:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
อัลบั้มเพื่อนท่องเที่ยว
ติดต่อเราได้ที่นี่เลยครับ
ดูรายละเอียดและเงื่อนไขการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ
พิพม์แบบฟอร์มการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ

Adventure สุดเหวี่ยง..ผจญภัยสุดมันส์ โปรแกรมท่องเที่ยวภาคเหนือ โปรแกรมเที่ยวทะเลฝั่งอันดามัน และอ่าวไทย / ทะเลภาคตะวันออก โปรแกรมท่องเที่ยวภาค อีสาน กลาง และภาคตะวันออก โปรแกรมเที่ยวต่างประเทศ
 
เครือข่ายเรดาร์ตรวจอากาศ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ข่าวสารการท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทย
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายใน
ประเทศ (สทน.)
สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ
ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัด 
แผนที่ประเทศไทย
กรมป่าไม้
อุทยานแห่งชาติ
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด
การบินไทย
บางกอกแอร์เวย์
แอร์เอเชีย
นกแอร์
ภูเก็ตแอร์
One-2-Go
การรถไฟแห่งประเทศไทย
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้าใต้ดิน
บริษัท ขนส่ง จำกัด
Sanook.Com 
IDO Travellers
สีสันทัวร์
Phototech
Walk-Way-Why : วอล์คเวย์วาย
Fame Tour & Service
นิตรสาร "สารคดี"
นิตรสาร "อสท"
PIXPROS สังคมแห่งการถ่ายภาพ
สนามเดินป่า  
font.com
Wordmark.it
 
โลโก้เพื่อนท่องเที่ยว
 
 
การวิเคราะห์เว็บระดับองค์กร Visitors Report
 

:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว

:: จังหวัดกระบี่ Krabi : ดินแดนมรกตเมืองใต้
เมืองท่องเที่ยวริมฝั่งทะเลอันดามันอันงดงาม...เมืองที่มีทรัพยากรทางการท่องเที่ยวที่หลากหลายมิติ หากท่องเที่ยวแบบสำรวจตรวจค้น เดินทอดน่องไปในมุมต่างๆ ให้ทั่วๆ เมือง จะมองเห็นว่า...จังหวัดกระบี่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางมาเที่ยวได้ทุกฤดู จนอยากจะบอกว่า จังหวัดกระบี่ เป็นเมืองมหัศจรรย์ทางด้านการท่องเที่ยว อีกจังหวัดของประเทศไทย

:: สนามบินดอนเมืองไปสนามบินกระบี่ วันนี้ออกเดินทางแบบสบายๆ ด้วยสายการบินที่เป็นราคาคนไทยขึ้นได้ ดังนั้นการขนส่งผู้คน นักเดินทาง นักท่องเที่ยวด้วยเครื่องบิน จึงเป็นอีกทางเลือกที่สะดวก ประหยัดเวลา และถึงจุดหมายได้รวดเร็ว จนเรียกได้ว่า เมื่อเครื่องบินร่อนออกจากน่านฟ้าดอนเมืองกรุงเทพมหานครตอนสายๆ เวลาประมาณ 09.45น. ไม่เกินเที่ยงก็ถึงสนามบินนานาชาติจังหวัดกระบี่   ซึ่งหากมาช่วงเย็นก่อนเครื่องจะร่อนลง จะมองเห็นทัศนียภาพบรรยากาศแสงสลับสี สาดบนท้องฟ้าเหนือปีกเครื่องบินอันงดงาม เหนือน่านฟ้ากระบี่  รวมถึงจะมองเห็นเทือกเขาพนมเบญจา ที่เป็นภูเขาสำคัญที่ผลิตน้ำจืดไหลหลั่งจาก ฟากฟ้า ผ่านภูเขาต้นไม้ มาเป็นสายน้ำหลากหลายสาย แยกย้ายไปเป็นลำครองกระบี่ ไปทั่วๆป่าชายเลนตามแนวชายฝั่ง



ออกจากสนามบิน นั่งรถไม่นาน ก็จะถึงแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งโปรแกรมการเดินทางในครั้งนี้ เราจะเที่ยวในรูปแบบมิติ วิถีชุมชน ชมความเป็นอยู่ที่เรียกแบบเดินช้าๆ ว่า เรียบ ง่าย สบายๆ ไม่ไหลเร่งรีบให้มากความไปตามเวลา ซึ่งสถานที่แห่งนั้นเรียกว่า "เกาะกลาง" แต่จะถึงเกาะก็ต้องต่อเรือกันอีกนิด...นึง

:: นั่งเรือหัวโทงข้ามไปเกาะกลาง รถตู้ขับจากสนามบินมาส่งที่ท่าเทียบเรือเจ้าฟ้า ซึ่งอยู่ใกล้ๆ ตลาด ธนาคารและเป็น จุดศูนย์กิโลเมตร ที่มีรูปปั้นนกอินทรีย์และปูดำขนาดใหญ่ ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และหากมองออกไปแนวป่าก็จะเห็นเขาขนาบน้ำ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งจังหวัดกระบี่ รวมถึงหากมองมาใกล้ตัวแค่ๆ ฝั่งตรงข้าม ก็สามารถเก็บเรื่องราวบรรยากาศป่าชายเลนในทะเล

ด้วยว่าการไปเยี่ยมเยือน...ท่องเที่ยวที่เกาะกลางในปัจจุบัน ไม่มีสะพานถนนข้ามไปเกาะ แต่ถึงจะไม่มีสะพานถนน ก็ไม่ได้เป็นปัญหาของผู้คนในพื้นที่ เพราะฟังจากเสียงชาวบ้านในชุมชน ก็ไม่ต้องการสะพานถนนเท่าไหร่ ซึ่งสาเหตุนั้นคงมาจากว่า เราชาวเกาะส่วนใหญ่มีเรือทุกบ้านหลังคาเรือน สามารถใช้ชีวิตได้สะดวกในการเดินทางไปยังเกาะหรือขึ้นฝั่งได้อยู่แล้ว ซึ่งการขนส่งสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เป็นเครื่องอุปโภค บริโภค ก็สามารถขนส่งได้ด้วยเรือ สำหรับวันนี้คณะเราก็ต้องรอขึ้นเรือไปท่องเที่ยวบนเกาะเช่นกัน เรือมาจอดรอคณะเราอยู่ก่อนแล้ว หลังจากเดินเล่นบนฝั่งซักพัก ไม่นานเราก็เดินไปขึ้นเรือ เรือที่จะขึ้นนั้นต้องบอกว่าเป็นเอกลักษณ์จำเพราะถิ่นที่ขึ้นชื่อ ซึ่งเรียกตามภาษาพื้นถิ่นว่า "เรือหัวโทง" ลำเรือขนาดไม่ใหญ่มาก มีหัวเรือที่มีแนวกระดูกผูกผ้าสามสีที่หัวเรือยืนออกไปในอากาศ ซึ่งมารู้ตอนหลังว่า นั้นแหละภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่ทำหัวเรือเป็นไม้ผูกผ้าสามสียื่นออกไปในอากาศนั้น เป็นเพราะว่า... มีไม้ไว้ฝ่าลมแนวคลื่น เป็นเข็มทิศพยุงตัวเรือให้บล๊าน หนุนส่งให้เรือวิ่งไปได้สะดวกไม่หลงทิศทาง ส่วนผ้าที่ผูกไว้ก็ไว้มองทิศทางลม พอฟังข้อมูลเล่าเรื่องแล้วต้องร้องว่า โอ้แม่เจ้า...ช่างมีความหมายนัก



เรือหัวโทง เรือนำพาคณะเราข้ามฟากไปเกาะกลาง ได้อย่างคล่องตัว จุดที่จอดเรือจุดแรก เป็นเกาะกลางในจุดที่มีการเพาะเลี้ยงปลาในกระชัง ซึ่งรวมถึงเป็นร้านอาหารกลางวันด้วย ก็อย่างที่บอกว่า ขึ้นเครื่องบินช่วงสายๆ เดินทางมาถึงกระบี่ในเวลาประมาณเที่ยงๆ ก็ในเมื่อเวลาพอดีแบบนี้ ก็ต้องหาอาหารอร่อยๆ ทานกันก่อนออกท่องเที่ยว ซึ่งกระชังปลาตรงนี้เรียกว่าเหมาะเจาะมากที่เป็นร้านอาหาร เรียกชื่อว่า ร้านมะหญิง

:: ร้านบ้านมะหญิง (บอกเรือ หรือ สามล้อเครื่องให้ไปส่งได้ที่ร้าน)
เป็นร้านอาหารติดทะเลริมน้ำบนเกาะกลาง และหากมองไปฝั่งตรงข้ามก็จะเห็นเป็นป่าโกงกาง ริมชายเล ริมคลอง ด้วยความอุดมสมบูรณ์แห่งผืนป่า อาหารสดใหม่ที่ร้านนำมาปรุง จึงได้วัตถุดิบมาจากทะเล และป่าชายเลรอบๆ บริเวณนั้นเอง ซึ่งวันนี้เราจะสั่งสินค้าขึ้นชื่อแถวๆ นี้มาลิ้ม ชิมทาน เท่าที่สั่งมาลองชิมหลายจาน อาทิ ปลากระพงขาวทอดน้ำปลา หอยชักตีน แกงส้มปลากระพง หอยหวานต้มตะไคร้ ปูดำผัดผงออริกาโน่ ทานกับข้าวร้อนๆ

ต้องบอกว่า...อาหารสดๆ ที่นำมาปรุงสุขเสร็จใหม่ๆ นั้น รสชาติเยี่ยมยอดมากๆ ซึ่งเดี๋ยวตกเย็นวันนี้ ในช่วงแดดร่มลมตก คณะเราจะตามชาวบ้านไปลองหาหอย ซึ่งจะไปชมว่าชาวบ้านพื้นถิ่นเขาหาหอยกันอย่างไร แต่ตอนนี้ออกจากร้าน เรามีรถสามล้อมารับไปท่องเที่ยวชมรอบๆ เกาะกันก่อน




:: นั่งรถสามล้อเที่ยวรอบเกาะ (ขึ้นเกาะมา ก็สามารถเรียกหาได้แถวท่าเรือ)
อย่างที่บอกว่า บนเกาะไม่มีสะพานข้ามถนน ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดเอกลักษณ์อีกแบบขึ้นบนบนเกาะ นั่นก็คือ มีรถสามล้อเครื่องวิ่งบนเกาะ รถสามล้อเครื่องนั้น เป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่นำมาดัดแปลงทำที่นั่งผู้โดยสาร พ่วงเข้าด้านข้างตัวรถมอเตอร์ไซค์ นั่งได้ประมาณ ๔ ถึง ๕ คน ด้วยเหตุว่า ถนนบนเกาะไม่กว้างใหญ่มากนัก รถจึงเป็นรถเล็กๆ แต่หากมองอีกมุมก็ดีครับ เพราะบนเกาะ จะได้ลดมลพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ และยิ่งเป็นการดี หากส่งเสริมให้ปั่นจักยานเที่ยวบนเกาะ ได้เที่ยว ได้ออกกำลังกาย เรียกว่าได้กำไรหลายเด้งๆๆๆๆ หากมาเกาะแห่งนี้ รถวิ่งมาตามถนนเรื่อยๆ เพื่อชมวิถีชุมชน และแวะจอดที่แรกตามตกลงกันไว้ ซึ่งตรงจุดจอดรถครั้งแรก เรียกว่า...เป็นแหล่งผลิตเรือหัวโทงจำลองชื่อดัง



:: เรือหัวโทงจำลอง (บังสมบูรณ์ โทร.081-5690224)
การทำเรือหัวโทงแห่งนี้ เป็นการสืบสานวิถีชีวิตของชาวเกาะกลางสมัยก่อน ที่นิยมใช้เรือหัวโทงในการทำประมงเลี้ยงชีพ และใช้ในวิถีชีวิตในการขนส่งเดินทาง ซึ่งในปัจจุบันอาชีพประกอบเรือหัวโทง เริ่มลดน้อยลง เพราะการใช้งานลดลง และรูปแบบเรือหัวโทงดั้งเดิมก็ลดน้อยลง ชาวบ้านจึงรวมกลุ่มกันขึ้น เพื่อสร้างเรือหัวโทงจำลองขึ้น ซึ่งจุดนี้นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมาของเรือ และปัจจุบันเรือหัวโทง ก็พัฒนาขึ้นเป็นลำดับ กลายมาเป็นสินค้าโอทอปประจำจังหวัด จากเรือจำลอง ไปชมผ้าสวยงามบนเกาะ เรียกว่าผ้าปาเต๊ะ



:: ผ้าปาเต๊ะ ศูนย์ผลิตผ้าปาเต๊ะบนเกาะกลางนี้ เป็นการรวมกลุ่มของชาวบ้าน ซึ่งได้แนวคิดและวิธีการทำผ้าปาเต๊ะมาจากปัตตานี โดยการทำผ้าบนเกาะกลาง จะมีรูปแบบจำเพาะตัว คือ การผสมผสานการทำผ้าปาเต๊ะแบบมาเลย์ และผ้าบาติค ลายผ้าที่ผลิตออกมาจะมีสีสันสวยงาม เสน่ห์ที่สำคัญคือ การทำผ้าบนเกาะกลาง สามารถเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ และลองทำลวดลาย ผลิตผ้าด้วยมือนักท่องเที่ยวได้เอง หัดลอง หัดทำผ้า เล่นหมดเวลาไปพักใหญ่ ก็ใกล้เวลาแดดร่ม ลมตก พระอาทิตย์อ่อนแสง ตามที่ว่าไว้ เราจะไปหาหอยกัน ซึ่งภาษาชาวบ้านเรียกวิธีการหาหอยว่าสักหอย

:: สักหอย (ป้าประจิม โทร.089-875-0697) หลังจากได้ลิ้มชิมลองรสชาติอาหารหอยบนเกาะกลาง เป็นอันว่าติดอกติดใจในรสชาติ ความหวานแบบธรรมชาติจากสัตว์น้ำแห่งท้องทะเลอันดามัน จนถึงขั้นว่า ชิม กินแล้วอยากรู้ว่า เขาหาหอยกันอย่างไร ขุดหอยกันอย่างไร ซึ่งการขุดหอยในภาษากลางนั้น ชาวบ้านพื้นถิ่นเรียกว่า สักหอย โดยชาวบ้านจะสักหอยบริเวณชายหาด ในช่วงที่น้ำลด โดยส่วนใหญ่หอยที่พบมากบริเวณชายหาดเกาะ คือ หอยหวาน หอยราก หอยเม็ดขนุน หอยจุ๊บแจง หอยปากหนา หอยหลักไก่ หอยแครงและหอยแว่น เป็นต้น พอเดินตามไปชมวิธีการหา ก็ให้รู้ว่าการสักหอยแต่ละชนิดจะมีวิธีสังเกตุดูว่า หอยในดินทรายนั้นต่างกัน เช่น สักลงไปโดนหอยบางชนิดจะมีฟองอากาศออกมาต่างกันเป็นต้น

ซึ่งหอยที่หามาได้นั้น... ส่วนใหญ่ก็นำมาประกอบอาหาร ส่วนที่ขึ้นชื่อ ที่คณะเราลิ้มลองช่วงกลางวันมาแล้ว ก็คือ หอยหวานต้มตะไคร้ หอยรากผัดหัวกะทิ เป็นต้น แต่การมาสักหอยริมชายทะเลในช่วงแดดร่มลมตกแบบนี้ เราใช้เวลากันอยู่นาน หากนักท่องเที่ยวไม่อยากไปสักหอย ก็สามารถ นั่งนิ่งๆ เงียบๆ ริมทะเล การนิ่งและเงียบ ก็จะได้พบเห็น ความมหัศจรรย์ในอีกรูปแบบ เพราะการนิ่ง เงียบ เบาๆ บนหาดทราย เราจะได้พบเห็น นกนาๆ สายพันธุ์ พบปูลม ปู้ก้ามดาบตัวใหญ่ ผุดขึ้นมาจากใต้ผืนทรายอย่างมากมาก สำหรับพื้นที่หาดทรายจะเรียกว่า เป็นสวรรค์ของปูลม ก็ไม่แปลก เพราะเป็นทั้งที่หลบแดดร้อนโดยมุดทรายลงรู ทั้งเป็นที่หาอาหารกินซากสัตว์ ที่ทะเลซัดมาเกยฝั่ง อยู่ชายทะเลจนแสงที่เส้นขอบฟ้าเริ่มจะหมด แสงวันนี้สาดมาอย่างสวยงาม ก่อนสั่งลาฟ้าในยามเย็น ถึงแสงจะหมดไป แต่โปรแกรมเรายังอยู่บนเกาะกลาง นั้น คือการใช้ชีวิตร่วมในบ้านกับชาวบ้านมุสลิมบนเกาะ ซึ่งปัจจุบันมีหลากหลายพื้นที่นิยมทำ เรียกว่า โฮมสเตย์


:: โฮมสเตย์ (แนะนำพอขึ้นเกาะให้เลือกหาโฮมเสตย์ที่ถูกจริตกับผู้พัก)
บนเกาะมีบ้านพักผ่อนแบบโฮมสเตย์ อยู่หลายจุด มีทั้งแบบอยู่ใกล้ท้องนาข้าว ริมป่าชายเลน ริมชายทะเล และในหมู่บ้านชุมชนมุสลิม ซึ่งวันนี้เราเลือกพักในหมู่บ้านชุมชน เป็นเพราะว่า หลังจากเข้าที่พักเราจะเดินเล่นในยามค่ำคืนและช่วงเช้า ซึ่งการเดิมชมในหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นร้านโรตี ชา อาหารเช้า วิถีผู้คน เราเดินไป ชมไป ได้เห็นว่า การเดินเที่ยวดูในครั้งนี้ ให้ได้รู้ว่า วิถีเรียบๆ ง่ายๆ ชีวิตที่เดินช้าๆ กับการท่องเที่ยวอย่างรู้คุณค่าธรรมชาตินั้นเป็นอย่างไร ซึ่งชุมชนเกาะกลาง ต.ครองประสงค์ เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของวิถีอันเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่นไว้เป็นอย่างดี ซึ่งเกาะกลางแห่งนี้เป็นจุดเกาะที่ตั้งอยู่กลางแม่น้ำกระบี่ ห้อมล้อมด้วยป่าชายเลนบริเวณปากแม่น้ำ ที่มีความอุดมสมบูรณ์นับพันไร่ การเดินทางจากตัวเมืองกระบี่ ใช้เรือหัวโทงหางยาว ประมาณ 5 นาทีก็ถึงเกาะ บนเกาะแห่งนี้ประกอบด้วย 3 หมู่บ้าน ประชากรโดยประมาณที่เช็คมา 5,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ประกอบอาชีพเกษตรกร ประมงพื้นบ้าน และรับจ้างทั่วๆ ไป เอกลักษณ์ที่โดดเด่น คือ ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตชุมชนที่พึ่งพาอาศัย ระหว่างมนุษย์กับทรัพยากรทางธรรมชาติได้เป็นอย่างดี ออกจากที่พัก ร่ำลา สวัสดี “ม่ะ” เจ้าของโฮมสเตย์เป็นที่เรียบร้อย เดินออกมาไม่ไกล มีเสียงเรียกตามหลังมาว่า... มาอีกนะพร้อมรอยยิ้ม เสียงยังดังเข้ามาในโสตแห่งการรับรู้ มีเพื่อนหลายคนหันไปตอบว่า ครับ/คะ แล้วจะกลับมาอีก แต่วันนี้เราก็ยังไม่ได้ไปไหน เรายังอยู่บนเกาะกลาง ซึ่งเราจะไป ท่องเที่ยว โดยการพายเรือคายัค ไปดูการทำประมงน้ำตื่นแถวป่าชายเลน

:: พายเรือคายัค (กระชังขนาบน้ำวิวทัวร์ เช่าเรือคายัค โทร. 085-9333971)
จากที่พักในชุมชนหลังอาหารเช้าแบบบ้านๆ ที่อร่อย เรานัดรถสามล้อมารอ ซึ่งจะไปส่งเราที่ ร้านอาหาร แต่ไม่ได้ไปทานอาหาร เราจะไปเช่าเรือคายัค ไปท่องเที่ยวไปในคลองกระบี่ ซึ่งการพายเรือก็ถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัว เมือนักพายหลายท่านออกตัวบนเรือคายัค ซึ่งพายไปบ้างไม่ไปบ้าง

แต่ที่แน่ๆ หากอยากพายให้ ดี แรง เร็ว ก็ต้องพายไปตามสายน้ำไหล ซึ่งการทำเช่นนี้ก็ช่วยผ่อนแรงได้มาก แต่หากพายทวนน้ำก็มีหวัง ลิ้นห้อยเหนื่อยแรง และยิ่งหลงป่า หาทางเข้า ทางออกจากป่าชายเลนไม่ได้แบบคณะเรา ก็มีนกหวีดที่เสื้อชูชีพให้เป่าดังๆ เอิกๆๆๆๆ ไม่น่าเชื่อว่าหลายลำเรือคายัดและลำที่ผมนั่ง จะหลงป่าชายเลน แต่ใช่ว่าจะมีแต่เรือคายัค การเที่ยวป่าชายเลน ก็สามารถนั่งเรือหัวโทงหางยาวได้ ซึ่งในป่าระหว่างที่พายเรือไปเราจะได้ชมป่า นกนาๆ ชนิด รวมถึงวิถีชีวิตชาวประมง



:: ประมงชายฝั่งหรือประมงน้ำตื้น
(สหกรณ์ภูมิปัญญาโป๊ะน้ำตื้น จำกัด โทร. 080-3914303) หากเราพายเรือไปตามคลองสายน้ำกระบี่หรือไปแนวใกล้ๆ ปากทะเล เราจะเห็นวิธีชีวิตดั่งเดิมของชาวเกาะกลาง ที่สืบทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งชาวบ้านเกาะกลางส่วนใหญ่จะมีความรู้ด้านการ วางอวนปลา การทำโป๊ะน้ำตื่น การวางลอบปู กิจกรรมที่เรามาชมวันนี้เป็น การทำประมงโปะน้ำตื้น หมายถึง เครื่องมือประมงที่ตั้งอยู่ปากน้ำ หรือในทะเล ในบริเวณที่มีกระแสน้ำขึ้นลง เป็นเครื่องมือประเภทดักจับ ส่วนสัตว์น้ำที่ดักจับได้ เช่น ปลาจาระเม็ด ปลาหมึกกล้วย ปลามง ปลาสาก ปลาทราย ปลาแป้น ปูม้า กุ้งแชบ๊วย เป็นต้น ขึ้นจากน้ำไปชมการทำนาข้าว

:: ข้าวสังข์หยด (บังประวัติ โทร.086-9434579) สถานที่แห่งนี้มาท่องเที่ยวชม การทำนาข้าวสังข์หยด ซึ่งเป็นลักษณะนาปี ที่ปลูกปีละครั้ง โดยก่อนการปลูกจะมีการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์หว่านกล้า โดยจะปักดำนาในช่วงเดือนสิงหาคม และเก็บเกี่ยวในเดือนธันวาคม ทั้งนี้จะมีการปลูกรวมกันเป็นกลุ่ม การรวมกลุ่มก็เพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก สร้างเขื่อนคันดินกั้นน้ำเค็ม ลงแขก ทำนา เกี่ยวข้าว และเมื่อเก็บเมล็ด เหลือซังข้าว ฟาง แกลบ เหล่านี้จะนำมาผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ และวันนี้สำหรับมื้อเที่ยง มาถึงถิ่นข้าวสังข์หยด จะพลาดได้อย่างไร เราจองอาหารกลางวัน ไว้ที่บังประวัติ แล้วว่าอยากทานมื้อเที่ยง นั่งทานกันไป คุยกันไป วันนี้บัง ทำมาหลายอย่างที่เป็นวัตถุดิบในธรรมชาติ เช่น ปูดำอบวุ้นเส้น ยำสาหร่ายเขากวาง แกงส้มปลามง หน่อไม้กระทิ ทานกับข้าวสังข์หยด แหม่ๆๆๆๆ เรียกว่า อร่อยจนวางช้อนไม่ลง แถมว่าจะคุย ไปทานไป แต่พอมองวงอาหารแล้ว เป็นเวลา...เสียงเงียบไปชั่วขณะ เสร็จจากทานอาหาร เราไปเดินชมสีสดเขียวของ ท้องทุ่งนา ควายนอนหนองน้ำ ปล่อยเวลาไปกับสายลม เห็นบัง เดินบรรยายไป อมยิ้มไป ก็ให้เห็นได้ว่า อาชีพชาวนาที่มีคุณภาพนั้น เขายิ้มอย่างมีความสุขกันจริงๆ ออกจากท้องทุ่งนา รถสามล้อมารอรับส่งไปที่ท่าเรือ เราออกจากเกาะมาด้วยความเบิกบาน หรรษา เหมือนไปอยู่มาอีกโลก เหมือนไปชาร์จกำลังกลับมา เหมือนไปดูงานเอ็กซิเบชั่นจากชีวิตจริงชาวบ้าน กลับมาก็สร้างแรงบันดาลใจไว้หลายอย่าง จนอยากบอกว่า... อยากมี อยากใช้ชีวิตบนเกาะด้วยจัง รวมถึงอยากทำนาแบบบังด้วยจริงๆ พอมาถึงท่าเรือ เรือหัวโทงก็จอดรอท่าอยู่ก่อนแล้ว

:: นั่งเรือหัวโทงล่องแม่น้ำกระบี่ชมเขาขนาบน้ำ (บังบ่าว โทร.081-2716102) เมื่อเรือวิ่งออกจากเกาะ เราจะไปอีกสถานที่ที่อยู่ใกล้เคียงกับเกาะกลาง   นั้นคือ ไปชม "เขาขนาบ" น้ำสัญลักษณ์ของตัวเมืองกระบี่ ซึ่งก่อนที่จะถึงเขาขนาบน้ำนั้น เรือจะวิ่งฝ่าแนวป่าชายเลนอันงดงาม ด้วยความเขียวสดใส แสงที่สาดส่องผ่านป่าลงมา มองแล้วก็ให้ได้ชื่นใจ พอไปถึงท่าเรือเขาขนาบน้ำ ก็เดินลงไปชมสถานที่ ซึ่งภายในเดิมในอดีตเคยเป็น ถ้ำที่ทางทหารญี่ปุ่นเคยเขามาอาศัย ปัจจุบันภายในถ้ำ จึงจัดเป็น นิทรรศการในจุดต่างๆ และภายในถ้ำก็โปร่งโล่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก จากจุดเขาขนาบน้ำ เราก็จะกลับขึ้นฝั่งเขาเมืองกระบี่



:: เมืองกระบี่
หากเวลาเหลือ หรือไว้รอบหน้าบินมา ก็สามารถท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในหลายแห่ง เช่น ถนนคนเดินในเมือง ทานอาหารเช้าที่ร้านโรตีบางนารา อาหารเย็นที่ร้านเรือนไม้ หรือจะไปท่าปอมครองสองน้ำ สระมรกรต ไปทะเลแหวก อ่าวนาง เกาะปอดะ เกาะยุง เกาะห้อง น้ำตกร้อน วัดถ้ำเสือ และอีกหลากหลายเกาะที่งดงงามด้วยผืนทรายขาวๆ ตัดฟ้าสีคราม ออกมาท่องเที่ยว สองวัน หนึ่งคืน แต่ความรู้สึกประทับใจคงมีไปอีกยาวไกล แต่จะจบแค่นี้ก็คงยังไม่พอเพราะมีนัดพูดคุยกับ หัวเรือใหญ่แห่ง ททท.สนง.จังหวัดกระบี่

:: วิยะดา ศรีรางกูล (ผู้อำนวยการ ททท.จังหวัดกระบี่)
กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า... จังหวัดกระบี่นั้น เติบโตอย่างรวดเร็ว ยิ่งนับวันจะยิ่งเติบโตเจริญขึ้น ในทางกลับกัน เราก็อยากอนุลักษณ์ ให้ทรัพยากรทางด้านการท่องเที่ยวได้อยู่คู่กับจังหวัดไปถึง รุ่นลูก รุ่นหลาน ดังนั้นจะสังเกตุเห็นว่า ถึงแม้ทาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะทำการส่งเสริมทางด้านการตลาดมาอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับจังหวัดกระบี่ เราก็ส่งเสริมทางด้านการอนุลักษณ์ควบคู่กันไป ดังจะเห็นว่า ในส่วนที่เรานำเสนอ แหล่งท่องเที่ยวเกาะกลาง ต.คลองประสงค์ จังหวัดกระบี่ ซึ่งก็เป็นอีกมิติทางการท่องเที่ยว ในเชิงวิถีชีวิตชุมชม ซึ่งมีวิถีชุมชนดั่งเดิม ในการทำประมง นาข้าว และอื่นๆ ด้วยความเรียบง่ายของการใช้ชีวิตบนเกาะ เราจะมองเห็นว่า ในอดีตนั้นคนไทยมีความสุขกันอย่างไร ซึ่งปัจจุบัน ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่มาขึ้นท่องเที่ยวที่เกาะกลาง ที่นำโดดเด่น คือ ชาวอเมริกัน เยอรมัน เป็นต้น และยิ่งเน้นตอกย้ำจากแผนการตลาด ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในปี 2558 ที่จะขานรับนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในประเด็นหลัก คือ การฟื้นฟูความเชื่อมั่น เร่งรัดวางรากฐานที่ดีของประเทศ สร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม เพื่อคืนความสุขให้คนในชาติในด้านการท่องเที่ยวในประเทศ โดยมีนโยบายที่จะให้นักท่องเที่ยวชาวไทย เข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวได้อย่างเท่าเทียม
ททท. จึงเล็งเห็นความสำคัญ ของการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนในกลุ่มตลาดคนไทย เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นตัวเชื่อมโยง ความเข้าใจระหว่างคนในชาติ และสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทย รวมถึงเป็นการกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชนท้องถิ่น อันเป็นการพัฒนาแนวทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน... และก็เพราะคำว่าท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จึงทำให้ทุกวันนี้ธรรมชาติ ภูเขา น้ำตก ชายฝั่ง หาดทรายขาว น้ำทะเลสวย ไม่ว่ามาท่องเที่ยวกี่ครั้งๆ มาบ่อยๆ จนเริ่มจะรู้สึกตัวว่า หลงมนต์เสน่ห์กระบี่ จนถอนตัวไม่ขึ้น ซะแล้ว...

ข้อมูลจำเพาะ
• ท่าเรือขึ้นเกาะกลาง สามารถมาได้ คือ ท่าเรือเจ้าฟ้า และท่าเรือท่าหิน
• ข้อตกลงสำหรับการอยู่ร่วมกัน ในชุมชนบ้านเกาะกลาง เป็นกฎระเบียบ ดังนี้
- ห้ามสุรา ห้ามนำเข้า ห้ามซื้อ ห้ามดื่ม เครื่องแอลกอฮอล์ทุกชนิด
- ห้ามนำ สุนัข สุกร เข้าในพื้นที่ชุมชน
- ห้ามสิ่งเสพติดทุกชนิด
- ห้ามสุภาพสตรีแต่งสายเดี่ยว กางเกงขาสั้นเห็นจนเห็นต้นขา ควรแต่งกายสุภาพ และห้ามแสดงพฤติกรรมเชิงชู้สาว หรืออนาจารในที่สาธารณะ
- ห้ามเล่นการพนัน ห้ามสูบบุหรี่ในมัสยิด/กุโบร์
- ห้ามจัดกิจกรรมที่ผิดหลักการศาสนาอิสลามในชุมชนตามมติจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดกระบี่

:::: สนามบินกระบี่ ::::
 
:::: ท่าปอมคลองสองน้ำ ::::
 
:::: น้ำตกร้อน ::::
 
:::: สระมรกต ::::
 
:::: สระน้ำผุด ::::
 
:::: หาดอ่าวนาง และถ้ำพระนาง ::::
 
:::: ท้าทายความกล้าที่หาดไร่เลย์ ::::
 
:::: เกาะปอดะ ::::
 
:::: ทะเลแหวก ::::
 
:::: สัมผัสโลกใต้ทะเล ::::
 
:::: บรรยากาศสุดชิลกับทะเลกระบี่ ::::
 
:::: ทะเลอันดามันอันงดงาม ::::
 
:::: ถนนคนเดินกระบี่ ::::
 
:::: วัดถ้ำเสือ ::::
 
:::: บางนรา ณ กระบี่ ::::
 
:::: ร.ร.กระบี่ ลาพาญ่า ::::
 
:::: KATA Group ::::
 
:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
เรื่อง : นายนอกคอก
   ภาพ : วีระศักดิ์ ภักดี
            (ออนไลน์ : 20  พฤศจิกายน 2557)

ขอขอบคุณ
•
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกระบี่

เลขที่ ๒๙๒ ถ.มหาราช อ.เมือง จ.กระบี่ ๘๑๐๐๐ โทร.๐-๗๕๖๒-๒๑๖๓


ในนามของเพื่อนท่องเที่ยวขอขอบคุณ นายนอกคอก ที่ได้เขียนเรื่องราวดีๆ และ คุณวีระศักดิ์ ภักดี ที่เอื้อเฟื้อภาพประกอบสวยๆ มาให้เพื่อนสมาชิกได้สัมผัสอีกหนึ่งมุมมอง และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้อีกครั้ง ที่อนุญาตให้...เพื่อนท่องเที่ยว นำบทความผลงานนี้ มาเผยแพร่ให้แก่สมาชิกไ้ด้เปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ไปพร้อมๆ กันครับ



ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
เพื่อนท่องเที่ยว : Friend Travel

คุณวรินทร์พร นีลดานุวงศ์ (คุณเล็ก)
สำนักงานเลขที่ 171/12 หมู่บ้าน คาซ่าซิตี้ ซอยสุขุมวิท 103 อุดมสุข 51 บางจาก พระโขนง กรุงเทพ ฯ 10260
Tel : 02- 398-2238-40 , 089-500-3363 , 083-189-9622 , 089-403-6920
Fax : 02-398-0115
Website : www.friendtravelthai.com
Email : friendtravel2003@hotmail.com