:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
อัลบั้มเพื่อนท่องเที่ยว
ติดต่อเราได้ที่นี่เลยครับ
ดูรายละเอียดและเงื่อนไขการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ
พิพม์แบบฟอร์มการจองทัวร์ได้ที่นี่ครับ

Adventure สุดเหวี่ยง..ผจญภัยสุดมันส์ โปรแกรมท่องเที่ยวภาคเหนือ โปรแกรมเที่ยวทะเลฝั่งอันดามัน และอ่าวไทย / ทะเลภาคตะวันออก โปรแกรมท่องเที่ยวภาค อีสาน กลาง และภาคตะวันออก โปรแกรมเที่ยวต่างประเทศ
 
เครือข่ายเรดาร์ตรวจอากาศ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ข่าวสารการท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทย
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายใน
ประเทศ (สทน.)
สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ
ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัด 
แผนที่ประเทศไทย
กรมป่าไม้
อุทยานแห่งชาติ
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด
การบินไทย
บางกอกแอร์เวย์
แอร์เอเชีย
นกแอร์
ภูเก็ตแอร์
One-2-Go
การรถไฟแห่งประเทศไทย
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้าใต้ดิน
บริษัท ขนส่ง จำกัด
Sanook.Com 
IDO Travellers
สีสันทัวร์
Phototech
Walk-Way-Why : วอล์คเวย์วาย
Fame Tour & Service
นิตรสาร "สารคดี"
นิตรสาร "อสท"
PIXPROS สังคมแห่งการถ่ายภาพ
สนามเดินป่า  
font.com
Wordmark.it
 
โลโก้เพื่อนท่องเที่ยว
 
 
การวิเคราะห์เว็บระดับองค์กร Visitors Report
 

:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
คาราวานบุญท่องเที่ยว วิถีไทยวิสาขบูชาโลก จ.อยุธยา
หากจะกล่าวถึงวันอันเป็นมงคลของชีวิต สำหรับผู้เขียนคิดว่า ตัวเราในปัจจุบัน ถ้าทำตัวเป็นมงคลต่อชีวิตตนเอง ย่อมแน่นอนว่า อนาคตก็ต้องเป็นมงคลที่ดีงามต่อชีวิตตนเองและผู้อื่น ถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาที่เรียกว่า “วันวิสาขบูชา” ซี่งเป็นวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า “ทรงประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน” เราชาวพุทธก็ควรน้อมจิต รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงบัญญัติธรรมมะ ไว้คอยสั่งสอน ค้ำจุนโลก ให้เดินตามแนววิถีทางที่ถูกต้อง แต่เมื่อวันสำคัญ เรามีภารกิจต้องทำงาน เราจึงเลือกเดินทางไปกับ “คาราวานบุญท่องเที่ยววิถีไทยวิสาขบูชาโลก” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นพิเศษโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย


:: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กองตลาดภาคกลาง
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กองตลาดภาคกลาง ดำเนินการจัด โครงการคาราวานบุญท่องเที่ยว วิถีไทยวิสาขบูชาโลก ในช่วงที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายนำนักท่องเที่ยว โดยประมาณไม่ต่ำกว่า 1000 คน เดินทางโดยรถตู้จำนวน 108 คัน จัดเส้นทางสร้างบุญ 4 เส้นทาง อันได้แก่

• เส้นทางที่หนึ่ง เติมบุญ เพิ่มบารมี สักการะพระสมเด็จองค์ประฐมสามกษัตริย์ ,วัดเล่งเน่ยยี่ ,วัดเจดีย์หอย , วัดพรหมมหาจุฬามุนี
• เส้นทางที่สอง เติมบุญ เพิ่มพลังชีวิต ด้วยกิจกรรมสวดมนต์ นั่งสมาธิ และเยี่ยมชมวัดดอนหวาย , วัดข่อย , วัดมหาธาตุ
• เส้นทางที่สาม เติมบุญ ฝึกจิต เพิ่มสติ ด้วยกิจกรรมเจริญสติปัฎฐาน วัดอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ เส้นทางสมุทรสาคร-สมุทรสงคราม
• เส้นทางที่สี่ เติมบุญ เพิ่มพลัง เส้นทางพระนครศรีอยุธยา-อ่างทอง ซึ่งเป็นเส้นทางที่ผู้เขียนเลือกไป สำหรับสถานที่แรกเราไป


:: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร.)
จุดสนใจของผมสำหรับสถานที่แห่งนี้ คือคำว่า
“มหา” แปลว่า “ใหญ่มาก” เมื่อในหนึ่งสถานที่มีคำเรียกสถานที่ ที่มีมหาอยู่สองคำในประโยค เราจึงเรียกว่า อภิมหา หรือ อภิความใหญ่มากๆ สถานที่แห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่โตสมกับคำว่ามหา มหา ทั้งงบสิ่งก่อสร้างวัตถุและมหาการทำงาน ดังนั้นความใหญ่มากๆ ก็มีสิ่งสวยงามในความใหญ่ เราไปชมความงดงามกันที่ พระอุโบสถกลางน้ำ ซึ่งก่อสร้างได้ งดงามทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรมรวมถึงงานจิตรกรรมภาพเขียน เรียกว่าเข้ามาไม่ทันได้ฝึกจิต ฝึกสติ เห็นรูปภาพเขียนกับความงดงามแห่งสถาปัตยกรรม ต้องบอกว่า ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ โดนโลกธรรมแตะเต็มเปา เพราะว่าจิตส่งออกนั้นเอง



เราใช้เวลาที่แห่งนี้เล็กน้อย...ไม่นานเราก็ออกเดินทางไปอีกสถานที่ที่ใกล้กัน หากเป็นการเดินทางในวันธรรมดา รถคงไม่ติด แต่วันนี้เป็นวันพิเศษ ชาวพุทธไปทำบุญ การเดินทางจึงต้องบอกว่ารถติด กว่าจะถึงอยุธยาก็เล่นเอาหลับฝันว่านิพพานไปหลายเที่ยว...ซะงั้น เที่ยงวันแดดเปรี้ยงๆ ป้างๆ คณะเราจึงได้เดินทางไปถึงวัด

:: วัดใหญ่ชัยมงคล วันแห่งนี้...ปัจจุบันนั้นสมกับคำว่าใหญ่จริง เพราะมองเห็นเจดีย์องค์ใหญ่ เห็นผู้หลักผู้ใหญ่มาถือศีลอยู่วัดก็มากมาย แต่ที่มากกว่านั้น คือเห็นผู้มาขอพรต่อสิ่งศักดิ์นั้นยิ่งมากหลาย วัดแห่งนี้อยู่ในจังหวัดอยุธยา และด้วยวันนี้เป็นวันสำคัญ จึงมองเห็นการห่มผ้ากับเจดีย์ จุดเด่นของวัด อยู่ที่ โบราณเก่าแก่ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีเป็นอาณาจักร ซึ่งวัดแห่งนี้ เป็นวัดที่พระเจ้าอู่ทอง ทรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1900 สำหรับพระสงฆ์ที่ไปบวชเรียนมาแต่สำนักพระวันรัตนมหาเถรในลังกาทวีป จึงเรียกนามนิกายนี้ว่า “คณะป่าแก้ว” จึงได้นามวัดอีกนัยยะว่า “วัดป่าแก้ว” กาลเวลาต่อมา คนทั้งหลายพากันเลื่อมใสบวชเรียนพระสงฆ์นิกายนี้ก็เจริญแพร่หลาย   พระราชาธิบดีจึงตั้งอธิบดีสงฆ์นิกายวัดป่าแก้วเป็น สมเด็จพระวันรัตน โดยตำแหน่งเป็นสังฆราชฝ่ายขวา คู่กับ พระพุทธโฆษาจารย์ เป็นอธิบดีสงฆ์ฝ่ายคันถธุระ คือสังฆราชฝ่ายซ้าย วัดแห่งนี้เป็นที่สถิตของสมเด็จพระสังฆราช จึงได้ชื่ออีกนามว่า “วัดเจ้าพญาไท” ในแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในช่วงนั้นพระมหาอุปราชแห่งต่างชาติได้ยกทัพเข้าตีกรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ.2135 หมายจะปราบปรามเผ่าโยเดียไทแห่งเมืองอยุธยาไว้ในอำนาจ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงยกกองทัพออกไปสู้้ศึก จนได้ชนช้างกับพระมหาอุปราชาที่ตำบลหนองสาหร่าย แขวงเมืองสุพรรณบุรี สมเด็จพระนเรศวรมหาราชมีชัยชนะ ทรงฟันคู่ต่อสู้สิ้นพระชนม์บนคอช้าง แต่ครั้งนั้นไม่สามารถตีกองทัพข้าศึกแตกยับเยินได้ เนื่องจากกองทัพในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในกองต่างๆ ติดตามไปไม่ทันพระองค์ ครั้งเมื่อเสด็จการสงครามแล้วเสร็จ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงจะสำเร็จโทษแม่ทัพนายกองเหล่านั้น โดยสั่งประหารทั้งหมด ความทราบถึง สมเด็จพระวันรัตนวัดป่าแก้วขอถวายพระพร ขอพระราชทานโทษไว้ แล้วทูลแนะนำ  ให้ทรงสร้างเจดีย์ใหญ่ขึ้นที่วัดแห่งนี้ เจดีย์์ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างขึ้นนี้ ขนานนามว่า “พระเจดีย์ชัยมงคล”




กาลสืบต่อมาจึงเรียกว่า... “วัดใหญ่ชัยมงคล” และวัตถุมงคลที่ออกจากวัดแห่งนี้ที่เป็นพระกรุเก่าก็ดังเหลือหลาย ทางด้านเมตตามหานิยม คงกระพันชาตรี แล้วเจดีย์ใหญ่แห่งนี้ยังไปผูกโยงกับ คาถาสุดวิเศษ ที่ีหลวงพ่อจรัญแห่งวัดอัมพวัน นำมาเผยแพร่   ส่วนอีกฟากฝั่งข้ามสะพานข้ามน้ำออกมาจากบริเวณวัด จะมีศาลาถาวรประดิษฐานงานสัมฤทธิ์องค์จำลอง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้ สักการะบูชา จากวัดนี้ บ่ายสองแก่แล้วรถยังติด เราจึงกระดึบๆ ออกจากตัวจังหวัดอยุธยา ไป อำเภอมหาราชอย่างช้าๆ...




:: พุทธอุทยานมหาราช อำเภอมหาราช จ.อยุธยา
  มาตรงนี้เห็นองค์จำลองหลวงปู่ทวดขนาดใหญ่ ก็ยกมือขึ้นเหนือหัว นะโม ๓ จบ แล้วตั้งจิตสงบ ตั้งใจ กล่าวว่าคำ “นะโม โพธิสัตโต อาคันติ มายะ อิติ ภควา” ด้วยบารมีแห่งพระโพธิสัตว์โต ขอความมีโชค มีชัย มีญาญ ชาญ บรมีธรรม จงบังเกิดแก่ข้าพเจ้าและชนทั้งหลาย หากผู้เขียนกล่าวว่า หลวงปู่ทวด เป็นพระเถระคู่แผ่นดินกรุงศรีอยุธยา คงไม่แปลก ที่ว่าไม่แปลกนั้นก็ลองมาฟังความ ว่าเป็นเช่นไร โดยตำนานกล่าวไว้ว่า องค์ปู่ทวดท่านเป็นอาจารย์ในองค์ “สมเด็จพระเอกาทศรถ” และยังมีตำนานประวัติกล่าวไว้อีกว่า   มีบันทึกจารึกในเอกสารเก่าโบราณครั้งแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาเรียกว่า “พระตำราบรมราชูทิศเพื่อกัลปนาหัวเมืองพัทลุง” ซึ่งจารึกไว้กว่า ๔๐๐ ปี ล่วงผ่านมา เป็นเอกสารยืนยันการมีตัวตนขององค์หลวงปู่ทวด ที่สำคัญ องค์หลวงปู่ทวดท่านยังมีตำแหน่งทางคณะสงฆ์ โดยมีสมณศักดิ์เป็นถึง “สมเด็จพระราชาคณะ เรียกว่า สมเด็จพระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์” มีความหมายคือ “เป็นพระอาจารย์ที่มีคุณอันยิ่งใหญ่ต่อพระราชา” ส่วนฉายาทางสงฆ์เดิม ในองค์ท่าน “พระภิษุ ปู สามีราโม” จึงมีนามว่า สามีราม อยู่ในสมณศักดิ์ ท่านบวชที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วจารึกเดินทางมาศึกษาเล่าเรียนที่กรุงศรีอยุธยา ท่านได้ประกอบคุณงามความดี เป็นผู้เรียงอักขระพระไตรปิฎก ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ จากเมล็ดทองคำที่ราชทูตจากลังกามาท้าประลองภูมิธรรมเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยา แล้วองค์ท่านทรงทราบด้วยญาณว่า อักขระถูกแอบเก็บไว้ ๗ คำ คือคำว่า “สัง วิ ธา ปุ กะ ยะ ปะ อันเป็นหัวใจพระอภิธรรมคำภีร์” จนกระทั้งทำให้ราชทูตจากลังกาทวีปยอมศิโรราบ ในความสามารถและสติปัญญาอันเลิศล้ำของพระภิกษุปู สามีราโม กู้ชื่อกรุงศรีอยุธยาไว้ได้



จากนั้นมาท่านจึงเป็นที่เคารพบูชาของพระเจ้าแผ่นดินและประชาชนอย่างมาก   ต่อมาท่านได้ออกจากกรุงศรีอยุธยา แล้วจาริกธุดงค์กลับไปอาศัยโปรดญาติธรรมทางปักษ์ใต้จนถึงกาลอาวสารแห่งสังขานธาตุ เราจึงทราบว่า ท่านอยู่ทั้ง จังหวัดนครศรีธรรมราช (มีรอยเหยียบน้ำไว้บนเกาะกลางทะเล ที่ขนอมจึงเรียกหลวงปู่ทวดเหยีบน้ำทะเลจืด) , จังหวัดปัตตานี วัดช้างให้ ,จังหวัดสงขลา วัดพระโค๊ะ (วัดพะโค๊ะมีลูกแก้วและไม้เท้า) เป็นต้น ถึงแม้กระนั้นหากกล่าวตามความหมายให้เข้าใจ องค์หลวงปู่ทวด ก็เป็นพระอริยสงฆ์แผ่นดินกรุงศรีอยุธยามานับตั้งแต่อดีตกาล ๔๐๐ ปีผ่าน จวบจนปัจจุบันนี้ หากกล่าวถึงองค์หลวงปู่ทวดท่าน ต้องบอกว่า ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก แม้แต่ผู้เขียนเองเวลาไหว้พระสวดมนต์ทุกเช้าค่ำ หรือออกเดินทางไปไหนมาไหน ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วว่าบนสวด “พุทธโท ธัมโม สังโฆ นะโม โพธิสัตโต อาคันติ มายะ อิติ ภควา” เป็นประจำทุกวัน ในการภาวนาในลมหายใจ



เพราะโดยส่วนตัว มีความเชื่อในทางจิตผู้รู้ ที่ไม่ใช้สัญญาอารมณ์ว่าองค์ท่านเป็นพระโพธสัตว์ ส่วนบางตำนานก็กล่าวว่า ท่านคือพระศรีอริยเมตไตรโพธิสัตว์ จุติลงมายังโลกมนุษย์ เพื่อบำเพ็ญบารมีโปรดสรรพสัตว์ ทุกผู้ทุกนามในสามไตรโลกธาตและผู้เขียนเองเมื่อได้มายืน ณ พุทธอุทยานมหาราช อำเภอมหาราช จังหวัดอยุธยา ก็ขอณุโมทนาต่อความตั้งใจของ นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ ประธานมูลนิธิพระเทวราชโพธิสัตว์ ร่วมกับคณะสงฆ์ ที่ได้สร้างสถานที่ท่องเที่ยวทางพุทธศาสนาศิลปวัฒนธรรม อัครมหาสถานทางวัตถุเชื่อมจิตวิญญาณ น้อมนำไปในทางที่ถูก ที่ควร สาธุ สาธุ สาธุ...ฯลฯ จากตรงนี้อีกไม่ไกลยังพอมีเวลา เราไปเยี่ยมชมเปรตกันบ้าง

:: วัดม่วง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง

สมัยก่อนมาท่องเที่ยววัดแห่งนี้ มีคนถามว่ามาทำไม มักจะตอบกันแบบแซวๆ ว่า... มาดูเปรตวัดม่วง เพราะในบริเวณวัด มีรูปปั้นปริศนาธรรมแสดงกลางแจ้งมากมาย แต่ในบริเวณใช่มีแค่เปรต หากแต่ยังมีรูปปั้น ทวยเทพ นรก สวรรค์ และอื่นๆ อีกมากมาย  แต่หากเดินขึ้นไปอีก เราจะพบ “พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ พระพุทธรูปองค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก” และเมื่อเดินย้อนกลับมาก็สามารถ เดินไปที่ วิหารแก้วและพระอุโบสถ เดิมที...วันม่วงเป็นวัดร้าง   สันนิษฐานว่าสร้างมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย โดยประมาณ พ.ศ. ๒๒๓๐ ณ แขวงเมืองวิเศษชัยชาญ  ซึ่งเดิมเคยเป็นเมืองหน้าด่านที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก ต่อมาตามกาลเวลาล่วงผ่าน...ได้กลายเป็นวัดร้าง เพราะสงคราม  แต่ก็ยังมีซากให้สืบค้นหาร่องรอย จากวัตถุที่ยังหลงเหลือ เช่น ซากปรักหักพังของวัด ซากหักพังพระพุทธรูป





แต่เมื่อกาลเวลาหมุนผ่านมาถึงปัจุจุบัน เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕ ท่านพระครูวิบูลอาจารคุณ (หลวงพ่อเกษม อาจารสุโภ) ได้มาปักกลดธุดงค์ เห็นว่าบริเวณนี้เป็นวัดร้าง  จึงน่าปฎิบัติธรรม แต่ขณะปฎิบัติธรรมในจิตผู้รู้ ได้ปรากฎนิมิตเห็นองค์หลวงปู่ขาวและหลวงปู่แดง มาบอกให้ท่านช่วยสร้างวัดม่วงขึ้นใหม่ จึงดำเนินการก่อสร้างขึ้นใหม และมีความเจริญงอกงามมาถึงปัจจุบัน และในวัดร้างแห่งนี้  มีศิลาขาวและศิลาแดง ซึ่งต่อมาหลวงพ่อเกษม ได้มีการปั้นองค์ครอบศิลาทั้งสองไว้ โดยเรียกขานว่า หลวงปู่ขาว และหลวงปู่แดง จนถึงปัจจุบัน

:: ส่งท้ายเดินทางกลับ...วันนี้เป็นรายการเดินทางแบบไปเช้า เย็นกลับ การทำกิจกรรมพิเศษครั้งนี้นั้น นายอนุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การจัดโครงการ คาราวานบุญ ท่องเที่ยววิถีไทยวิสาขบูชาโลก” ได้ร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร.) , สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) พร้อมหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวเชิงศาสนา และเสริมศิริมงคลด้วยศาสตร์แขนงต่างๆ พร้อมกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในวันหยุดวันวิสาขบูชาในรูปแบบหมู่คณะ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งในภูมิภาคภาคกลาง  รวมถึงเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ ในการส่งเสริมตลาดท่องเที่ยวคุณภาพประเภทกลุ่มท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรมและกลุ่มครอบครัว  เพื่อพัฒนาตลาดท่องเที่ยวให้ขยายตัวและกว้างขวางยิ่งขึ้น คาดว่าจะเกิดรายได้หมุนเวียนในระบบเศรฐกิจไม่ต่ำกว่า ๑๐  ล้านบาท และเมื่อรถวิ่งกลับถึงกรุงเทพฯ ฟ้าในวันวิสาขบูชา ก็สาดสีรุ้งสวยงามที่ขอบฟ้า เวลายังคงเดินไป แต่วัดบางวัดในกรุงเทพฯ บางแห่งจะจัดเวียนเทียน ไหว้พระ สวดมนต์ ฟังเทศน์ ซึ่งใครสะดวกจะเชื่อมสะพานบุญ หนุนนำตนเองให้เกิดประโยชน์ ก็ขออนุโมทณาสาธุ สาธุ สาธุ...
สำหรับตอนหน้า ในเมื่อกล่าวถึงตำนานหลายเรื่อง ครั้งหน้าเที่ยวแบบวิถีไทยเก๋ไก๋ แบบไปเช้า เย็นกลับ ขอแนะนำพาไปรู้จัก ท่องชมเมืองประวัติศาสตร์ อ.อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ไม่ใกลจากจังหวัดอยุธยาและอ่างทอง สำหรับวันนี้...สวัสดี...แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ...

ข้อมูลจำเพาะ
• มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร.) จุดเด่นรูปแบบสถาปัตยกรรมรวมถึงงานจิตรกรรมภาพเขียน
• วัดใหญ่ชัยมงคล ตำนานสมเด็จพระนเรศวรและเจดียร์ชัยมงคล
• พุทธอุทยานมหาราช อำเภอมหาราช จังหวัดอยุธยา กล่าวถึงตำนานหลวงปู่ทวด
• วัดม่วง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง วัดเก่าแก่โบราณแห่งเมืองหน้าด่านในสมัยอยุธยา

:::: วัดม่วง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ::::
รูปปั้น ทวยเทพ นรก สวรรค์ และอื่นๆ อีกมากมาย 
 
:::: วัดป่าอนาลโย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ::::
:::: พุทธสังเวชนียสถาน  ประเทศอินเดีย ::::
 
:::: ภาพกิจกรรมเพื่มเติม ::::

:: กลับหน้าแรก..เพื่อนท่องเที่ยว
เรื่อง : นายเอกเขนก
ภาพประเทศอินเดีย : ประคอง ภักดี /ภาพประกอบ : วีระศักดิ์ ภักดี

( ออนไลน์ : 23 มิถุนายน 2558 )

เอื้อเฟื้อการเดินทาง
•
เพื่อนท่องเที่ยว : Friend Travel
คุณวรินทร์พร นีลดานุวงศ์ (คุณเล็ก)
สำนักงานเลขที่ 171/12 หมู่บ้าน คาซ่าซิตี้ ซอยสุขุมวิท 103 อุดมสุข 51 บางจาก พระโขนง กรุงเทพ ฯ 10260
Tel : 02- 398-2238-40 , 089-500-3363 , 083-189-9622 , 089-403-6920
Fax : 02-398-0115
Website : www.friendtravelthai.com
Email : friendtravel2003@hotmail.com




ในนามของเพื่อนท่องเที่ยวขอขอบคุณ นายเอกเขนก ที่ได้เขียนเรื่องราวดีๆ และ คุณประคอง ภักดี คุณวีระศักดิ์ ภักดี ที่เอื้อเฟื้อภาพประกอบสวยๆ มาให้เพื่อนสมาชิกได้สัมผัสอีกหนึ่งมุมมอง และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้อีกครั้ง ที่อนุญาตให้...เพื่อนท่องเที่ยว นำบทความผลงานนี้ มาเผยแพร่ให้แก่สมาชิกไ้ด้เปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ไปพร้อมๆ กันครับ