:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
อัลบั้มเพื่อนท่องเที่ยว
ติดต่อเราได้ที่นี่เลยครับ
ดูรายละเอียดและเงื่อนไขการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ
พิพม์แบบฟอร์มการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ

Adventure สุดเหวี่ยง..ผจญภัยสุดมันส์ โปรแกรมท่องเที่ยวภาคเหนือ โปรแกรมเที่ยวทะเลฝั่งอันดามัน และอ่าวไทย / ทะเลภาคตะวันออก โปรแกรมท่องเที่ยวภาค อีสาน กลาง และภาคตะวันออก โปรแกรมเที่ยวต่างประเทศ
 
เครือข่ายเรดาร์ตรวจอากาศ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ข่าวสารการท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทย
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายใน
ประเทศ (สทน.)
สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ
ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัด 
แผนที่ประเทศไทย
กรมป่าไม้
อุทยานแห่งชาติ
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด
การบินไทย
บางกอกแอร์เวย์
แอร์เอเชีย
นกแอร์
ภูเก็ตแอร์
การรถไฟแห่งประเทศไทย
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้าใต้ดิน
บริษัท ขนส่ง จำกัด
Sanook.Com 
IDO Travellers
สีสันทัวร์
Phototech
Walk-Way-Why : วอล์คเวย์วาย
Fame Tour & Service
นิตรสาร "สารคดี"
นิตรสาร "อสท"
PIXPROS สังคมแห่งการถ่ายภาพ
สนามเดินป่า  
Wordmark.it
 
โลโก้เพื่อนท่องเที่ยว
 
 
การวิเคราะห์เว็บระดับองค์กร Visitors Report
 

:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว

:: บอนเตียนฉะมานปราสาท ประเทศกัมพูชา
(BANTEAY CHHMAR IN CAMBODIA)

พื้นที่แนวชายแดน...มักเติมเต็มไปด้วยการดำเนินชีวิตในการหาเลี้ยงชีพ จุดผ่อนปรนการค้าตามด่านชายแดนฝั่งจังหวัดสระแก้วติดปอยเปต ระหว่าง ไทย-กัมพูชา ยังฮอตสวนกระแสต่อเศรฐกิจในประเทศไทย ขณะที่นัักลงทุนยันฝั่งกัมพูชาน่าลงทุน แต่หากเป็นทุนเล็กๆ ละก็ อาจล้มละลายเพราะโดนทุนใหญ่กลืนกิน

คณะเราพอตรวจพาสปอร์ตเสร็จข้ามแดนมาเรียบร้อย ก็เดินทางกันต่อ ในระหว่างตรวจเช็คที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง หลังจากผ่านประเทศไทยมาแล้ว ข้ามฝั่งมา เน้นย้ำอีกทีนะครับว่า ไม่ต้องจ่ายค่าวีซ่า ค่าตรวจโรค ทั้งขาไปและขากลับเหมือนอดีต แต่ระหว่างข้ามด่าน ข้ามแดนมาแล้ว จะมีโต๊ะตั้งตรวจโรค และบางทีมีผู้ทาบทามขอค่าเข้าเมืองตรงด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ซึ่งเป็นเรื่องที่หากินกันทั้งนั้น เวลามีแบบนี้ก็พูดบอกเขาไปดีๆ ว่า เรามาท่องเที่ยว ไม่กี่วันก็กลับแล้ว ระหว่างที่ข้ามแดนจะมองเห็นว่า ผู้คนสองฝั่งด่านตรวจคนเข้า-ออกเมือง มาตรวจเช็คข้ามแดนนั้นต่อแถวยาวเหยียด ส่วนการค้าขายการคมนาคมมีความเจิญมากขึ้นเป็นลำดับ




บขส.ขนส่งทางบกปอยเปต
หลังจากข้ามเข้ามาท่องเที่ยวฝั่งประเทศกัมพูชา เราตั้งเป้าหมายไว้ว่า เราจะไปหาข้อมูลตารางเวลาเดินรถโดยสาร รวมทั้งราคา ที่ขนส่งแห่ง (บขส.) ปอยเปตกันก่อน ตรงจุดนี้มีราคา ทั้งรถเหมา รถแท็กซี่ รถโดยสาร รถตู้ วิธีการเดินทางก็มีให้เลือกหลากหลาย แต่หากไปหลายคนบอกตรง แนะนำให้หารกันค่าแท็กซี่ดีกว่า เพราะสามารถซื้อเวลา กำหนดเวลา กำหนดสถานที่ท่องเที่ยวได้สะดวกสบาย ตามรูปแบบที่พี่ไทยชอบครับ หรือไปไม่กี่คน กลุ่มเล็กๆ จะไปกี่วัน ตั้งงบไว้ แล้วซื้อทัวร์นั่งแท็คซี่ก็มีบริการ ส่วนราคาก็ไปพูดคุยตกลงกันเองครับ แต่โดยส่วนใหญ่ราคาก็มาตรฐานทั่วๆ ไป (ซึ่งผมแนะนำรถแท็กซี่และรถตู้ไว้ด้านล่างบทความ คณะเราลองใช้แล้วทั้งรถตู้ รถแท็กซี่ ราคารับได้ คุยได้ พูดไทยได้ บริการดี มีน้ำใจ)


ซึ่งจากด่านชายแดนปอยเปตมารถโดยสาร (บขส.) ไกลพอสมควร คิดว่าโดยประมาณระยะทางเกิน 15 กิโลเมตร และเมื่อเสร็จจากงานตรงจุดขนส่งรถโดยสารเรียบร้อย เราปรึกษากันแล้วว่า ควรที่จะไปท่องเที่ยวปราสาทบอนเตียนฉะมานในช่วงเช้า ช่วงบ่ายเข้าพระตะบอง จากพระตะบองจะนอนที่เมืองนี้ก็มีที่พักทันสมัย เมืองพระตะบองเป็นเมืองใหญ่ เจริญรุ่งเรืองมาก (ไว้เล่าตอนหน้า เที่ยวพระตะบอง) แต่เน้นๆ วันนี้ ขอมุ่งหน้าเดินทางสู่ บอนเตียนฉะมานปราสาทกันก่อน โดยใช้เส้นทาง

:: จากด่านปอยเปต ไปถึงเมืองศรีโสภณ สรุปแล้ว...คณะเราไปสถานีขนส่ง แต่ได้รถตู้เหมารายวันในการเดินทาง นั้นก็เพื่อความสะดวกในการทำงาน ระยะทางจากด่านปอยเปต ถึงเมืองศรีโสภณ ระยะทางโดยประมาณ 50 กิโลเมตร จากศรีโสภณไปบอนเตียนฉะมานปราสาท ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางที่ไม่ไกล แต่ด้วยว่า ปราสาทหลังนี้ มีรูปจำหลักแกะสลักหลากหลาย เป็นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่หลงไหลเรื่องราวประวัติศาสตร์ เราจึงอาจจะหมดเวลา อยู่ในตัวปราสาทกันครึ่งวัน แต่ถ้ามาท่องเที่ยวแบบผ่านเลย มาชิม ช็อบ แชะ ชะโงกๆ ทัวร์ ก็คงใช้เวลาในตัวปราสาทไม่เกิน 1- 2 ชั่วโมง

:: บอนเตียนฉะมานปราสาท (ไกด์เล่าให้ฟัง) เท่าที่ฟังจากไกด์ชาวกัมพูชา ที่แนะนำให้ฟัง บอกเราว่า “บอนเตียนฉะมานปราสาท แปลว่า ปราสาทเมืองเล็ก” ส่วนนครธมเป็นเมืองใหญ่ แต่บางข้อสันนิษฐานก็บอกว่าออกเสียงเป็น “บันทายชะมานปราสาท แปลว่า ปราสาทแมว” ซึ่งหากมองในมุมผม ไม่มีคำเรียกผิด เพราะเรามองจากปัจจุบันมองย้อนกลับไปในอดีต แนบด้วยภาพจำหลักเป็นหลักฐาน แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานทางวิชาการเกือบทั้งนั้น เอาเป็นว่าคำเรียกที่ถูกใจผม คือคำว่า “บอนเตียนฉะมานปราสาท แปลว่า ปราสาทเมืองเล็ก” และจากหัวเรื่องผู้เขียนขอใช้คำนี้ ถูก-ผิด ไว้ว่ากันอีกทีในเชิงวิชาการ ส่วนนักวิชาเกินที่เดินทางมาท่องเที่ยว ซึมซับรับบรรยากาศประวัติศาตร์โลก ขอเรียกว่า “บอนเตียนฉะมาน” ซึ่งคิดเองว่าสมเหตุผล แต่เพราะอะไรนั้นที่สมเหตุผล ต้องไปฟังเรื่องย่่อ ถอดความในช่วงบทส่งท้ายเกี่ยวกับ “พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในระบบพุทธราชา ก่อเกิดปราสาทตาพรหม วิหารพุทธศาสนาฝ่ายเถราวาท ลัทธิมหายาน กับวิกฤตการณ์การล้มสหลายในยุคนั้น จึงจะเข้าใจเพราะ บอนเตียนฉะมานปราสาท สร้างในยุคพระองค์เจ้าชัยวรมันที่ 7 พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ผู้อวตาลลงมาโปรดยังโลกมนุษย์”

จากด่านชายแดนปอยเปต...คณะเราเดินทางมาถึงปราสาทบอนเตียฉะมาน ประมาณ 10.00 น. พอลงรถ จ่ายค่าธรรมเนียม ที่ประตูด่านเก็บเงินค่าเข้าชมสถานที่เป็นที่เรียบร้อย เราก็เริ่มเดินท่องเที่ยวย้อนยุค เดินหายเข้าไปในตัวปราสาทหลังม่านหิน ย้อนกำแพงเวลา เดินไป ซึมซับไป ในบรรยากาศโบราณกาลนานมาแล้ว เดินไปตามเส้นทางมุ่งหน้าสู่ตัวประสาท ซึ่งจุดแรกที่มองเห็นด้านหน้านั้น มีบันไดเชื่อมไปยังตัวปราสาท แต่ช่วงทางเชื่อมเดินนั้น เสียหายพังแล้ว ช่วงหัวบันไดมีหินแกะสลักเป็นรูปพญาครุฑขี่อยู่บนคอใกล้หัวพญานาคราช ตรงทางขึ้น ซึ่งเป็นชิ้นงานที่แกะสลักได้ละเอียดงดงามเป็นอย่างมาก โดยการเดินชม บอนเตียนฉะมานปราสาท สามารถแบ่งได้หลายเส้นทาง แต่หลักๆ คือ เดินผ่านด้านหน้าเลาะไปทางขวา ตัดทางเข้าตรงกลางปราสาท ไปชมภาพจำหลักพระอวโลกิเตศวร



ส่วนอีกเส้นทาง...เดินเป็นวงกลมรอบปราสาทเพื่อชมภาพจำหลัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพแกะสลักประวัติพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แล้วเดินตัดมาช่วงกลางปราสาท เพื่อชมพระอวโลกิเตศวรที่อยู่ด้านหลังประตูทางออกด้านหลัง


โดยส่วนใหญ่แล้วปราสาทมักเป็นหินเรียงที่ตัดขนาดใหญ่ วางซ้อนกันเป็นรูปปราสาทใหญ่โตมโหราฬ รโหฐาน จนกล่าวกันว่า ปราสาทในประเทศกัมพูชา จัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ตำนานเล่ากันว่าวิธีการสร้างปราสาทนั้น ใช้แรงงานคน แรงงานช้างอย่างมาก ต่อการก่อสร้างปราสาทในแต่ละหลัง และยังใช้เวลาสร้างหลายปี ไปจนถึงหลายสมัยการปกครองของกษัตริย์ในแต่ละยุค

บอนเตียนฉะมานปราสาท มีภาพจำหลักสำคัญ บอนเตียนฉะมานปราสาท มีสิ่งที่น่าสนใจอยู่รอบๆ ตัวปราสาท เช่น ภาพจำหลักปริศนาบนผนังในทิศต่างๆ บางภาพ เป็น ภาพจำหลักนางอัปสรยิ้มแย้มแจ่มใสเอวบางสะโพกใหญ่อวบอิ่มนมตั้งเต้า และเมื่อเดินผ่านใจกลางตัวประสาท มุ่งหน้าไปด้านหลังปราสาท จะไปโผล่ตรงภาพสำคัญใกล้ประตูหลัง



ประตูหลังมี ภาพจำหลักพระอวโลกิเตศวรหลายพระกร และในฝ่ามือยังมีรูปใคร (ใคร=ไม่รู้) นั่งอยู่ ซึ่งมุมนี้ทั้งสองฝั่งข้างประตู มีภาพจำหลักพระอวโลกิเตศวรหลายพระกร แต่ไกด์เล่าสู่ฟังว่าเมื่อหันหน้าเข้าประตู ฝั่งขวา คือ พระอวโลกิเตศวรมีหลายพระกรพันมือ ส่วนฝั่งซ้ายเป็น พระนางชัยราชจุฑามณี ผู้เปรียบประดุจกับพระนางปรัชญาปรมิตา ซึ่งหมายถึงผู้เป็นเทวีแห่งปัญญา หรือพระมารดาแห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวง ซึ่งหมายถึง เมื่อพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นอวตาลของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระราชมารดา (แม่) ของพระพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จึงเปรียบประดุจดังกับพระนางปรัชญาปรมิตา ที่เป็นร่างอวตาล เป็นพระมารดาในปางพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ซึ่งเราก็ฟังไว้เป็นข้อมูล แต่เท่าที่ชมดูภาพจำหลัก อีกฝั่งประตูก็คือ พระอวโลกิเตศวรมีหลายพระกรหลายมือเช่นกัน หรืออาจจะเปรียบประดุจ การจำแลงอวตาลก็คงใช่ ด้วยว่าอีกฝั่งเป็นภาพสลักต่อไม่สมบูรณ์ และมีต้นสะปงบัง จึงบันทึกภาพเต็มไม่ได้ แต่ก็บันทึกภาพจำหลักรองๆ ลงมาให้ได้ชมกัน

ลงจากตรงประตูภาพจำหลักพระอวโลกิเตศวร มาทางขวาประมาณ 20 ก้าว จะมีภาพจำหลักชุด ขนาดใหญ่ทั้งฝาผนัง เป็น ภาพจำหลักพระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7 เสด็จออกว่าราชการแผ่นดิน พร้อมด้วยคณะขุนนาง แห่ขบวนใหญ่โต ออกเยี่ยมเยือนประชาชน พร้อมแจกถุงเงินให้ไพร่ฟ้าประชาชนที่นั่งอยู่บนพื้น

ซึ่งแน่นอนผมและเพื่อน ไปนั่งเข้าคิวรอรับเสด็จ และน้อมรอรับถุงเงินถุงทองเพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย ลงจากกำแพงตรงนี้...ออกเดินวนไปทางขวาในมุมต่างๆ รอบปราสาท ก็จะมีการแกะรูป พญาครุฑ พญานาคราช นางอัปสร ตามมุมระเบียงคดไว้รอบๆ ปราสาท



และเมื่อเดินมาถึงด้านข้างปราสาทอีกด้าน จะเป็นภาพจำหลักพระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7 ขึ้นนั่งบัลลังก์มองมาที่พิธีกรรม ซึ่งภาพชุดนี้เป็น ภาพจำหลักการตัดศรีษะมนุษย์ในเชิงพิธีกรรม ซึ่งไกด์บอกว่า เรียกว่า “อะปะกุม” โดยความหมาย คือ พิธีกรรมทางไสยศาตร์ แต่เท่าที่ผมสังเกตุจากภาพจำหลัก มีความคิดเห็นต่างไป คิดว่า...น่าจะเป็นการตัดศรีษะข้าศึกที่มาสู้รบแล้วแพ้สงครามมากกว่า หรืออาจจะทำการปราบกบฏทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือเมืองพระนครก็เป็นได้ แต่ถามมาถามไป...ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปตามความเป็นจริง เพราะเป็นคำถามที่ไร้คำตอบที่ถูกใจคนปัจจุบันอย่างผมว่า... ถูกตัดหัวด้วยสาเหตุใด ซึ่งภาพจำหลักชุดนี้ก็เป็นที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

ออกจากตรงนั้นเดินเลาะกำแพงมาทางระเบียงคดมาเรื่อยๆ จนถึงด้านหน้าปราสาทก่อนถึงบันไดพญาครุฑยึดนาคราช จะเป็นภาพจำหลักชุดใหญ่
ภาพจำหลักพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แต่งเต็มยศในชุดผู้นำทัพน้าวคันธนู ออกต่อสู้ ศึกสงคราม โดยการสู้รบกับชนเผ่าจาม
ซึ่งพื้นที่ออกรบ คือ บึงน้ำโตนเลสาบ ในภาพชุดนี้จะเห็นภาพจำหลักกองเรือรบ และภาพศพทหารตายระหว่างสงครามรบพุ่ง ทหารตายตกลงน้ำ ในน้ำมีจระเข้ มีปลา มีสัตว์น้ำอยู่มากมายชุกชุมในทะเลสาบ ซึ่งตรงบริเวณนี้เป็นภาพชุดใหญ่จำหลักทั้งกำแพงอยู่ตลอดแนวกำแพงด้านหน้า


จากตรงกำแพงหน้านี้...เดินออกมาแค่สายตามองเห็น จะเห็นว่า ประชาชนชาวบ้านประเทศกัมพูชา ในปัจจุบันยังคงนับถือศาสนาพุทธ ซึ่งใกล้กำแพงภาพจำหลักด้านหน้า จะมีพระพุทธรูปปางนั่งขัดสมาธิ มีนาคปรกขนาดใหญ่มาตั้งไว้ในศาลา ให้น้อมระลึกถึง ให้ได้สักการะกราบไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต ตามความเชื่อส่วนบุคคล โดยรวมในยุคปัจจุบัน ภาพจำหลักแกะสลักบนกำแพงบางส่วนที่เว้นว่างเป็นอากาศธาตุอยู่นั้น คือ ภาพจำหลักในส่วนที่ถูกขโมยหายไป หรือบางส่วนได้ขนย้ายไปไว้ที่กรุงพนมเปญแล้ว ซึ่งในปัจจุบันมุ่งหน้าสู่อนาคต รัฐบาลประเทศกัมพูชา มีนโยบายในการย้ายภาพจำหลักบนกำแพงบอนเตียนฉะมานปราสาทเหล่านี้ ไปไว้ที่พิภิฑภัณฑ์ในกรุงพนมเปญ ซึ่งก็กำลังดำเนินการรื้อ ขนย้ายอยู่

ดังนั้นปัจจุบันปราสาทแห่งนี้...อยู่ไม่ไกลจากชายแดนจังหวัดสระแก้ว ปอยเปต ก็ให้รีบมาเที่ยวชมกัน ซึ่งแต่เดิมแถบถิ่นพนมเปญ เป็นศูนย์กลางอำนาจทั้งในอดีตถึงปัจจุบัน และคล้ายเหมือนในอดีตที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ขยายการปกครองปกครอง วางจุดยุทธศาตร์แถบถิ่นพนมเปญเพื่อไว้ต้าน อาณาจักรจาม ซึ่งก็คือ ประเทศเวียดนนามในปัจจุบัน

บอนเตียนฉะมานปราสาทในประเทศกัมพูชา มีความเชื่อโยงกับ...ปราสาทสด๊กก๊อกธม จังหวัดสระแก้ว ประเทศไทย ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า ยุคของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นั้น ชนชาติขอมเรืองอำนาจ อาณาจักรขอมมีอำนาจในการปกครองแถบลุ่มน้ำแถบนี้อย่างกว้างใหญ่ เรียกว่ากินพื้นที่ลุ่มน้ำโขง ทะเลจีนใต้ เท่าที่เคยได้เดินทางไปชม ตั้งแต่แถบทะเลจีนใต้ ที่เรียกว่า อาณาจักรจาม ในประเทศเวียดนาม และในจารึกยังมีการเจริญสัมพันธไมตรี ส่งทูตแลกเปลี่ยนระหว่างอาณาจักรขอมไปถึงอาณาจักรจีน ขอมเรืองอำนาจนี้ กินพื้นที่ประเทศกัมพูชาทั้งหมด ขยายอาณาจักรมาจนถึงประเทศไทยทางแถบภาคอีสาน ไปจนถึง ลพบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีษะเกศ และจังหวัดกาญจนบุรี ก็คือ ปราสาทเมืองสิงห์ ก่อนเข้าประเทศเมียนมาร์ ลงใต้ออกทะเลจีนใต้ ไปจนถึง ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียและมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบัน ในประเทศที่กล่าวมา ยังมีซากปรักหักพังของซากอารยธรรมหลงเหลือให้เห็นในเทวสถาน หรือวิถีประเพณีวัฒนธรรมที่สืบต่อกันมาจากรุ่น สู่รุ่น

กล่าวมาถึงตรงนี้...เดินกลับมาขึ้นรถ เพื่อเดินทางมุ่งหน้าไปจังหวัดพระตะบอง ผลปรากฏว่า...รถเร่งเครื่องไม่ได้ งานนี้มีแซวกันละครับ ใครทำอะไร ผิดผี ผิดภูมิที่ในปราสาท...ปะ...เปล่า... รถคณะเราถึงเร่งเครื่องไม่ได้ วิ่งขึ้นเนินเล็กๆ ก็แทบแย่ รถวิ่งได้ประมาณ 20-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่พอลงเนินเขาวิ่งได้ฉิวๆ ทำความเร็วได้ประมาณ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นอันว่า...มองหน้ากันหัวเราะ แล้วเราเราก็พับโครงการไปพระตะบองโดยสวัสดิภาพ...

ในบ่ายวันนั้นจึงแวะหาอาหารเที่ยงที่ล่วงเลยมาจนบ่าย 2 แถวๆ หมู่บ้านใกล้ๆ บอนเตียนฉะมานปราสาท ซึ่งรสอาหารไม่ห่างจากประเทศไทยบ้านเรา ผัดกระเพราหมูไข่ดาวอร่อยมากครับ...(เอ...หรือว่าหิวหว่า...เอิก ๆๆๆๆ) คุยไปคุยมากับผู้คนในหมู่บ้านแถบนี้ในช่วงนั่งรออาหารตามสั่ง ซึ่งส่วนใหญ่ผู้คนแถบนี้ พูดภาษาไทยได้ดี ชายคนหนึ่งขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างกล่าวให้ฟังว่า แถบนี้ก็มีที่พักแบบโฮมสเตย์ให้บริการ

และระหว่างรออาหารยังพอมีเวลามายืนคิดทบทวนข้อมูล ข้อมูลที่เคยสัญญา...จำได้ไหมรู้ในการอ่านหนังสือจำมา ผุดออกมาจากหยักสมอง ในบทบันทึกกล่าวบรรยายไว้ว่า ยามเมื่อมองบึงน้ำรอบบอนเตียนฉะมานปราสาท จากมุมมองช่วงหัวโค้งถนนในหมู่บ้าน จะเห็นว่า บอนเตียนฉะมานปราสาทมีสระสรง มีบายราย มีระบบชลประทานรอบปราสาทใหญ่โต มีบันไดยื่นตัวทอดลงสู่น้ำ ซึ่งเป็นลักษณะคล้ายปราสาทเนียะปอน (นาคพันปราสาท) ที่มีลักษณะเป็นเกาะอยู่กลางน้ำ ตัวพื้นปราสาทนับเริ่มยกจากพื้นบันไดที่พ้นน้ำ ซึ่งเรียกตามจารึกปราสาทพระขรรค์ว่า เกาะกลางชยะตะตะกะ

มีนักโบราณคดี ถอดความความจากรึกกล่าวไว้ว่า... พระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ทำให้ชยะตะตะกะ เป็นดังคันฉ่องมงคล ฉายแสงเลื่อมพรายแห่งสุวรรณ รัตนะบุบผามาลา มีเกาะงดงาม ท่ามกลางห้วงน้ำ ช่วยชำระบาป ความเศร้าหมอง ของผู้มาสักการะ เป็นนาวา นำชนเหล่านั้น ข้ามห้วงโอฆะสงสาร (วัฎฎะสงสาร) เรียกว่าหากเป็นระบบชลประทานรอบเมือง ก็เป็นเมืองที่ไม่เล็กสมชื่อ และหากดูภาพมุมสูงจะเห็นว่า เกาะซึ่งมีกำแพงล้อมลอบ สร้างคล้ายรูปดอกบัว
ผู้เขียนตีความคิดว่า ผู้สร้างมีความศรัทธาอันแรงกล้า ตามรูปแบบพุทธราชาแห่งพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และพระองค์ทรงตั้งใจสร้างจำลอง สระบนภูเขาหิมาลัยตามตำนาน ซึ่งเป็นสระศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวพุทธ และอาจสร้างปราสาทอุทิศแก่พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ซึ่งก็คือพระองค์เอง ที่อวตาลลงมาเกิดเป็นกษัตริย์โปรดโลกมนุษย์ ด้วยเหตุผลสนับสนุนความคิดที่ว่า ในบอนเตียนฉะมานปราสาท มีแต่ภาพแกะสลักพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรตรงกำแพงใกล้ประตู และมีประวัติพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในยุคต่างๆ ซึ่งความคิดคนึงยังคงวนเวียนหลงไหลไปในอดีตก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ก่อนออกเดินทางหนีจาก บอนเตียนฉะมานปราสาท ที่ถามไป ถามไป ถามไปในใจ แต่ไร้คำตอบ ไม่มีคำตอบ ซึ่งมีคำถามแต่ไร้คำตอบ เพราะยื่นอยู่ ณ จุด ผิดที่ผิดเวลา

จากตรงนี้ทานอาหารอิ่มแล้ว... เดินทางกันต่อ จุดมุ่งหมายเปลี่ยนแปลง เราจะค่อยๆ เดินทางกันต่อไป โดยใช้ความเร็วรถ 20-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กะดึ๊บๆ กันไป กะว่าค่ำก็ไม่เป็นไรไปนอนเมืองเสียมเรียบกันรวดเดียว เพราะเสียมเรียบเป็นเมืองใหญ่ และเรามีเพื่อนๆ อยู่ที่เสียมเรียบมากมาย และจุดประสงค์หลักคือเปลี่ยนรถเดินทาง เพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองสตรึงเตง ที่เป็นเมืองเชื่อมโยงติดกับแขวงจำปาศักดิ์ ประเทศลาว (สปป.ลาว) มุ่งหน้าสู่อาเซียน ผ่านลาว เข้าไทย หรือจะไปเวียดนามก็สะดวกสบาย ด้วยเส้นทางถนนเชื่อมโยงอาเซียน (AEC)
วันนี้ขอลาไปก่อน...แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า ระหว่างเมืองเสียมเรียบมุ่งหน้าสู่เมืองสะตรึงเตง วันนี้ขอกล่าวคำว่า...เลย-ซิน-เฮย (ลาก่อน) กัม-ปู-เจีย-เนียง-ลออ-บาด (กัมพูชามีเสน่ห์ครับ)...

:: บทส่งท้ายเรื่องบอนเตียนฉะมานปราสาท บรรณานุกรม ประวัติศาสตร์กัมพูชา (A HISTORY OF CAMBODIA) เดวิท แซนด์เลอร์ (DAVID CHANDLER) ถอดความบางคำ บางตอนมาจาก บทที่ 4 ในหนังสือเล่นนี้ ตั้งข้อสันนิษฐานกล่าวไว้ว่า พระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7 อาจไม่ได้ประทับอยู่ในพระนคร หรือชัยวรมันออกไปอยู่เมืองอื่นเล็กๆ คล้ายๆ ว่าถูกเนรเทศ แต่ภายหลังที่พระองค์เถลิงราช ตั้งตนเป็นกษัตริย์ปกครอง เป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ พระองค์จึงขยายพระราชอำนาจ และทรงได้สร้างงานก่อสร้างปราสาทขึ้นมามากมาย โดยหลักการนั้น สร้างปราสาทเพื่อถวายอุทิศแก่พระราชบิดามารดา (ปราสาทพระขรรค์และปราสาทตาพรหม) และเพื่อประกอบพิธีทางพุทธศาสนา ในปราสาทนั้นก็มีแนวคิดเป็นเพื่อเป็นตัวแทนพรหม คือพระราชบิดา ตัวแทนปัญญา คือพระนางปรัชญาปรมิตาพระมารดา ตัวแทนเมตตา คือ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรพระองค์นั้นเอง

บรรณานุกรม/ไกด์บรรยาย ปราสาทที่สร้างในยุค พระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7 คือ ปราสาทตาพรหม , ปราสาทบายล , ประสาทพระขรรณ์ , ปราสาทบันทายยกเดย , ปราสาทเนียะปอน(นาคพัน) , สระสรง , ปราสาทตาเนย , ปราสาทตาพรหมเกล และปราสาทบอนเตียนฉะมาน (บันทายฉะมาน)

ปราสาทบอนเตียนฉะมาน (บันทายฉะมาน) แห่งนี้เองมีประวัติผูกพันธ์ุไปถึง ปราสาทสด๊กก๊อกธม และไกด์เล่าสืบต่อว่า เป็นปราสาทหัวเมือง เมืองเล็ก เล็กกว่าเมืองพระนคร และยังกล่าวไว้ว่า เป็นถิ่นฐานเดิมของประชาชนในอาณาจักรเจ้าชัยวรมัน ที่ 7 ก่อนที่ประชาชนเหล่านนี้จะย้ายไปถิ่นอารยธรรมขอมในแถบจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งก็ฟังไว้เป็นข้อมูลไว้พิจารณา ในบทวิพากษณ์เชิงด้านประวัติศาตร์กันต่อไป เพราะว่าในยุคกษัตริย์พระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7 นั้นยิ่งใหญ่มากเกินคำบรรยาย จนผู้เขียนออกคำว่า “คำถามที่ไร้คำตอบ” เพราะถึงจะตอบมา ว่าใครจะตอบมา ไม่ว่าจริงหรือเท็จประการใด ก็เป็นแต่เพียง การคาดเดา สันนิฐาน...ไว้เป็นข้อมูลเชิงสืบค้น เพราะเรา มนุษย์ปัจจุบัน มิใช้ผู้รู้ ในอดีต จึงต้องท่องเที่ยว ศึกษาเรียนรู้โลกนี้กันสืบต่อไป...วัฎจักร...หมุนเวียน...เปลี่ยน...ผ่านไป...ตามกาลเวลา...



ติดต่อรถบริการ

รถตู้ T. +855 929 465 65 คุณสุขขา
รถแท็คซี่ T. +855 012 891164 , +855 099 989 696 คุณเม้ง


ข้อมูลจำเพาะ : ราชอาณาจักรกัมพูชา (The Kingdom of Cambodia)
- เมืองหลวง ราชธานีพนมเปญ
- พื้นที่ 181,035 ตารางกิโลเมตร
- ประชากร 15.4 ล้านคน
- ภาษาราชการ เขมร
- ภาษาที่ใช้งานทั่วไป อังกฤษ ฝรั่งเศส เวียดนาม จีน ลาว และไทย
- ศาสนา พุทธนิกายเถรวาท (ร้อยละ 90) อื่นๆ (ร้อยละ 4)
- การปกครอง ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ
- นายกรัฐมนตรี สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน
- วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย 19 ธันวาคม 2493
- วันชาติ 9 พฤศจิกายน 2496
- สกุลเงิน เรียล (1 บาท ประมาณ 128.21 เรียล)
- ทรัพยากรธรรมชาติ น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ (รอการสำรวจและขุดเจาะ) ไม้สัก อัญมณี แร่เหล็ก พืชไร่ พืชสวน ประมง
- มีพรหมแดนติดกับประเทศ ลาว เวียดนาม ไทย เปิดด่านชายแดนถาวรกับจังหวัดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ หกจุด คือ จังหวัด สุรินทร์ (ด่านช่องจอม) , ศรีสะเกษ (ด่านช่องสะงำ) , สระแก้ว (ด่านคลองลึก) , จันทบุรี (ด่านบ้านแหลมและด่านบ้านผักกาด) และ จังหวัดตราด (ด่านบ้านหาดเล็ก) โดยมีเขตแดนเชื่อต่อกับไทยยาวโดยประมาณ 800 กิโลเมตร
- เป็นประเทศที่มีร่องรอยอารยะธรรมขอมอายุโดยประมาณ 1500 ปี ค่าเข้าชมสถานที่กลุ่มปราสาท อัตราค่าเข้าชมแบ่งตามจำนวนวัน เข้าชม หนึ่งวัน ราคา 20 เหรียญ เข้าชมสามวัน ราคา 30 เหรียญ เข้าชมเจ็ดวัน ราคา 60 เหรียญ
- มีสองฤดูกาล คือ ฝน กับ ร้อน

:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
เรื่อง : กิ่งกวก ชากะเดา
ภาพ :
วีระศักดิ์ ภักดี
( ออนไลน์ : 4 พฤศจิกายน 2559 )

ขอบคุณ
บริษัท อินโดไชน่า เอ็กซ์พลอเรอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
254/1 ถนนเอกชัย บางบอน บางบอน กรุงเทพมหานคร 10150
โทรศัพท์ : 0-2898-1817, 0-2898-2324 โทรสาร : 0-2898-0059
http://www.indochinaexplorer.com
Email: indochinaexplorer@hotmail.com
อ่านเรื่องสั้นทั้งหมดได้ที่นี่ครับ...   บอนเตียนฉะมานปราสาท กัมพูชา ท่องเที่ยว ซึมซับรับบรรยากาศประวัติศาตร์โลก อ่านต่อ... บอนเตียนฉะมานปราสาท  กัมพูชา ท่องเที่ยว ซึมซับรับบรรยากาศประวัติศาตร์โลก   อ่านต่อ...
กัมปงพลุก หมู่บ้านกลางน้ำ... กัมพูชา ชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวกัมพูชา อ่านต่อ... กัมปงพลุก หมู่บ้านกลางน้ำ... กัมพูชา ชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวกัมพูชา  อ่านต่อ...   พนมกุเลน กัมพูชา สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ ถิ่นที่ประทับของเหล่ามหาบรรดาทวยเทพ อ่านต่อ... พนมกุเลน  กัมพูชา สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ ถิ่นที่ประทับของเหล่ามหาบรรดาทวยเทพ   อ่านต่อ...




ในนามของเพื่อนท่องเที่ยวขอขอบคุณ กิ่งกวก ชากะเดา ที่ได้เขียนเรื่องราวดีๆ และ คุณวีระศักดิ์ ภักดี ที่เอื้อเฟื้อภาพประกอบสวยๆ มาให้เพื่อนสมาชิกได้สัมผัสอีกหนึ่งมุมมอง และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้อีกครั้ง ที่อนุญาตให้...เพื่อนท่องเที่ยว นำบทความผลงานนี้ มาเผยแพร่ให้แก่สมาชิกไ้ด้เปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ไปพร้อมๆ กันครับ


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
เพื่อนท่องเที่ยว : Friend Travel

คุณวรินทร์พร นีลดานุวงศ์ (คุณเล็ก)
สำนักงานเลขที่ 171/12 หมู่บ้าน คาซ่าซิตี้ ซอยสุขุมวิท 103 อุดมสุข 51 บางจาก พระโขนง กรุงเทพ ฯ 10260
Tel : 02- 398-2238-40 , 089-500-3363 , 083-189-9622 , 089-403-6920
Fax : 02-398-0115
Website : www.friendtravelthai.com
Email : friendtravel2003@hotmail.com