวัดพังงา เป็นภูเขาหินตะกอน หินแปร สลับเป็นแนวยาว มีภูเขาหินปูนแทรกโผล่เป็นหย่อมๆ กระจายอยู่ทั่วๆ ไป สภาพที่เปลี่ยนแปลงโดยคลื่นลม ฝนฟ้า ทำให้เกิดภูเขาในลักษณะต่างๆ รวมถึงเป็น ถ้ำ โพรง การยุบตัวของแผ่นดิน มากมายและมีอุณหภูมิเฉลี่ย 26-30 องศา ปริมาณฝนเกือบตลอดปี

• วัดราษฎร์อุปถัมภ์ (วัดบางเหรียง) อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา วัดราษฎร์อุปถัมภ์ เป็นวัดที่เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของอำเภอทับปุด เดิมทีชาวบ้านเรียกกันว่า "วัดบางเหรียง" ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอทับปุดและถนนเพชรเกษม ประมาณ 11 กิโลเมตร สำหรับการเดินทางใช้เส้นทางถนนสายทับปุด-อ.พนม จ.สุราษฎร์ฯ ได้ทำการก่อตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2453 ผู้เฒ่าได้เล่าขานกันว่า เดิมทีนั้นวัดบางเหรียงตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของคลองมะรุ่ย ณ บริเวณเชิงเขา ที่ประดิษฐานพระมหาธาตุเจดีย์พุทธรรมบันลือในปัจจุบัน แต่เนื่องด้วยการเดินทางไม่สะดวก ต้องลุยน้ำข้ามคลอง ประกอบกับที่ตั้งเดิมถูกน้ำกัดเซาะ ยากแก่การบูรณะซ่อมแซม "พ่อท่านเกตุ" ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอสมัยนั้นและชาวบ้าน ได้ร่วมกันย้ายวัดมาตั้ง ณ สถานที่ใหม่ ซึ่งตั้งอยู่บนเนื้อที่ 6 ไร่เศษ และเป็นที่ตั้งวัดในปัจจุบัน ต่อมาปี พ.ศ. 2529 พระอาจารย์ชัย (พระครูไพศาลพัฒนานุยุต ปัจจุบัน) ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดราษฎร์อุปถัมภ์ในสมัยนั้น ได้มีการพัฒนาวัดบางเหรียงเจริญขึ้นในทุกด้าน เป็นผลให้พุทธศาสนิกชน ทั้งในและต่างประเทศเดินทางมาร่วมปฏิบัติศาสนกิจเป็นจำนวนมาก   ยังวัดให้มีความสมบูรณ์ด้วยศาสนวัตถุ ให้ประจักอยู่ปัจจุบันคุณลักษณะของพระธาตุเจดีย์นิมิต ท่านเจ้าอาวาสวัดราษฎร์อุปถัมภ์เป็นปร ะธานดำเนินการก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2529 ตั้งแต่การตัดถนนขึ้นไปสู่ยอดเขา ทำการปรับพื้นที่เพื่อก่อสร้างฐานรับองค์เจดีย์ เป็นฐานคอนกรีตเสริมเหล็ก ตั้งบนเสาเข็ม พระธาตุเจดีย์นิมิตโดยรวมสร้างขึ้นตามที่พระอาจารย์ชัยนิมิตเห็นแล้วบอกให้ช่างเขียนแบบแปลนไว้ มีลักษณะผสมระหว่างพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราชกับพระบรมธาตุทางภาคเหนือด้วยเหตุที่ว่าพระบรมสารีริกธาตุนั้นได้มาจาก อ. ศรีสำโรง จ. สุโขทัย ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือ ส่วนตัวท่านเป็นคนใต้และเคารพในพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราชเป็นที่สุด และพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช ยังเป็นปูชนียสถานที่สำคัญของทางภาคใต้



นอกจากนี้แล้ว... พุทธศาสนายังถือกำเนิดในประเทศอินเดีย ดังนั้น พระธาตุเจดีย์จึงมีลักษณะของศิลปะแบบอินเดีย มาผสมด้วยลักษณะพระธาตุเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมเท่ากันทุกด้าน พระธาตุเจดีย์นิมิตสร้างเป็น 3 ชั้น จากฐานชั้นล่างถึงยอดสูง 109 เมตร ทุกชั้นมีฐานะเป็นลักษณะแปดเหลี่ยมเท่ากันทุกด้าน อันมีความหมายเสมือน มรรคมีองค์ 8 คือ
1. สัมมาทิฐิ มีความเห็นชอบหมายถึง มีปัญญาหรือความรู้และความเห็นชอบที่ถูกต้อง
2. สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ ไม่ทำความเดือดร้อน เบียดเบียน หรือทำความลำบากให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น
3. สัมมาวาจา เจรจาชอบ ได้แก่ การไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียดยุยงส่งเสริมให้เกิดความแตกแยก
4. สัมมากัมมันตะ ทำการงานชอบ ปราศจากความทุจริต
5. สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีพชอบ ทำมาหาเลี้ยงชีพในทางที่ถูกที่ควร แสวงหาโภคทรัพย์โดยสุจริต
6. สัมมาวายามะ ความเพียรชอบ เพียรกระทำคุณงามความดีด้วยกาย วาจา และใจ
7. สัมมาสติ ความระลึกชอบ มีสติควบคุมความรู้สึกที่ถูกที่ควร
8. สัมมาสมาธิ ความตั้งใจมั่นชอบด้วยสติปัญญา ไม่ลืมตัว




สองข้างทางประดับด้วยรูปปูนปั้นพญานาค 5 เศียร อยู่ในท่าเลื้อยลงมาจากพระธาตุ หรือ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่านาคสะดุ้ง โดยมีความเชื่อกันว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์โดยบันไดนาค ส่วนบนสุดของทางขึ้น 2 ข้าง เป็นรูปปูนปั้นสิงห์ 4 ตัวยืนหันหลังชนกัน หันหน้าออกสู่ทิศ 4 ทิศ โดยยืนบนฐานปูนปั้นสี่เหลี่ยมย่อมุมสิบสอง ด้วยว่าสิงห์เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ แข็งแกร่ง จึงสร้างไว้เพื่อพิทักษ์รักษาองค์พระธาตุเจดีย์ ซึ่งพระเจ้าอโศกมหาราชทรงเคยสร้างสมัยพระองค์ทรงบูรณะ และสร้างอนุสรณ์สถานเกี่ยวกับพระพุทธนาในประเทศอินเดีย สมัยที่พระองค์ทรงปกครอง จนมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า เสาพระเจ้าอโศก

การเดินทาง วัดราษฎร์อุปถัมภ์ (วัดบางเหรียง) อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา
วัดราฏอุปภัมภ์ (วัดบางเหรียง) ห่างจากที่ว่าการอำเภอทับปุด ระยะทาง 11กิ โมเมตร จากที่ว่าการอำเภอทับปุดไปบ้านบางเหรียง ตามทางหลวงหมายเลข 4118 วัดตั้งอยู่บนเขาล้าน เจดีย์เป็นรูประฆังคว่ำ โดยมีพระพุทธรูปล้อมรอบฐานโดยรอบ เป็นวัดที่มีภูเขาล้อมรอบสมบูรณ์ด้วยต้นไม้ใหญ่ ถนนลาดยางจนถึงบริเวณวัด ส่วนเส้นทางเข้าสู่พระมหาธาตุนั้นเป็นถนนคอนกรีตลาดชัน ถ้ารถทัวร์ (๒๔ ที่นั่งขึ้นไป) นำขึ้นไม่ได้อันตรายในการเดินรถ ต้องใช้รถรับ-ส่งจากบริเวณวัด ระยะทาง ๘๐๐ เมตร หากท่านนำรถส่วนตัวมาก็สามารถนำรถขึ้นไปได้ แต่จอดภายในลานจอดรถหน้าบริเวณพระมหาธาตุ เขาห้ามนำรถขึ้นไปบนลานพระเจดีย์นะครับ ยกเว้นขึ้นไปส่งผู้สูงอายุหรือคนเจ็บที่ไม่สะดวกในการเดิน แต่เมื่อส่งแล้วต้องนำรถมาจอดไว้บริเวณลานจอดรถ

:::: บรรยากาศการเดินทาง ::::
 
:::: วิถีประมงของชาวบ้าน ::::
 
:::: บรรยากาศร้านค้า ที่บริเวณเขาพิงกัน และเกาะตะปู ::::
 
:::: บรรยากาศที่พัก เขาหลักเบย์ฟรอนท์ รีสอร์ท ::::
 
:::: เก็บตก ::::
:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
เรื่อง : นายเอกเขนก
  ภาพ : คุณวีระศักดิ์ ภักดี
            (ออนไลน์ : 11 กันยายน 2557)



ในนามของเพื่อนท่องเที่ยวขอขอบคุณ นายเอกเขนก ที่ได้เขียนเรื่องราวดีๆ และ คุณวีระศักดิ์ ภักดี ที่เอื้อเฟื้อภาพประกอบสวยๆ มาให้เพื่อนสมาชิกได้สัมผัสอีกหนึ่งมุมมอง และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้อีกครั้ง ที่อนุญาตให้...เพื่อนท่องเที่ยว นำบทความผลงานนี้ มาเผยแพร่ให้แก่สมาชิกไ้ด้เปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ไปพร้อมๆ กันครับ



อ่านเรื่องสั้นทั้งหมดได้ที่นี่ครับ...
โครงการ เที่ยว 12 เดือนสุขใจ ให้พลังชีวิต ตอน เที่ยวชิม อิ่มอร่อย เส้นทาง พังงา ถึง ภูเก็ต "ตอน จังหวัดภูเก็ต ชิม ช็อบ แชะ ชมเมืองเก่า ชิโน โปรตุกีส" ภูเก็ต ชิม ช็อบ แชะ ชมเมืองเก่า ชิโน โปรตุกีส
เมืองโบราณที่ยังมีชีวิตมานับพันป
จ.ภูเก็ต
อ่านต่อ...
  โครงการ เที่ยว 12 เดือนสุขใจ ให้พลังชีวิต ตอน เที่ยวชิม อิ่มอร่อย เส้นทาง พังงา ถึง ภูเก็ต "ตอน ล่องอ่าวพังา จ.พังงา" อิ่มอร่อย เส้นทาง พังงา ถึง ภูเก็ต
ตอน ล่องอ่าวพังา
จ.พังงา อ่านต่อ...

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
เพื่อนท่องเที่ยว : Friend Travel

คุณวรินทร์พร นีลดานุวงศ์ (คุณเล็ก)
สำนักงานเลขที่ 171/12 หมู่บ้าน คาซ่าซิตี้ ซอยสุขุมวิท 103 อุดมสุข 51 บางจาก พระโขนง กรุงเทพ ฯ 10260
Tel : 02- 398-2238-40 , 089-500-3363 , 083-189-9622 , 089-403-6920
Fax : 02-398-0115
Website : www.friendtravelthai.com
Email : friendtravel2003@hotmail.com