:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
อัลบั้มเพื่อนท่องเที่ยว
ติดต่อเราได้ที่นี่เลยครับ
ดูรายละเอียดและเงื่อนไขการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ
พิพม์แบบฟอร์มการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ

Adventure สุดเหวี่ยง..ผจญภัยสุดมันส์ โปรแกรมท่องเที่ยวภาคเหนือ โปรแกรมเที่ยวทะเลฝั่งอันดามัน และอ่าวไทย / ทะเลภาคตะวันออก โปรแกรมท่องเที่ยวภาค อีสาน กลาง และภาคตะวันออก โปรแกรมเที่ยวต่างประเทศ
 
เครือข่ายเรดาร์ตรวจอากาศ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ข่าวสารการท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทย
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายใน
ประเทศ (สทน.)
สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ
ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัด 
แผนที่ประเทศไทย
กรมป่าไม้
อุทยานแห่งชาติ
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด
การบินไทย
บางกอกแอร์เวย์
แอร์เอเชีย
นกแอร์
ภูเก็ตแอร์
One-2-Go
การรถไฟแห่งประเทศไทย
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้าใต้ดิน
บริษัท ขนส่ง จำกัด
Sanook.Com 
IDO Travellers
สีสันทัวร์
Phototech
Walk-Way-Why : วอล์คเวย์วาย
Fame Tour & Service
นิตรสาร "สารคดี"
นิตรสาร "อสท"
PIXPROS สังคมแห่งการถ่ายภาพ
สนามเดินป่า  
font.com
Wordmark.it
 
โลโก้เพื่อนท่องเที่ยว
 
 
การวิเคราะห์เว็บระดับองค์กร Visitors Report
 

:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว

:: เที่ยวไทยส่งสัญญาณบวกในการประชุม AEC2015 โอกาสและอุปสรรคของการท่องเที่ยว
ได้หรือเสียหากเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (AEC) สถานการณ์ท่องเที่ยวไทย ส่งสัญญาณเชิงบวก โดยการโหมกระหน่ำผ่านโครงการ การเดินทางเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวในภูมิประเทศในภาคใต้ เรียกกันว่า มุดถ้ำ ล่องแก่ง เที่ยวน้ำตก ชมชายหาด ท่องท้องทะเลสวย จนกล่าวได้ว่าหากผู้ประกอบการรวมถึงสื่อมวลชน อยากชม อยากเห็นอะไร เป็นอันว่า พากันไปชม ให้เห็นถึงสภาพความเป็นจริงของพื้นที่ เห็นแล้วก็ต้องบอกตรงๆ ว่า ทรัพยากรทางธรรมชาติที่สามารถผลักดันมาทำการตลาด สร้างชื่อเสียงให้เกิดประโยชน์ สร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาลได้นั้น ประไทยยังมีอีกมาก แถมมีแบบครบเครื่องพร้อมรับสถานการณ์ หากประเทศเดินไปสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน (AEC)

:: อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังคงเป็นรายได้หลักของประเทศ   การท่องเที่ยวนำพารายได้จากนักท่องเที่ยว กระจายสู่กลุ่มธุรกิจอื่นในหลายภาคส่วน ทั้งระบบขนส่งทุกชนิด ที่พัก โรงแรม อาหาร สินค้าและบริการ จึงกล่าวได้ว่า ตั้งแต่ธุรกิจใหญ่ไปจนถึงรากหญ้า ทั้งนี้โดยส่วนของ ททท. ได้ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเมื่อสิ้นปี 2554 ประมาณ 18-18.3 ล้านคน คิดเป็นรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 7 แสนล้านบาท ส่วนเป้าหมายปี 2555 ททท. กำหนดเป้าหมายจำนวนรายได้ของตลาดต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 7.6 แสนล้านบาท เป็นอัตราเชิงบวก เพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 9 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 19.5 ล้านคน ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. มีเป้าหมายขยายตัวเลขนักท่องเที่ยวในประเทศอีก 10-15 % ในปี 2555 หรือคิดเฉลี่ยเป็น 91 ล้านคน และต้องเร่งทำเป้า ให้ได้ 2 ล้านล้านภายในปี 2558 ตามที่รัฐบาลตั้งเป้า

“ วิยะดา ศรีรางกูล ” ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

“ วิยะดา ศรีรางกูล ”    ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกระบี่
เปิดเผยบนเวทีเสวนาว่า...ต้นทุนของภาคใต้และพื้นที่จังหวัดกระบี่ ที่เราดูแลส่งเสริมด้านการตลาดอยู่นั้นดี ดีทั้งทางด้านทรัพยากร จุดยุทธศาสตร์ เพราะโดยภาพรวม ภาคประชาชน คนกระบี่เองก็ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมด้วยดีเสมอ เนื่องเพราะทรัพยากรต่างๆ ในแหล่งท่องเที่ยวเป็นตัว “โปรดักส์” ในการทำมาหากินสร้างรายได้ อีกทั้งช่วงเวลาปัจจุบัน การขยายตัวของตลาดก็มีแต่เพิ่มขึ้น หากมองจากตัวเลขที่ทาง ททท. ทำสถิติไว้ โดยช่วง “ไฮซีซั่น” จะมีนักท่องเที่ยวจากแถบสแกนดิเนเวียมามาก ส่วนช่วง “โลซีซั่น” ทางสำนักงานการท่องเที่ยวกระบี่ เราก็เร่งส่งเสริมมาอย่างต่อเนื่อง จึงเห็นได้ว่า สถานที่ ที่เราพากันไปสำรวจ จะมีนักท่องเที่ยว ชาวไทย จีน รัสเซีย เล่นน้ำทะเลตามชายหาดในทะเลสวยๆ จากการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงมีนักลงทุนใหม่ๆ เขามาในพื้นที่ เช่น มีสายการบิน อาร์แอร์ไลท์ (R Airline) เป็นต้น

:: แต่หากประเทศไทยต้องเดินเขาไปเป็นหนึ่งในกลุ่มประชาคมอาเซียน    ทางพื้นที่เราก็สามารถรองรับได้อย่างสบายๆ โดยปัจจุบันเรามี แหล่งท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ท ระบบขนส่งเรือ รถ สายการบิน ส่วนห้องพักมีไว้รองรับบริการนักเดินทางไม่ต่ำกว่าหมื่นแปดพันห้อง แต่ทั้งหมดที่กล่าวมา ก็เป็นเรามองตัวเราเอง ว่าพื้นที่เราพร้อม หากภายในที่ประชุมมีเสียงสะท้อนมาหาเรา เราก็ยินดีรับฟังและดำเนินการแก้ไขไปตามขั้นตอน ส่วนว่าตลาดภายในประเทศจะเป็นอย่างไร ก่อนจะเข้าสู่ AEC ก็ต้องฟังความคิดเห็นจากผู้อื่นที่มาเข้าร่วมประชุมในวันนี้ด้วยเช่นกัน



“ยุทธชัย สุนทรรัตนเวช” นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.)
“ ยุทธชัย สุนทรรัตนเวช ”   นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.)

กล่าวต่อที่ประชุมในวงเสวนาว่า...การท่องเที่ยวภายในประเทศไทยนั้น เป็นปัจจัยสำคัญ ในการสร้างความเจริญเติบโต ให้กับผู้ประกอบการ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ล่าสุด สมาคม สทน. เราลงมาสำรวจพื้นที่ ในภูมิภาคภาคใต้ รวมทั้งมาร่วมงาน ในการประชุมร่วมกันของสมาคมต่างๆ ที่จังหวัดกระบี่ โดยได้รับความร่วมมือจาก สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) , สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) , สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ , สมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานกระบี่ โดยทาง สทน. มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ขยายความร่วมมือ เชื่อมโยงเครือข่ายการท่องเที่ยวภายในประเทศ และชักชวนผู้ประกอบการ ออกร้าน (บูธ) โชว์สินค้าในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยจะจัดงาน เที่ยวเมืองไทยสบายกระเป๋า ครั้งที่ 4 ในช่วง วันที่ 27-30 กันยายน 2555 จะใช้งบประมาณ ในการจัดงานโดยประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งภายในงานจะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 300 ร้านค้า อาทิ บริษัทนำเที่ยว สายการบินภายในประเทศ โรงแรม รีสอร์ท สนามกอลฟ์ เรือ ภัตตาคาร รถเช่า แหล่องท่องเที่ยว กิจกรรมท่องเที่ยว อุปกรณ์ท่องเที่ยว ร้านค้าของฝาก แหล่งท่องเที่ยวทางทหารและของที่ระลึกต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าชมไม่ต่ำกว่า 1 แสนราย กล่าวได้ว่า เป็นงานอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่อีกงานในรอบปี 2555

:: สทน. ชวนเที่ยวเมืองไทยสบายกระเป๋า
"นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช" นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.)
กล่าวเพิ่มเติมหลังจากประชุมเสร็จว่า โดย “ไฮไลต์” ที่สำคัญของงานจะอยู่ที่นำสินค้าและการบริการทางด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย มาส่งเสริมในทุกภูมิภาค ซึ่งในแต่ละภูมิภาคก็มีความหลากหลายโดดเด่นทั้ง 5 ภูมิภาค ในด้านธรรมชาติ ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม วีถีชุมชน ซึ่งถือว่าเป็น “มนต์เสน่ห์” ที่แตกต่างของเอกลักษณ์ไทย ซึ่งในแต่ละพื้นที่ก็สามารถเลือกเดินทางไปเยี่ยมเยือนได้ตลอดทั้งปี ซึ่งภายในวันงาน ยังมีการแสดงศิลปะวัฒนะธรรม ที่ยิ่งใหญ่ของไทยในแต่ละภูมิภาคในทุกๆวั น ตรงเวทีกลาง โดยในปีนี้ ทางสมาคม จะร่วมเปิดเส้นทางใหม่ๆ บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจรองรับ AEC พบกับรายการนำเที่ยว ร่วมค้นหาความมหัศจรรย์ ประสบการณ์การเดินทางแปลกใหม่บนเส้นทาง เชื่อมสายใยความผูกพัน ด้านวัฒนธรรม ประเพณี ธรรมชาติสวยเด่น แปลกตา ของประเทศเพื่อนบ้าน บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน AEC 2015

:: เกี่ยวกับผู้ประกอบการณ์ที่มาเปิดร้านในงานเที่ยวเมืองไทยสบายกระเป๋า
นายยุทธชัย กล่าวว่า...เป้าหมายที่สำคัญของการจัดงาน เที่ยวเมืองไทย สบายกระเป๋า เรามุ่งเน้นโชว์ศักยภาพ ทางด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศของไทย ช่วยส่งเสริมผลักดันให้ได้รายได้จากนักท่องเที่ยวตามเป้า ที่รัฐบาลตั้งไว้ 2 ล้านล้านบาทในปี 2558 ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญ ที่ทำให้คนทำงานในวงการท่องเที่ยวต้องตื่นตัวอย่างหนัก เพื่อช่วยกันผลักดันเป้าหมายนั้นให้เป็นจริง แต่งานนี้เน้นการจำหน่ายสินค้าและบริการทางด้านการท่องเที่ยวเพื่อคนไทยโดยตรง ในส่วนของทางสมาคม ก็เน้นสนับสนุนให้ใช้บริการของบริษัทตัวแทนการท่องเที่ยว ที่ได้มาตรฐาน ซึ่งมีสังกัดในสมาคมต่างๆ โดยส่วนของ สทน. เรามีสมาชิกกว่า 430 ราย

:: เหตุผลสำคัญในการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์
เนื่องจากเล็งเห็นว่า สามารถบริหารค่าใช้จ่ายได้ถูกกว่าการเดินทางด้วยตนเอง สามารถเลือกออกแบบเส้นทางได้หลากหลาย รวมทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวตามรายทาง ซึ่งอาจถูกมองข้ามเนื่องจากเดินทางด้วยตนเอง ขณะที่ตัวแทนการท่องเที่ยวมีการสรรหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อสร้างความคุ้มค่าในการเดินทางสร้างมุมมองใหม่ในการท่องเที่ยว รวมถึงกระจายรายได้สู่ภาคการท่องเที่ยวระดับท้องถิ่น ซึ่งจะเห็นได้ว่า วันนี้เราเดินทางลงพื้นที่ท้องถิ่นในหลายแห่งเพื่อส่งเสริมกันจริงๆ จากการจัดงานดังกล่าว สทน. คาดว่า จะส่งผลเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวภายในประเทศ และระเบียงวงแหวนเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศอาเซียน (AEC ) และคงมีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท



ส่วนการประชุม AEC 2015 โอกาสและอุปสรรคของการท่องเที่ยวที่จังหวัดกระบี่
ก็เชื่อมั่นว่าเป็นเชิงบวก เพราะมาแล้วเที่ยวครั้งใดก็ประทับใจ ทั้งรสชาติอาหาร แหล่งท่องเที่ยว ที่มีเกาะที่สวยงามมากมาย ถึงแม้ในไทยจะมีที่อื่นๆ ที่สวยงาม อย่าง ภูเก็ต สุราษฎร์ สมุย แต่เชื่อว่า กระบี่ ก็อยู่ในใจผู้ประกอบการในอันดับต้นๆ ถึงแม้นักท่องเที่ยวชาวไทยน้อยกว่าชาติอื่น แต่ก็เชื่อมั่นว่าโอกาสที่จะทะยานมาเป็นอันดับต้นๆ ก็มีสูงขึ้นเรื่อยๆ



“ นายกวี จงกิจถาวร ” (บรรณาธิการอาวุโสเครือเนชั่น)
“ นายกวี จงกิจถาวร ”    (บรรณาธิการอาวุโสเครือเนชั่น)
กล่าวในหลายเรื่องของการเปิดประชาคมอาเซียนในงาน AEC 2015 หัวข้อ โอกาสและอุปสรรคของการท่องเที่ยว แต่พอสรุปใจความได้ว่า... “ประเทศไทยเหมาะสมทั้งทางด้านจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ ภาคใต้ก็เหมาะสม หากจะเดินเข้าสู้ประชาคมอาเซียน (AEC) เพราะพื้นที่เมืองท่องเที่ยวภาคใต้นั้น ผู้มีส่วนอยู่ในวงการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวพูดภาษาต่างชาติได้ดี แต่เมื่อต้องเดินเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในอีกไม่กี่วันที่ใกล้เข้ามา หากนับตามตารางตัวเลขที่นำมาโชว์
“ นายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว ”ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมอีกมาก ต้องรู้จริง รู้ลึก ทำความเข้าใจต่อสิ่งที่กำลังจะก้าวไป และต้องส่งเสริมทางด้านการศึกษาอย่างจริงจัง”

“ นายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว ” กล่าวแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในวงเสวนาว่า...หากเปิดเข้าสู่เวที ประชาคมอาเซียน แหล่งท่องเที่ยวต้องสะอาด ปลอดภัย โดยเฉพาะการคมนาคม ระบบขนส่งก็สำคัญ ปัจจุบัน รัฐบาลเองก็ยังไม่มีแผนพัฒนาทิศทางที่ชัดเจน ต่อผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จึงทำให้ผู้ประกอบการต้องดูแลตัวเอง เพราะจริงๆ แล้วหากยืนด้วยกลุ่ม 10 ประเทศในอาเซียน เรายืนไม่ได้ เราต้องส่งเสริมเพิ่มเติม มองตลาดเพิ่มเติม เช่น อินเดีย จีน รัสเซีย มาเลเซีย ญี่ปุ่น หากเปิด AEC มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวแน่นอน เราต้องมองดีๆ ถึงจะเจาะตลาดได้ เราต้องเข้าใจตลาด เข้าใจพื้นที่เหมือนที่ผมทำตลาดในประเทศจีน ก็ต้องรู้เขารู้เรา ดังนั้นการศึกษาอย่างถ่องแท้ ให้เข้าใจ จึงเป็นส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่ง



“ นายอักกพล พฤกษะวัน ” ที่ปรึกษาผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระดับ 11
“ นายอักกพล พฤกษะวัน ”   ที่ปรึกษาผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระดับ 11

กล่าวเปิดเผยต่อที่ประชุมเสวนาว่า...กระบี่เปรียบเหมือนพี่เมืองน้อง มองเห็นการเปลี่ยนแปลงมาแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน วันนี้เริ่มเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ฟังที่ทั้งสามท่านกล่าวมา ก็พอมองเห็นทั้งภาพด้าน โดเมสติก ภาพด้านอินเตอร์ ส่วนเราจะอยู่กันอย่างไร จะปรับตัวอย่างไร ต่างชาติจะมาลงทุน ต่างชาติจะมาแย่งงานหรือเปล่า ผมมีข้อมูลเพิ่มเติมให้กับการสนับสนุนของทั้งสามท่านที่กล่าวมา หากฟังและแปลคำตรงตัวของ AEC คงหนีไม่พ้นว่า จะเป็นสนามสมานฉันท์อาเซียนเป็นหนึ่งเดียว ฐานการผลิตตลาดเดียว เป็นการเปิดเสรีเงินทุน การลงทุน บุคคลากรอำนวยการการทำงาน และเคลื่อนย้ายเศรษฐกิจแบบเสรี การตั้งเป้าในแต่ละหมวดหัวข้อ ก็มีมาเรื่อยไปจนถึง AEC 2020 ล่าสุดตั้งเป้าเป็น AEC 2015 หากเจาะลึก เราท่านทราบหรือไม่ว่า ใน 12 สาขาบริการ มีเพียง 4 สาขา ที่สามารถเปิดใช้ได้ก่อน คือ เทคโนโลยีสารสนเทศ , สุขภาพ , การพิมพ์ และที่แน่นอนคือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งมีมติคณะรัฐมนตรีในอาเซียนให้เปิดมาตั้งแต่ AEC 2010 หากถามว่า AEC 2012 เกิดอะไรขึ้น สามารถหิ้วกระเป๋าเข้ามาลงทุน และทำงานได้เลยหรือไม่ ก็ต้องพิจารณาเป็นหัวข้อไป อย่างสาขาการโรงแรมทำไม่ยังไม่เปิด เป็นเพียงการเปิดตัวเป็นบางหัวข้อ กฎหมายยังไม่เรียบร้อย กฎหมายพระราชบัญญัติมัคคุเทศก์และธุรกิจการท่องเที่ยวยังไม่เรียบร้อย นับตั้งแต่ AEC 2010-2012 เกิดข้อผูกพันหลายฉบับ หลายชุด เท่าที่ทราบมีถึง 7 ชุด ทั้งหมวดท่องเที่ยวและหมวดอื่นๆ ส่วนหมวดท่องเที่ยวเปิดสาขาบริการแล้ว 3 เรื่อง คือ โรงแรม ร้านอาหาร บริการท่องเที่ยว แต่การทำธุรกิจยังอยู่ในสัดส่วน ที่ต่างชาติสามารถถือครองหุ้นได้ ไม่เกิน 49 % และผู้บริหารจะต้องเป็นคนไทย



ส่วนข้อผูกพันในชุดหมวดที่ 8 ที่ผ่านคณะรัฐมนตรีอาเซียนมาแล้ว และขอเปิดเสรี มีช่วงหนึ่งที่จะเปิดเสรีด้านการโรงแรมในอนาคต ในช่วงปลายปี 2013 นั้น จะต้องเป็นโรงแรมที่ติดดาวเท่านั้น ซึ่งจะมีการถือหุ้นในส่วนของต่างชาติมากขึ้น โดยเฉพาะหมวดที่ 8 และเมื่อผ่านคณะรัฐมนตรีอาเซียนเป็นที่เรียบร้อยถึงจะเปิดได้ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเปิดได้ ซึ่งหากมองก็ไม่น่าเป็นห่วงอะไร ในขณะที่เวียดนามจะเปิดมากกว่าเรา เพราะต้องการเงินลงทุน ลาวจะตามเวียดนามมาติดๆ เพราะฉะนั้น ข้อผูกพันในการจะเปิดเสรีมีเงื่อนไขในแต่ละที่ไม่เหมือนกัน จึงต้องทำความเข้าใจให้มาก ประเทศไทยไม่ได้เปิดหมด ณ ตอนนี้อยู่ระหว่างเจรจา ขอพูดแบบทำความเข้าใจและไม่ต้องกังวล

:: หากจะถามว่าเราได้หรือเสียอะไร อยากให้มองภาพใหญ่ในการเปิดการค้าเสรี ซึ่งตอนนี้คงเคยได้ยินมาบ้างว่า มีอาเซียนบวก 3 หมายถึง เรายืนคนเดียวในกลุ่มไม่ได้ แต่ต้องมี จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ซึ่งจะมีประชากรเพิ่มขึ้น ยอดตัวเลขก็ต้องเพิ่มตาม หรือจะได้ยินคำว่า อาเซียนบวก 6 เป็นทวิภาคี เดินไปพร้อมกันกับกลุ่มประเทศตลาดใหญ่อย่าง อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ซึ่งเล็งไปที่ประชากรโลก ยิ่งตอนนี้ยุโรปเศรษฐกิจถดถอย แต่เราก็ยังมีตลาดใหญ่อย่างจีน อินเดีย รัสเซีย เป็นฐาน

:: ไทยเรามีโอกาสตรงไหนในการค้า การลงทุนใน AEC ไม่ต้องบอก หากแต่เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้ เข้าใจ ก็ต้องย้อมรับว่าเราอยู่ในจุดยุทธศาตร์ บนเส้นทางระบบโลจิสติกที่ดีที่สุดในอาเซียน เราเป็นศูนย์การการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นจีนมาคุณหมิง ข้ามแม่น้ำโขง ผ่านเชียงรายก็เข้าไทย สปป.ลาว ซึ่งมีสะพานหลายแห่งผ่านมุกดาหาร หรือที่เพิ่งสร้างเสร็จที่นครพนมก็ต้องผ่านมายังประเทศไทย เพื่อกระจายลงไปสู่ หาดใหญ่ สตูล มาเลเซีย อินโด สิงคโปร์ หรือว่าหากพม่าทำเส้นทางเสร็จก็ผ่านเข้ามาไทยอยู่ดี แต่หันหน้ามามองดูภาคใต้ ยิ่งเป็นจังหวัดกระบี่ก็มองเห็นหนทางที่ดี เพราะในปัจจุบัน จังหวัดภูเก็ต สนามบินก็เริ่มล้น รองรับประชากรการเดินทางมากเกินไป จนต้องล้นมาสนามบินกระบี่ มีตัวเลขนักท่องเที่ยวเดินทางในปีที่ผ่านมา มาจังหวัดกระบี่ถึง 9 แสนคน ซึ่งขีดความสามารถของจังหวัดรับได้เป็นล้าน


อนาคตหากนักท่องเที่ยวเข้ามามากๆ ทั้งต่างชาติ มาเลเซีย โอกาสของกระบี่ยิ่งมีสูง ยิ่งถ้าทางด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ มี ภูเขาหินปูน เกาะแก่ง ใต้ท้องทะเลสวย หาดทรายขาวทอดยาว น้ำพุร้อน สระมรกต บนบกก็มีการล่องเรือแคนนู ป่าโกงกาง ป่าชายเลน ปีนหน้าผา มุดถ้ำ ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่สามารถเชื่อมโยง ภูเก็ต พังงา สตูล โอกาสก็ยิ่งเป็นของกระบี่ ซึ่งปัจจุบัน กระบี่ก็พัฒนามาถูกทางแล้ว




เรื่องของแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ก็มาถูกทาง ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมาของกระบี่ ก็มีผู้นำที่ดีในการพัฒนาจังหวัดมาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถเข้าสู่อาเซียนได้สบาย ยิ่งเราพร้อมมากเท่าไหร่ เราก็จะผ่านอุปสรรคไปได้ด้วยความเข้มแข็ง แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ผู้ประกอบการธุรกิจในบ้านเรา 60-70 % เป็นผู้ประกอบการที่เป็น SME ทุนน้อย โอกาสที่ทุนใหญ่จากต่างชาติเข้ามาก็จะส่งผลกระทบ อำนาจการลงทุนจะเป็นรอง อย่างเช่น สมาคมต่างๆ ที่เขาร่วมประชุม ซึ่งเป็นบริษัทท่องเที่ยวขนาดย่อม มีพนักงานในองค์กรไม่เกิน 20 คน โอกาสในการต่อรอง ต่อโรงแรม ต่อสายการบินก็น้อยลง อย่างโรงแรมที่ผมเขาพักในกระบี่วันนี้ ก็เป็นพนักงานชาวเวียดนาม ซึ่งเพื่อนบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็น ลาว กัมพูชา พม่า มักพูดภาษาเราได้ และได้ภาษา อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย ออสเตรเลีย เราเปิดประเทศ เพื่อนบ้านก็เตรียมตัวมาเรียนรู้เรา ในบรรดาประเทศเหล่านี้ เวียดนามมาแรงสุด ตามด้วยลาว อินโดฯ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ซึ่งมีพี่เลี้ยงชาวต่างชาติมาลงทุน ทั้งหมดคงเป็นบางส่วนที่ผมสะท้อนให้ฟังในที่นี่



:: ทางด้านผู้ประกอบการในงานก็คงมีเพียงคำถามว่า...
ทิศทางของภาครัฐจะเป็นอย่างไร หันเหไปแบบไหน ผู้ประกอบการไม่รู้ หรือรู้อย่างไม่ถ่องแท้ เพราะว่ารัฐไม่มีแผนรองรับพัฒนาที่ชัดเจน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ถาม
และเพียงอยากบอกว่า...ให้ภาครัฐชัดเจน การเมืองนิ่งเราก็ทำธุรกิจกันได้...




เรื่อง/ภาพ : นายเอกเขนก
ขอขอบคุณ
• สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.)
•
สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกระบี่
•
เพื่อนท่องเที่ยว (Friend Travel) คุณวรินทร์พร นีลดานุวงศ์
   โทร. 02-398-2238-40, 089-500-3363


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
•
เพื่อนท่องเที่ยว : Friend Travel
คุณวรินทร์พร นีลดานุวงศ์ (คุณเล็ก)
สำนักงานเลขที่ 171/12 หมู่บ้าน คาซ่าซิตี้ ซอยสุขุมวิท 103 อุดมสุข 51 บางจาก พระโขนง กรุงเทพ ฯ 10260
Tel : 02- 398-2238-40 , 089-500-3363 , 083-189-9622 , 089-403-6920
Fax : 02-398-0115
Website : www.friendtravelthai.com
Email : friendtravel2003@hotmail.com
เที่ยวเมืองไทย..สบายกระเป๋า # 4 เที่ยวเมืองไทย..สบายกระเป๋า # 4
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังคงเป็นรายได้หลักของประเทศ อ่านต่อ...
  เที่ยวไทย..ส่งสัญญาณบวกในการประชุม AEC 2015 โอกาสและอุปสรรคของการท่องเที่ยว เที่ยวไทยส่งสัญญาณบวกในการประชุม AEC 2015 กระบี่   โอกาสและอุปสรรคของการท่องเที่ยว
อ่านต่อ...






ในนามของเพื่อนท่องเที่ยวขอขอบคุณ นายเอกเขนก ที่ได้เขียนเรื่องราวดีๆ และเอื้อเฟื้อภาพประกอบสวยๆ มาให้เพื่อนสมาชิกได้สัมผัสอีกหนึ่งมุมมอง และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้อีกครั้ง ที่อนุญาตให้...เพื่อนท่องเที่ยว นำบทความผลงานนี้ มาเผยแพร่ให้แก่สมาชิกไ้ด้เปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ไปพร้อมๆ กันครับ




ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
เพื่อนท่องเที่ยว : Friend Travel

คุณวรินทร์พร นีลดานุวงศ์ (คุณเล็ก)
สำนักงานเลขที่ 171/12 หมู่บ้าน คาซ่าซิตี้ ซอยสุขุมวิท 103 อุดมสุข 51 บางจาก พระโขนง กรุงเทพ ฯ 10260
Tel : 02- 398-2238-40 , 089-500-3363 , 083-189-9622 , 089-403-6920
Fax : 02-398-0115
Website : www.friendtravelthai.com
Email : friendtravel2003@hotmail.com